โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลุ่ม Fintech คืนชีพ 3 บริษัทมาแรงแห่งปี 2025

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 22.03 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.03 น.

ทุกวันนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เห็นได้ชัดจากความสำเร็จของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ธุรกิจหลากหลายเริ่มนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพราะ AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในหลายด้าน แต่อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เริ่มกลับมามีบทบาทไม่แพ้ AI คือ “Fintech” หรือเทคโนโลยีทางการเงิน ที่กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้คนอย่างชัดเจน ตั้งแต่บทบาทของการเป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ การปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค ไปจนถึงการลงทุน

บลจ. ทิสโก้ ระบุว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา กลุ่ม Fintech กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังจากราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยมีทั้งบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรม และผู้เล่นหน้าใหม่ที่โครงสร้างธุรกิจน่าจับตา วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 3 บริษัท Fintech ที่มาแรงแห่งปี 2025

Coinbase - ผู้ผลักดันสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลให้ได้รับการยอมรับในโลกการเงินมากขึ้น

Coinbase ถือเป็นผู้นำในวงการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างยาวนาน ด้วยความสามารถในการรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขาย และบทบาทสำคัญในการผลักดันคริปโตให้เข้าใกล้การเป็นสินทรัพย์การเงินกระแสหลัก ซึ่งล่าสุด Coinbase ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี S&P 500 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดการเงินกระแสหลักเริ่มให้การยอมรับคริปโตมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump ก็ให้การสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมาย GENIUS Act ที่วางกรอบกำกับดูแล Stablecoin เช่น USDC ที่มีการผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ

หลังร่างกฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภา ฝ่ายอนุพันธ์ของ Coinbase ก็ประกาศว่าจะนำ USDC มาใช้เป็นหลักประกันในการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ภายในไม่กี่วัน ส่งผลให้ราคาหุ้น Coinbase พุ่งขึ้นแรง นักวิเคราะห์จาก Bernstein SocGen มองว่าร่างกฎหมาย GENIUS เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนมองข้าม และหากกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดี ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ "Re-Rating" หุ้น Coinbase ได้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนก่อนเดือนสิงหาคมนี้

Circle Internet Financial - เบื้องหลังความสำเร็จของ USDC

Circle Internet Financial ได้เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยบริษัทอาศัยจังหวะที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งจากระหว่างช่วงเวลาการเลื่อนบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าออกไป 90 วัน ซึ่งการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของ Circle ถือว่าเป็นหนึ่งการ IPO ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยบริษัทสามารถระดมทุนได้สูงถึง $1.1 billion นอกจากนี้ราคาหุ้น Circle ปรับตัวขึ้นมา +541% จากราคา IPO ที่ $31.00 (ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2025)

โดยผลงานที่สำคัญของ Circle ที่มีอิทธิพลต่อนวัตกรรม Fintech ในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือ การร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง Coinbase เป็นผู้ออก USDC ในปี 2018 ซึ่งเป็น Stablecoin ที่สามารถเข้าถึงง่ายและใช้งานได้สะดวกสบาย

นอกจากนี้ ในช่วงที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในภาวะซบเซาเมื่อ 2-3 ปีก่อนแต่ USDC กลับได้รับการยอมรับในแง่ของความโปร่งใสได้สำเร็จและยังสามารถอยู่รอดได้จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้กลายเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าหมุนเวียนสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 และ มีการเติบโตของมูลค่าหมุนเวียนอยู่ที่ 78% YoY ในปี 2024

Sezzle – สินเชื่อ Buy Now Pay Later ที่ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่

อีก 1 บริษัท Fintech ที่สามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่น Millennials และ Gen Z ได้ดี นั่นคือ Sezzle ที่ประกอบธุรกิจตัวเลือกการชำระเงินในรูปแบบของการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภคในรูปแบบ Buy Now Pay Later ซึ่งดึงดูดลูกค้าที่เป็นทั้งร้านค้าและผู้บริโภคด้วยระบบผ่อนชำระ 4 งวดโดยปราศจากดอกเบี้ย

ด้วยความนิยมของ Sezzle ในช่วงที่ผ่านมาทำให้การเติบโตของบริษัทนั้นโดดเด่นกว่าบริษัทสินเชื่อ Buy Now Pay Later อื่นๆ ในตลาด ซึ่งรายได้ในไตรมาส 1 ของบริษัทออกมาอยู่ที่ $104.9 million เติบโตสูงถึง 123.3% YoY และมากกว่าระดับที่ตลาดคาดไว้ถึง $64.76 million ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $1.00 สูงกว่าคาดการณ์ตลาดที่ $0.20 โดยความแข็งแกร่งของงบไตรมาส 1 นั้นมาจากการเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้าโดยการเสนอระบบผ่อนชำระ 5 งวด และการร่วมมือกับ WebBank เพื่อเพิ่มการเติบโตและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Sezzle อีกด้วย นอกจากนี้ คณะผู้บริหารของ Sezzle ยังคงมีความมั่นใจต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ส่งผลให้ผู้บริหาร Sezzle ปรับประมาณอัตราการเติบโตของรายได้ตลอดทั้งปีอยู่ที่ 60-65% จากเดิม 25-30% และปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิขึ้นมาจากระดับ $80.4 million สู่ระดับ $120.0 million

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...