โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดฉากรัก ครูเต้ย ขนม ร่ำไห้เปิดใจทั้งน้ำตา เคลียร์ปมดราม่าเรื่องลูก

อีจัน

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 18.36 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.31 น. • อีจัน

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างหนัง สำหรับ กรณีของครูเต้ย อภิวัฒน์ กับอดีตภรรยาขนม ศศิกานต์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงได้มีการออกมาไลฟ์สดแฉ ปมลูกคนที่ 2 จนกลายเป็นดราม่า ด้าน ครูเต้ย ไม่พอใจ เพราะกลัวกระทบถึงลูกๆ ในอนาคต ล่าสุด วันนี้ (6 มิ.ย. 68) ทั้งคู่จึงได้ออกมาเปิดใจกันผ่านทางรายการ โหนกระแส เล่าถึงจุดเริ่มต้นของดราม่า

Cr.รายการโหนกระแส

โดยจุดแตกหักของความสัมพันธ์ ทางขนม เผยว่ารู้สึกติดใจมาตั้งแต่เรื่องลูกคนแรก ตอนนั้นเธอเข้าใจดีว่าทำไม ครูเต้ย ถึงต้องการปกปิด เพราะ ครูเต้ย มีประเด็นว่าคบซ้อนกับเธอ ทำให้ไม่อยากเปิดว่ามีลูก เพราะกลัวว่าลูกจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจ ก็คือว่าทางครอบครัวของ ครูเต้ย ไม่ต้องการเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะหมดความนิยม จึงปิดเรื่องนี้มานาน 1 ปี หลังจากนั้นก็มีปัญหากันมาเรื่อยๆ หลายประเด็น ต่างคนต่างปรับตัวให้กันไม่ได้ จึงจนตัดสินใจแยกทางกัน หลังจากที่ ครูเต้ย ไปทัวร์ที่ต่างประเทศ ตอนนั้นคลอดลูกคนที่ 2 มาได้ประมาณ 1 เดือน

Cr.รายการโหนกระแส

จุดเริ่มต้นที่ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันผ่านทางโซเชียล คือโพสต์ของ ภูผา เพื่อนสนิท และผู้จัดการของ ขนม ทาง ภูผา เผยว่า วันนั้นตนมองไปที่เพื่อนแล้วรู้สึกสงสาร ที่ต้องมาโดนแฟนคลับของอีกฝ่ายต่อว่า จึงได้โพสต์ไปในโซเชียลว่าสงสารเพื่อน ที่ต้องมาโดนด่าแบบนี้ทุกวัน ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย…หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็มาตอบกลับ แล้วก็กลายเป็นประเด็นตอบโต้กันไปมา

Cr.รายการโหนกระแส

ครูเต้ย : มันไม่ใช่แค่สงสาร เยอะกว่านั้นครับ ผมก็จำไม่ได้ แต่มันมีเยอะกว่านั้นฟีลแบบจะแฉผม ฟิลแบบพวกคุณไม่รู้ความจริงหรอก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง รอฟังได้เลย อะไรประมาณนั้น โพสต์อยู่ตลอดเรื่อยๆ ไม่จบสักที ทั้งที่จริงๆ แล้วผมกับ ขนม จบกันด้วยดี แต่เป็นเพราะคนรอบตัว
ขนม : อย่างที่บอกพอทางนี้เริ่ม ทางนั้นตาม แต่หนูก็เข้าใจคนรอบตัวหนูนะคะว่าทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้น เพราะว่าเขาเพิ่งจะมารู้เรื่องตอนหลังที่เลิกกัน เขาก็เลยมีความไม่พอใจ ทำไมถึงไม่บอกให้คนของตัวเองหยุดว่าหนูสักที
ครูเต้ย : คนที่ว่า ขนม มันไม่ใช่แค่เอฟซีของผมโดยตรงนะครับ มันเป็นคนทางบ้านที่เขามองว่า เอ้า เพิ่งคลอดลูกทำไมถึงมีแฟนใหม่เร็วจัง ซึ่งมันไม่ใช่แค่กลุ่มเอฟซีมันเป็นมุมมองของคนทั่วไป แต่ ขนม กลับมาโฟกัสว่าเป็น เอฟซีของพี่ ขนม ก็เลยออกมาฟาด ซึ่งสิ่งที่เอามาฟาดมันเป็นอดีตของพวกเราที่เคยทำผิดพลาดมาฟาด ซึ่งอันนี้พี่มองว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะบางอย่างมันจะมีผลต่อลูกเราในอนาคต ใช่ไหมพี่เคยบอกหนูตลอดเลยว่าทะเลาะกัน มันทะเลาะกันได้เรื่องอื่น แต่พี่ของอย่างเดียว พี่ขอเรื่องลูก เพราะ… ( ครูเต้ย เริ่มสะอื้น)
ขนม : ตอนนี้พี่อาจจะเจ็บปวด แต่ตอนนั้นหนูก็เจ็บปวดเหมือนกัน ไม่เคยได้รับคำขอโทษเลยนะพี่เต้ย ( ขนม พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ)
ครูเต้ย : (ร้องไห้) หนูก็รู้ว่าพี่รักลูกมากขนาดไหน
ขนม : (ร้องไห้) หนูรู้ แต่ทำไมไม่หยุด
ครูเต้ย : (ร้องไห้อย่างหนัก) พี่ยอมทุกอย่างที่ผ่านมา แต่ว่าพี่ขอแค่อย่างเดียว หนูอย่าพูดกับพี่เรื่องลูก พี่เคยขอหนูแล้วใช่ไหม เราเคยตกลงกันแล้ว แต่ทำไมหนูต้องเอาเรื่องนี้มาพูด
ขนม : (ร้องไห้) ก็เพราะว่าก่อนหน้านั้นพี่ออกมาไลฟ์สดว่าพี่จะฟ้องคนรอบตัวหนูให้หมดเลย
ครูเต้ย : ใช่ คนที่แซะพี่
ขนม : (ร้องไห้) แต่พี่ไม่นึก ว่าทำไมเขาถึงโกรธ
ครูเต้ย : เขาไม่ได้โกรธพี่เรื่องนี้
ขนม : เขาโกรธพี่เรื่องนี้กันทุกคน
ครูเต้ย : อ่ะหนูฟัง มันไม่ใช่แค่เรื่องนี้ พี่ไม่อยากให้หนูพูดคำนี้ออกมาในรายการ แล้วถ้าวันหนึ่งเด็กมาเห็นอ่ะ พวกหนูต้องเข้าใจนะ เราทะเลาะกันแค่ผู้ใหญ่ เราควรเอาแค่เรื่องที่ผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ไม่ใช่เอาเรื่องเด็กมาโหนทำร้ายกัน
ขนม : (ร้องไห้) หนูไม่ได้เอาเรื่องเด็กมาโหน แต่พี่ไม่คิดเลยทำไมเขาถึงโกรธ
ครูเต้ย : มันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเอามาทะเลาะกันตรงนี้ เราคุยกันแล้วใช่ไหม แล้วยิ่ง ภูผา เป็นคนข้างนอก ไม่ควรที่จะเข้ามายุ่งตรงนี้ เราคุยกันแล้ว แต่ทำไม ภูผา ต้องออกมาตลอดทุกเวลา ผมอยากรู้ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ญาติก็ไม่ใช่
ขนม : (ร้องไห้) เขาไม่ใช่ญาติ แต่เขาอยู่ข้างหนูตลอดนะ พี่รู้ไหมตอนหนูร้องไห้คนเดียว ตอนที่พี่บอกให้หนูทำแบบนั้น หนูเข้าใจว่าคุยกันแล้ว แต่คืนก่อนหน้านั้นพี่ออกมาไลฟ์สดไง หนูก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าใจบ้างว่าคนรอบตัวหนูทำไมถึงโกรธพี่ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทุกคน

Cr.รายการโหนกระแส

ครูเต้ย : ผมขอพูดประเด็นในเรื่องของลูกนะครับ คือมันเป็นเรื่องที่เราสองคนคุยกัน ไม่ใช่ว่าพี่ใช้อภิสิทธิ์ หรือพี่ตัดสินใจ บังคับให้หนูไปทำตรงนั้น คือเราสองคนคุยกัน มีแชทที่มันเยอะกว่านั้น ในส่วนที่แคปมามันจะเป็นผมที่คุยอยู่ฝ่ายเดียว แต่ที่จริงเราคุยด้วยกัน เราหาวิธีร่วมกันในตรงนั้น แต่ผมยอมรับผิดว่าในช่วงเวลานั้นผมมีความคิดแบบนั้น ในอดีต (พนมมือ) ผมขอโทษ ขอโทษที่บอกว่าทำไมต้องสร้างแต่ปัญหา ตรงนี้ผมขอโทษ คือวันนั้นเราทะเลาะกัน…( ขนม ส่ายหน้าขณะที่ฟัง ครูเต้ย พูด)
ขนม : ไม่ได้ทะเลาะ

หนุ่ม กรรชัย : มันมีประเด็นเกิดขึ้นเพราะว่า ภูผา ได้มีการไปโพสต์ข้อความ เอาตรงๆ ลักษณะเหมือนมาแซะทางฝั่งของ ครูเต้ย เขาก็เลยไม่พอใจ เขาเลยบอกว่าจะฟ้อง คนที่มาแซะเขา เพราะเขาไม่ไหวแล้ว ทางฝั่งของ ขนม เองก็รู้สึกว่าจะมาฟ้องคนรอบข้างเขาได้ยังไง ในเมื่อเขาปกป้อง ขนม นะ มันคิดกันคนละอย่าง แต่ประเด็นที่เกิดขึ้น คือ ขนม ได้มีการออกมาไลฟ์ แต่มันมีคำพูดคำหนึ่ง ซึ่งทางฝั่งของ ครูเต้ย เขารับไม่ได้ คำพูดนั้นมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกของเขาคนที่ 2 คำพูดมันอาจจะทำให้หลายๆ คนมองได้ว่า เหมือน ครูเต้ย ไม่รักลูกคนนี้หรือเปล่า มันก็เลยเซนซิทีฟกับความรู้สึกของ ครูเต้ย เขา เขาก็เลยมานั่งตรงนี้ แล้วก็พยายามจะบอกขนมว่า ขนม หนูไม่ควรเอาเรื่องนี้มาพูดแบบนี้ เพราะมันมีประเด็นไปถึงลูก เดี๋ยวลูกไปเข้าใจผิดว่า ครูเต้ย ไม่รักลูกหรือเปล่า ทีนี้ ขนม มองว่าอย่างไร เจตนาที่หนูพูดคำนั้นออกไป

Cr.รายการโหนกระแส

ขนม: จริงๆ หนูเลี่ยงที่จะไม่พูดเรื่องนี้หลายครั้งมาก แต่ว่าเหมือนรอบล่าสุดที่เขาออกมาไลฟ์สด หนูแค่รู้สึกว่า ทำไมเขาถึงไม่สำนึกในสิ่งที่เขาทำบ้าง หนูไม่เคยได้รับคำขอโทษจากเขาเลยแม้แต่คำเดียว (ร้องไห้)
ครูเต้ย : พี่ขอโทษ ขนม ในแชทก็มี เราคุยกัน เราเข้าใจกันแล้วในตรงนี้
ขนม : (ร้องไห้) คือเข้าใจไหมว่ามันติดอยู่ในหัว วันที่รู้ว่ามีน้องใช่ไหม เดินไปบอก กลับได้คำตอบว่าสร้างแต่ปัญหา แล้วก็ไล่ให้ไปร้องไห้ที่อื่น
ครูเต้ย : ไม่ คนละประเด็นนะครับ วันนั้นคือเราทะเลาะกันมาก่อนครับ แล้วผมก็กลับบ้าน ซึ่งในตอนนั้นอารมณ์มันดาวน์ ผมยอมรับ ผมขอโทษ (ยกมือไหว้) วันนั้นที่หนูพูดคำนี้ แล้วพี่ก็พูดไปว่าทำไมสร้างแต่ปัญหา พอหลังจากนั้นเราก็คุยกันปรึกษากันว่าจะเอายังไงกับตรงนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราคุยกันว่าเราจะมีลูกคนเดียว แล้วในตอนนั้นในความคิดผม ผมรักลูกคนแรกมาก ก็เลยคิดปรึกษากัน แล้วก็หาวิธี ซึ่งในแชทที่ทุกคนเห็นมันเป็นแชทจริง เป็นคำพูดผมจริง แต่มันคือที่เราคุยกันใช่ไหม พี่ไม่ได้บังคับ เราหาวิธี…
ขนม : (ร้องไห้) ไม่ใช่ เขาถามหนูว่าจะไปทำที่โรงพยาบาล หรือว่าจะซื้อยามาทำเอง หนูบอกว่าหนูไปโรงพยาบาลไม่ได้ คือเหมือนตอนนั้นหนูไม่มีทางเลือกอื่นเลย หนูบอกใครก็ไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เอา

Cr.รายการโหนกระแส

หนุ่ม กรรชัย : พี่ว่าอันนี้มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ที่จะเล่ารายละเอียด เพราะความรู้สึกมันไม่ได้มีเราแค่ 2 คน มันยังมีอีกหนึ่งคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร ที่เขาโตขึ้นมา ถ้าเขารู้มันจะยิ่งไม่ดี พี่ว่าเอาแค่ตรงนี้แหละ จริงๆ แล้วมันเป็นแค่มุมมองว่าทางฝั่งของ ครูเต้ย เองเขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้มันเป็นแบบนั้น แต่ ขนม เองก็อาจจะอยู่ในภาวะของสิ่งที่พูดออกไป เพราะเราก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่บางครั้งพอมันพูดออกมามันไม่ได้มีผลแค่ ครูเต้ย มันมีผลไปถึงตัวน้องด้วย อันนี้ ขนม เข้าใจใช่ไหม
ขนม : เข้าใจค่ะพี่หนุ่ม
ครูเต้ย : (ยกมือไหว) ก็ในส่วนตรงนั้นก็ขอโทษ ขนม ขอโทษ อากง ขอโทษแม่ยาย (ร้องไห้หนักมาก) ที่ในตอนนั้นพี่มีความคิดแบบนั้น แต่ว่าหลังจากตอนนั้นมาเราก็ตกลงกันว่าจะมีเขาอย่างเต็มใจ และเราก็รักเขาไม่แพ้กับพี่คนโต อะไรทุกอย่างที่เราคิดว่าดี เราก็ทำให้เขาไม่แพ้กับพี่คนโต ในเรื่องของลูกคนเล็ก คือ…ที่ผมออกมาวันนี้ ผมไม่ได้อยากมาแก้ตัว แค่ผมอยาก…(ร้องไห้หนักมาก) อยากออกมาบอกว่าถ้าวันหนึ่ง ลูกผมมาเห็นข่าวพวกนี้ กลัวเขาเข้าใจผิดว่าผมไม่ต้องการเขา ไม่รักเขา ตรงนั้นผมผิด ผิดที่คิดในตอนนั้น ตรงนั้นผมยอมรับผิด แต่ว่าหลังจากนั้นผมไม่เคยคิดแบบนั้นอีกเลยกับเขา ผมรักเขามาก แล้วผมก็เต็มที่กับเขาทุกอย่าง ถ้าสมมุติเติมเต็มมาดูคลิปนี้ของพ่อ พ่ออยากขอโทษเติมเต็ม ที่ตอนนั้นพ่อมีความคิดแบบนั้น แต่ว่าหลังจากตรงนั้นมา พ่อก็รักหนูไม่แพ้เจ่เจ้ รักหนูมาก แล้วพ่อก็สัญญาว่าจะดูแลลูกสองคนให้เต็มที่…

Cr.รายการโหนกระแส

หนุ่ม กรรชัย : โดยส่วนตัวเท่าที่ฟัง 2 คนนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันมาก่อนเลย โอเค ก็แยกย้ายกันไป ต่างคนต่างช่วยกันดูแลลูก แต่ปัญหาเกิดขึ้นจากคนรอบข้าง และมันอาจจะมีคำพูดบางอย่างที่มันอาจจะไปกระทบกระเทือนความรู้สึกในส่วนลึกของ ครูเต้ย หรือแม้กระทั่งลูก อันนี้เป็นสิ่งที่ ครูเต้ยเขารู้สึกว่าเขายอมไม่ได้ แต่มันมีประเด็นมากกว่านั้น เรื่องของค่าใช้จ่าย เรื่องของเงินต่างๆ นานา หลังจากเลิกกันไป
ขนม : ตอนที่เลิกกันแล้ว ก็บอกพี่เต้ยว่าขอให้ลูกต่อเดือนคนละ 5 หมื่นบาทได้ไหม แต่เหมือนได้คำตอบว่าไม่ได้ เคยมีครั้งหนึ่งที่หนูโกรธ หนูแค่รู้สึกง่ามันไม่ได้เป็นจำนวนที่เยอะไปสำหรับเขา แล้วถ้าเราอยากให้คุณภาพชีวิตลูกเราเหมือนเดิม มันก็ต้องเป็นแบบนั้น แต่ว่าเขาให้ไม่ได้ หนูก็เข้าใจเขาในส่วนนี้นะคะว่าที่เขาให้ไม่ได้เขาอาจจะกลัวคนอื่นมาใช้เงินตรงนี้ของลูก หนูก็เข้าใจค่ะ แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่เหมือนว่า ถ้าเกิด ณ วันนี้หนูไม่มีล่ะ หนูจะเอาตังค์ที่ไหนสำรองจ่ายไปก่อน ที่หนูขอ เพราะแค่อยากให้คุณภาพชีวิตของลูกเท่าเดิม ส่วนเรื่องที่เขาเคยพูดเรื่องเงิน 2 แสน อันนี้ก็จริงค่ะ ที่ผ่านมาเขาซัปพอร์ตลูกมาโดยตลอด ไม่เคยอิดออดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่มันก็ไม่ใช่ว่าค่าใช้จ่ายลูกทั้งหมดจะอยู่ใน 2 แสน มันก็มีค่าอื่นๆ ด้วย
ครูเต้ย : คือที่จริงเรื่องเงิน 1 แสนบาท ผมไม่ได้ติดใจหรือมีปัญหาครับ คือระหว่างทางที่ผ่านมา เกือนละ 2 แสน 3 แสน ผมก็จ่ายได้ ผมไม่เคยติดใจ เพื่อที่จะให้ลูกได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ว่าในมุมของผม ผมยังอยากจ่ายเป็นบิลอยู่ เพราะผมอยากรู้ว่าลูกของผมได้ใช้อะไรบ้าง ได้กินอะไรบ้าง ได้ไปที่ไหนบ้าง และในอีกส่วนหนึ่ง ในเดือนหนึ่งถ้าผมทิ้งเงินให้ลูกอย่างเดียวมันเหมือนผมไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกเลย ผมอยากใช้ในส่วนนี้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกครับ ลูกอยากได้อะไร ลูกชอบอะไร ผมยังอยากจะได้ใช้ในส่วนนี้มีปฏิสัมพันธ์กับลูก
ขนม : แค่โทรหาลูกทุกวันยังทำไม่ได้เลย เติมเต็มนอนโรงพยาบาล 7 วัน พี่ทักมาหาวันที่ 7 จริงไหม?
ครูเต้ย : ก็ไปหานะ
ขนม : ใช่ แต่ทำไมถึงไม่โทรถาม ก่อนรอบสุดท้ายที่ เติมเต็มจะเข้าโรงพยาบาล หนูบอกพี่ใช่ไหมว่า ขออย่างเดียว ขอให้โทรหาเต็มใจทุกวันได้ไหม ทำเหมือนเดิมได้ไหม ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้เจอลูก แล้วพี่ทำไหม? แค่วันละ 10 นาที
ครูเต้ย : แต่ว่าลูกไม่รับสาย
ขนม : ลูกเป็นเด็ก 3 ขวบ ลูกไม่ได้ถือโทรศัพท์ตลอดเวลา พี่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะ พี่ถามเบนซ์ก็ได้ทุกวันว่าอยู่กับน้องไหมเพราะรู้อยู่แล้วว่าเบนซ์อยู่ใกล้บ้าน แต่ทำไมถึงไม่ถามทุกวัน

ครูเต้ย : พี่ถามลูกแล้วว่าทำไมไม่รับ เพราะว่าแม่ยายเก็บไว้ แล้วเบนซ์ไม่ได้อยู่วันที่พี่ทักไป พี่ไปนครพนม ไปลาว
ขนม : พี่ทักทุกวันไหม?
ครูเต้ย : พี่ก็ไม่ได้ทักทุกวัน แต่ว่าพี่ก็โทรหาลูกในไลน์
ขนม : นั้นแหละคือสิ่งที่ขอ แต่พี่ทำให้ไม่ได้
ครูเต้ย : ลูกมีไลน์ไง พี่ก็โทรหาลูกในไลน์ แต่ว่าลูกไม่รับ
ขนม : อันนี้คือสิ่งที่หนูโกรธ แค่รู้สึกว่า แค่ลูกอ่ะ ทำไมถึงโทรหาลูกทุกวันไม่ได้ แล้วรู้ไหมว่าเต็มใจพูดยังไง
ครูเต้ย : ก็โทรหาอยู่ทุกวัน แต่ว่าลูกไม่รับสาย เต็มใจพูดว่าแม่ยายไม่ให้เล่นโทรศัพท์ เพราะตอนพี่กลับบ้านไปแม่ยายก็ไม่ให้เล่น พี่โทรหาก็ไม่มีคนรับ
ขนม : พี่เต้ยฟังก่อนนะ ลูก 3 ขวบ
ครูเต้ย : ครับ ลูก 3 ขวบพูดทุกอย่าง อากง ดูดบุหรี่ ลูกอ้วกลูกก็พูด ลูกพูดทุกอย่าง
อากง : ผมขอพูดหน่อยครับ ฟังมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมรักเขาที่สุดในชีวิตครับ ผมซักกางเกงใน ซักถุงเท้าให้ครูเต้ยด้วย ผมขอคุยตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ
หนุ่ม กรรชัย : เดี๋ยวใจเย็นๆ เราจะให้พ่อได้ระบายนะ คือผมอยากจะบอกแบบนี้ อะไรก็ตามแต่ที่เรากไลังพูดคุยกันอยู่อย่าคิดถึงตัวเองเป็นที่ตั้งนะ คุณต้องคิดถึงลูกของคุณเป็นที่ตั้ง อากงต้องคิดถึงหลานเป็นที่ตั้ง เรื่องนี้ถ้ามันจบเร็วมันดีสุด คนได้ประโยชน์คือหลานๆ ของคุณ เดี๋ยวหาทางลง ใจเย็นๆ มันต้องจบให้ได้วันนี้ เรื่องพวกนี้มันยิ่งยืดเยื้อมันยิ่งไม่ดี เดี๋ยวถ้าพ่อเขาพูด ครูเต้ย ก็ต้องรับฟังเขานะ
ครูเต้ย : ครับ

หนุ่ม กรรชัย : ถามพ่อมีอะไรคาใจกับอดีตลูกเขยไหม?
พ่อ : คาใจตั้งแต่ครั้งแรก การแต่งงาน ผมมีลูกคนเดียว ผมไม่ให้นะตอนแรก แต่ลูกต้องการ มีแค่ 16 คนในงาน ลูกผมจะต้องอยู่ในบ้าน 1 ปีเต็ม ๆ หลานผม ต้องซักผ้าในบ้าน ปิดประตู ออกไปข้างนอกมาได้ เพราะญาติเขาโทรด่าเมียผม กดดันเมียผม ผมกดดันตลอด แต่ผมยอมเพื่อลูก อันนี้คือข้อบ่งชี้ว่าคือการบังคับ ลูกผมไปกับเขา ลูกผมต้องนอนหลังรถ เอาผ้าคลุมไว้ อันนี้คือการแต่งงานหรอครับ เอาลูกผมไปต่างจังหวัด แต่งงานกันแล้ว ไล่ลูกผมให้นอนกับพื้น ผมไม่เคยทำแบบนี้กับลูกผม ผมไม่เคยตี ไม่เคยด่า เลี้ยงลูกมาอย่างดี ในวันที่เอาลูกผมไป ผมบอกแล้วว่าลูกผมทำอะไรไม่เป็น อย่าเอาลูกผมไปเลย คุณมาทำให้ชีวิตลูกผมพัง คุณบอกว่าไม่เป็นไรข้าวเซเว่นมี คนใช้มี ผมต้องเริ่มทำหนังเพราะต้องไปซัพพอร์ตลูกผม เพราะลูกผมเกิดเหตุการณ์ระหว่างทาง ไม่ใช่ครั้งเดียว ตอนท้อง 2 เดือน โดนไล่ไปอยู่ขอนแก่น ผมต้องขับรถมารับ อย่าบอกว่าลูกผมไม่ทำอะไรเลย ผมทำแทนทุกอย่าง ซักผ้า ถูบ้าน ซักชั้นใน ทำทุกอย่าง ยอมทิ้งงานมาอยู่ภูเวียง 2 ปีไม่ได้อะไรเลย แถมมาบอกว่าผมโกงกิน ไม่เคยเลย

ครูเต้ย : ผมรักขนม รักพ่อแม่มาก แต่พ่อแม่บ่นตลอดว่าอยากกลับไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะเบื่ออากาศกรุงเทพ ผมเลยถามเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่ออยากซัพพอร์ต ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าหนี้ ผมจัดการให้ทั้งหมด ตอนนั้นโควิด พ่อไม่มีรายได้ก็กลับไปอยู่ขอนแก่นด้วยกัน ตลอด 2 ปีผมไม่เคยให้อะไรเลย จริงหรอ?

ขนม : หมายถึง 2 ปีแรก ตอนแรกพ่อแม่แค่มาเยี่ยม แต่รู้ว่าท้องตั้งใจ พอท้องโตขึ้น พี่ไปคอนเสิร์ต ไม่สามารถอยู่คนเดียวกลางทุ่งนาแบบนั้น พวกเขาต้องมาเฝ้า ไม่ใช่แกอยากมาอยู่ด้วย แต่ต้องมาอยู่ ส่วนของวันสำคัญต่าง ๆ ก็มี พ่อไม่ได้ว่าพี่ขาดตกบกพร่องตรงนั้นเลย แต่สิ่งที่ทางบ้านพี่พูด ว่าพ่อเอาเงินเดือนจริงไหม?

พ่อขนม : ผมไปขับรถหนี FC ก็มีมาแล้ว ผมมีหนี้ ผมจะขายบ้าน แต่ครูเต้ยบอกไม่ต้องขาย เขาให้เงินก้อนแรกมา 50,000 บาท พอมีตั้งใจ ผมให้ทอง 1 บาท ก่อนที่ 2 ให้มา 30,000 บาท ผมทำอะไหล่ทองห้อยคอ 1 บาท ก้อนที่ 3 ให้อีก 50,000 บาท ผมซื้อของขวัญอีก 1 บาท ผมได้อะไรครับ บ้านที่พระราม 7 ผมให้อยู่ฟรี แต่คุณจะไม่ผ่อนหรอ

ครูเต้ย : หลังเลิกกันผมไม่ได้ผ่อนต่อ แม่ยายบอกจะขาย และกลับขอนแก่น

ขนม : ในวันที่ลงรูปลูกครั้งแรก ญาติฝั่งพี่บอกว่า เอาลูกมาหาแสง พออีกวันพี่บอกกับแฟนใหม่พี่ว่า ก็ดีแล้วที่มีคนเอ็นดูลูก แต่ในแชทไม่ใช่ พี่ทักมาถามว่า “หาแสงทำไม“

ครูเต้ย : ประเด็นนี้ตอนมีกระแสแรก ๆ เคยคุยกันแล้วว่าถ้ามีแฟนใหม่อย่าให้ลูกรับรู้ แต่หนูทำคอนเทนต์ พาไปเจอพี่หมอ ลงในโซเชียล ตอนนั้นขอโทษเพราะโมโห เจอคอมเมนต์ เลี้ยงดีกว่าพ่อแท้ ๆ ก็เลยโกรธ เลยทักไปแบบนั้น

ครูเต้ย : ทำไมที่ผมบอกว่าไม่พร้อม เพราะแค่ลูกคนแรกยังแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย ผมทำงานเดือนนึงเข้าบ้านแค่ 3-4 ครั้ง คนแรกยังให้พ่อแม่เลี้ยง ถ้ามีคนที่ 2 มันจะขนาดไหน อีกอย่างขนมมีปัญหาเรื่องพอต เขาดูดพอตต้องท้อง มีคนเล่าให้ฟัง

ขนม : ไปหาหลักฐานมา ธงคืออยากให้ใส่ใจลูกมากกว่านี้ ตกลงกันว่าเรื่องลูกจะเอายังไง ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าแตกต่างไป และอยากให้สำนึกอย่างจริงจัง และอย่ามายุ่งกันอีก ส่วนค่าใช้จ่ายหาร 2 ได้หนูไม่เอาเปรียบเขา เพราะก็ลูกหนูเหมือนกัน และญาติเขาก็ต้องเลิกยุ่งกับฝั่งเรา เพราะเคยขู่กันไว้

หนุ่ม กรรชัย : เอาเป็นว่า ญาติเลิกยุ่งกันได้ไหม เลิกแซะ เลิกยุ่งกันนะ และสิ่งที่ขนมต้องการมี 4 ข้อ 1. อยากให้เต้ยมีเวลาให้ลูกมากกว่านี้ โทรคุยทุกวันได้ยิ่งดี 2. ค่าใช้จ่ายหาร 2 เหมือนเดิม 3. คนรอบข้างทั้ง 2 ฝั่งต้องยุติ ห้ามด่าหันอีก 4. อะไรที่สัญญาว่าจะให้ลูก ต้องให้จริง ๆ แต่หลังจากนั้นที่หาได้ใหม่ เป็นสิทธิ์ของคุณ

ครูเต้ย : สิ่งที่เขาขอผมได้หมด แต่เรื่องโทรหาลูก เวลามันมีปัญหา บางทีเขาไม่รับ ไม่ว่าง ส่วนค่าใช้จ่าย ยังอยากให้ทำบิล อยากมีปฏิสัมพันธ์กับลูก บอกก่อนว่าที่ผมไม่มั่นใจ เพราะก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าพ่อทำบิลเพิ่ม ถ้าให้เป็นก้อน อนาคตถ้าผมมีงานน้อย ผมไม่เคยไม่โอเคที่จะจ่าย ผมอยากมีส่วนดูแลลูก เวลาผมไปหาลูก ไม่ต้องคุยกับผมก็ได้ แต่ไม่อยากให้แสดงท่าทีรังเกียจ เติมเต็ม ผมแทบไม่ได้อุ้มเขาเลยเพราะแม่ยายไม่ให้อุ้ม

ขนม : หนูเข้าใจเขา และเข้าใจพ่อ เข้าใจความเจ็บปวดที่ 2 คนเจอ สัญญาว่าจากนี้จะจัดการให้ จะบอกให้ฝั่งนี้ไม่กีดกัน ตอนนี้หนูขอโทษทุกคน ขอโทษตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าไปในชีวิตพี่จนถึงวันนี้ ให้เราจบกันแค่นี้ ขนมแค่ต้องการใช้ชีวิต ให้พี่ไปมีความสุขได้เลย อย่ามายุ่งกันอีก ให้คงเหลือความสัมพันธ์สุดท้ายในฐานะพ่อแม่

ครูเต้ย : สุดท้ายผมขอโทษพ่อ ขอโทษขนม ที่ทำให้ไม่สบายใจ ถ้าวันหนึ่งลูกมาเห็น อยากให้ลูกเข้าใจว่าพ่อรัก เติมเต็ม ไปน้อยไปกว่า ตั้งใจ ตั้งแต่วันนั้นพ่อไม่เคยคิดแบบนั้นอีกเลย พ่อรักลูก

เอาเป็นว่า ตอนนี้ทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ตกลงแยกทางกันด้วยดี และเหลือหน้าที่พ่อและแม่ของลูกเพียงเท่านั้น

พ่อขนมเดือด ซัดครูเต้ย คุณคือฆาตกร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...