โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“นุ่น ดารัณ” เลิกแฟนสาวหล่อขอพักใจ พร้อมเผยเลือกลูก สุดกลั้นบทเรียนคนเป็นแม่ที่ทำให้ครอบครัวเกือบพัง ข่าวบันเทิง 10 พ.ค. 2025 1

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 07.48 น.

อีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่ “นุ่น ดารัณ” ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมายอมรับแบบตรง ๆ ว่า โสดมาเกือบปี หลังจบรักกับแฟนสาวหล่อ “บี” ที่เคยคุกเข่าขอแต่งงานเมื่อปี 2562 ล่าสุดเจ้าตัวได้ควงลูกๆ เปิดใจครั้งแรกกับบทเรียนคนเป็นแม่ที่ทำให้ครอบครัวเกือบพังเพราะความไม่เข้าใจกัน

พี่นุ่นประกาศว่ายุติการทำงานกับผู้จัดการส่วนตัวแล้ว ให้ติดต่อผ่านตัวเองโดยตรง ผู้จัดการคนเก่าคือแฟนพี่นุ่นเอง? นุ่น : โดยปกติแล้วเรามีอะไรในชีวิตต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงยังไง เราไม่ได้ตะโกนบอกใครหรอกค่ะ เราก็ถือว่าเราเป็นมนุษย์คนนึงที่ต้องดำเนินชีวิตไปและข้ามผ่านปัญหา แต่ว่าในการโพสต์ก็คืออยากให้งานหรือใครจะติดต่ออะไรเข้ามา จะได้เป็นที่เข้าใจร่วมกันแค่นั้นเอง

เปลี่ยนผู้จัดการและเปลี่ยนสถานะ? นุ่น : ใช่ค่ะ ที่ผ่านมาเรามีคนช่วยงานเราเป็นหลักคือเขา พอเป็นเรื่องงาน ไม่ว่าเราหรือลูก ลูกเราไม่ได้อยู่แค่วัยเรียน เรียนไปทำงานไปด้วย มันก็เลยมีการจัดระบบการทำงาน ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเป็นหลักในชีวิตว่าทำอะไรบ้าง มันค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลง เลยต้องเคลียร์เรื่องนี้กันสักนิดนึงในหน้าที่การงาน

สถานะเปลี่ยนไปนานหรือยัง? นุ่น : น่าจะปีที่แล้ว เดือนก.ค. ที่ตัดสินใจจบความสัมพันธ์

สาเหตุมาจากพี่นุ่นเลือกลูกๆ? นุ่น : ค่ะ อันนี้เป็นสาเหตุกับทุกๆ สถานการณ์ที่เกิดปัญหาขึ้น เพราะในหัวใจเราก็มีแต่ลูก 2 คน เรามีเขามา ไม่ว่าจะครอบครัวผ่านการไม่ลงเอยกัน หรือมีปัญหาอะไรกัน ทั้งหมดคือเราเลือกลูก แต่วันนี้สิ่งที่เราเรียนรู้คือการเลือกลูกของเราจะไม่ใช่ความรู้สึกของเราเพียงเท่านั้น ที่ผ่านมามันคือความรู้สึกของเราเพียงเท่านั้น คิดว่าทุกสิ่งมันดี เรื่องแบบนี้มันใช่ ปฏิบัติแบบนี้มันโอเคอันนี้คือเสียงของตัวเองทั้งสิ้น เรายึดมั่นในความที่เราหวังดีและรักลูก

ระหว่างอยู่ในบ้าน บรรยากาศการอยู่ร่วมกันก่อนคุณแม่เลิกกับแฟน เราเป็นยังไง? มุก : เอาตรงๆ มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันอึดอัดค่ะ เวลาเรากลับบ้านมาจากโรงเรียน มันก็รู้สึกว่าเราไม่ค่อยอยากเข้าไปคุยกับเขา เพราะแม่ก็อยู่กับเขาตลอด ช่วงนั้นไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ จะมีเรื่องที่อยากให้ทำอะไรในบ้านมากกว่า เรารับทราบตรงนั้นมากกว่า แต่ปฏิสัมพันธ์แม่ลูกมันไม่ค่อยมี

มันดูห่างกันไปเหรอ? มุก : ใช่ค่ะ

ไม่รู้สึกเหมือนกันมั้ย? ไม้ : ตอนนั้นผมอยู่บ้านมากกว่า ผมเรียนออนไลน์ อยู่มหาวิทยาลัย ไม่ได้มีคาบเยอะเท่าน้อง

ตกใจมากว่ามีช่วงขึ้นๆ ลงๆ กับบรรยากาศในบ้านด้วย ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตยังไง ก่อนมีเขากับหลังมีเขา? นุ่น : ลูกคนละวัยด้วยนะคะ ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปี ตอนนั้นก็น่าจะคนละวัย บรรยากาศในบ้านกับลูกวัยนึง ก็คิดว่าไม่เหมือนกัน เรายอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ลูกกำลังเปลี่ยนวัย เราจะเลี้ยงเขาแบบเด็กไม่ได้ เขาต้องมีสเปซของเขา เราต้องทำความเข้าใจใหม่มากๆ แม่ไม่ได้มีตำราพกมา รู้แค่ว่าพอมีลูกก็เรียนรู้ไปแต่ละวัย ก็เป็นการลองผิดลองถูกไปหมด ลูกก็เช่นกัน เขาก็เติบโตไม่มีตำราเหมือนกัน ต่างคนต่างเรียนค่ะ

แม่สายชิลหรือสายโหด สายเป๊ะ? มุก : อยู่กลางๆ มากกว่า แอคทีฟตลอดเวลา พาพวกเราไปด้วย พวกเราอาจไม่ได้แอคทีฟเท่าเขา เราก็ไม่ไหว แต่ช่วงนั้นเราไม่ได้บอกว่าไม่ไหว แต่ทำแล้วมันรู้สึกอึดอัด

แม่เลี้ยงแล้วแต่ลูก? นุ่น : ไม่ได้ชิลเบอร์นั้น แม่มีระเบียบพื้นฐานในบ้าน อยากฝึกเขามาตั้งแต่เล็กแล้ว ก็ทำเท่าที่ได้ แม่ไม่ได้ไม่พึงพอใจอะไร เพียงแต่ว่าถ้ามีเวลาก็ฝึกทำไปอีก เพราะอีกเดี๋ยวลูกก็ติดปีกบินแล้ว อยากให้สมบูรณ์ที่สุดในความสามารถที่เราเป็นแม่และเลี้ยงเขาได้ วันหนึ่งมีอะไรบอกว่าอันนี้มันดี เอาแบบนี้สิ มันก็น่าสนใจสำหรับแม่

ชุดข้อมูลใหม่ของคุณแม่ที่ทำให้คุณแม่เปลี่ยนวิธีเลี้ยงลูก คุณแม่เปลี่ยนไปยังไง? มุก : น่าจะเห็นถึงความวิตกกังวล ความเครียด ความนอยด์เครียดทุกเรื่อง เล็กๆ น้อยๆ บางทีเขามาบ่นกับเรา ว่าเป็นยังไง แต่ไม่เยอะเท่าตอนเขาเลิกกันแล้ว ช่วงคบกันเขาก็อาจไม่ไหวแล้วมาคุยกับเราบ้างว่าเขาเป็นแบบนี้นะ แม่ไม่รู้จะทำยังไง ก็มีมาพูดบ้าง แต่เราไม่ใช่คนตัดสินใจแทนเขา ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเขาตัดสินใจที่จะให้เขาอยู่หรือไป ก็แล้วแต่เขาเลย

ตอนมีอิทธิพลจัดๆ คือมีการฟิกซ์กฎระเบียบในบ้านเยอะจัดๆ จนไม้งงเลย? ไม้ : ใช่ๆ อย่างเช่นเรื่องเวลาต้องทำอะไร ห้ามเกินเวลา ตื่นเช้าต้องปิดแอร์ 9 โมง อันนี้ผมไม่ค่อยมีปัญหา ผมตั้งเวลาได้ แต่มุกต้องตื่นมาปิดแอร์ แล้วก็ทำสวนให้เสร็จก่อน 9 โมง แค่รดน้ำธรรมดานี่แหละไม่มีอะไร ต้องเริ่มก่อน 9 โมงเท่านั้น ถ้าหลัง 9 โมงจะโดนว่าเลย

อยากให้เป็นระเบียบวินัย ก่อนหน้านี้แม่ไม่เป็นแบบนี้? ไม้ : ใช่ ก็เป็นระเบียบขั้นพื้นฐานแหละ แต่เราก็ห๊ะ เพิ่มรายละเอียดเยอะมาก (หัวเราะ) หลังรดน้ำต้นไม้ ก็ต้องกินข้าว ห้ามกลับขึ้นไปนอนต่อ ใช้ชีวิตทั้งวันแล้วค่อยนอนตอนกลางคืน มันก็เรื่องพื้นฐาน แต่มันเวอร์ไปนิดในบางอย่าง ผมตื่นลงมารดน้ำต้นไม้ 09.11 น. ก็โดนว่าแล้ว

มีเหตุการณ์ที่ทำให้พี่นุ่นเสียใจ? นุ่น : น้องมุกเป็นหนึ่งในคนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เขาเองก็เด็ก เรากำหนดค่าใช้จ่ายเขา เพื่อฝึกเขา แต่เขาก็อยากใช้โน่นใช้นี่ แล้วเขาอยุ่ในยุคที่อะไรๆ ก็แพง เขาก็ใช้ไม่พอ เราก็สอนว่าถ้าไม่พอต้องเก็บ ที่สำคัญมีปัญหาอะไรบ้านไม่ใช่เซฟโซน 100 เปอร์เซ็นต์ ดันมีอุปสรรคตรงนั้นอยู่ซึ่งเราไม่เคยรู้ เขาก็เลยเลือกคิดเอง เข้าไปในแพลตฟอร์มสร้างรายได้ ลงทุน เหมือนบิทคอยน์ แล้วโดนหลอก

มุก : ช่วงนั้นหนูไม่มีความรู้ด้านมิจฉาชีพ เราไม่ได้ดูโซเชียลขนาดนั้น ทำให้โดนหลอกไป คุณแม่เป็นคนเก็บเงินของเราเอาไว้ส่วนนึง เงินงานของเรา แล้วแบ่งให้เราใช้ต่อเดือน บางทีค่าใช้จ่ายที่เขาแบ่งมาให้มันไม่พอสำหรับในเมืองที่เราต้องไปมหาวิทยาลัย หรือไปโรงเรียนที่ต้องใช้เงินในการอยู่ในเมือง ทำให้หนูไปหาเงินเอง

ความคิดพี่ มันก็ดีที่เป็นการฝึกวินัยลูก? นุ่น : ใช่ สำหรับเราเลี้ยงเดี่ยวมาเกือบจะทั้งชีวิตลูก ทุกอย่างเราต้องเป็นคนตัดสินใจ ไม่ว่าจะมีผู้ช่วยหรือไม่มีผู้ช่วย ก็ต้องเป็นเราที่ตัดสินใจ เวลาเหนื่อยก็รู้สึกเป๋ ช่วงวัยรุ่นทุกบ้านจะหนักไปแต่ละคนไม่เหมือนกัน มันเป็นการปรับตัวขั้นสูงสำหรับการเปลี่ยนผ่านชีวิตวัยนี้ ดังนั้นพอเราเหนื่อยแล้วเราเซ เราก็คิดว่าเราลองฟังคนอื่นดูบ้าง ที่ผ่านมาก็มีเสียงบอกเราว่าที่ผ่านมามันไม่ถูกต้องไง มันผิดไงถึงเป็นแบบนี้ มันพลาดไงถึงเป็นแบบนี้ ไม่เป็นไร เอาใหม่ ตรงนี้แหละเหมือนเป่ามนต์ใส่เราว่าทั้งหมดด้วยความหวังดีของคนๆ นึงหรือคนแวดล้อมที่มองเห็นก็แล้วแต่ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันคงดีแหละ มันทำแบบนี้แหละ สิ่งที่พลาดคือเราไม่เคยฟังเสียงลูก แต่ก็ไม่ผิดเพราะสถานการณ์คือเราเลี้ยงเดี่ยว วันนึงเรามีใครเข้ามาดูแลเรา ดูแลหัวใจเรา หรืออะไรก็แล้วแต่ มันทำให้ลูกให้สเปซเรา เขาให้โดยอัตโนมัติ ตรงนี้แหละเราไม่ได้นึกถึง เรามองไม่เห็นว่ามันห่างกันไปเรื่อยๆ เราไม่ได้แวะมอง เหมือนกติกาที่เขียนบนกระดานดำ ลงบันไดมาปั๊บเห็นเลยว่า 1 2 3 ต้องทำอะไรบ้าง เคยมีคนพูดว่าเขียนไปเคยถามความคิดเห็นของลูกมั้ย ระเบียบวินัยสร้างได้ แต่ขอความคิดเห็นลูกเพราะโตแล้ว เราไม่เคยคิดถึงตรงนี้ รู้แค่ว่าแบบนี้มันดี ลองดู ทำไมเพิ่มกติกามาทุกวัน เพราะเขาทำแบบนี้ได้แล้ว ก็อัพเลเวล คิดเองหมดเลย

อีกเรื่องน้อยใจเรื่องเวลากลับบ้าน? มุก : เวลาไปกับเพื่อน จะมีกลับเลทบ้าง เราอยู่กับเพื่อนเราสนุก ติดลมบ้าง ช่วงที่เขาอยู่กับแฟนเก่าเขาก็ทำให้เหมือนโดนปั่นว่าไม่ดี ไม่ได้นะ กลับบ้านเลทแค่นาทีเดียว หรือกลับบ้านเลทไม่กี่นาทีก็โดนดุแล้วค่ะ

นุ่น : เราก็เพิ่งได้ยินหลังๆ ที่มาเคลียร์กัน ตอนนั้นเราคิดว่ามันก็คือการฝึกอย่างนึงเหมือนกัน รับปากแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่รับปาก ทุกอย่างมันสตริ๊กไปหมดเลย เรามาย้อนคิดถ้าเป็นเรา เราก็อึดอัด แต่ ณ เวลานั้นถามว่าทำไมเราไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนั่นแหละค่ะ เราเคยโทษตัวเอง

พอผิดกฎกติกาในบ้าน มีทำโทษมั้ย? นุ่น : ไม่ค่อยได้ทำโทษเท่าไหร่

ไม้ : เรียกไปคุย ไปว่า

นุ่น : อันนี้ก็แรงสำหรับจิตใจมากแล้ว การตำหนิไปหมดเลย วางอันนี้ไม่เข้าที่ อันนั้นผิด ถ่ายรูปๆ ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา

เหมือนจับผิดด้วย? นุ่น : ใช่ กลายเป็นว่าเข้าบ้านแล้ว บ้านไม่ใช่ที่ที่สบายแล้ว ที่ทิ้งตัวได้ พอก้าวเข้ามา ฉันจะโดนอะไรหรือเปล่า (หัวเราะ)

ลูกๆ อึดอัด มีความพยายามสื่อสารมั้ย ปรับให้เข้ากับเขามั้ย? ไม้ : พยายามต่อรอง แต่ไม่ค่อยได้เท่าไหร่

มุก : เราสองคนพยายามคุยกับเขา ส่วนใหญ่เป็นพี่ไม้มากกว่าพยายามคุยให้ หลังจากพี่ไม้ออกไป หนูก็คุยกับเขามากขึ้น แต่เหมือนสาส์นที่เราจะส่งไปมันไปไม่ถึง เพราะมีคนที่กั้นอยู่ (หัวเราะ)

สุดท้ายก็ทนไม่ไหว มีวันนึงที่น้องไม้ตัดสินใจออกจากบ้าน? ไม้ : เรื่องเดิมนี่แหละครับ ผมลงมา 09.17 น. แม่ทักว่าทำไมทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ไปอยู่ที่อื่น

นุ่น : เราไม่ได้กลั่นกรอง แค่คิดว่าหลักๆ คืออยากให้เขาพุซอัพเขาขึ้นมา ไม่ได้คิดว่าจะไล่ลูกไปอยู่ที่อื่นหรอก แค่เหมือนกับมาถึงที่สุดแล้ว ถ้าลูกยังทำไม่ได้อีก มันเริ่มมีผลกระทบแล้วกับการถ่ายละคร ท่องบท ถ้าลูกทำแบบนี้ไม่ได้ ลูกจะเติบโตไม่ได้ จนสุดท้ายบอกว่าถ้าลูกยังทำไม่ได้ แม่คิดว่าจะเปิดสนามให้เรียนรู้ในบ้าน แต่ถ้ายังเรียนรู้ไม่ได้ ก็คงต้องไปเรียนรู้ข้างนอก แต่ความรู้สึกลูกคือเข้าใจแบบนี้

ไม้ : ผมก็โทรหาพ่อเลย ขอไปอยู่ด้วยได้มั้ย พ่อตกใจ พ่อบอกว่าได้ มาเลยๆ เขาพร้อม

อยากกอดลาเหรอ? ไม้ : คงประมาณนั้นครับ (หัวเราะ)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...