โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.กอบศักดิ์ หั่นคาดการณ์ GDP ไทยปี 68 เหลือ 2% ส่งออก-ท่องเที่ยว ชะลอตัวหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 00.43 น.

ดร.กอบศักดิ์ ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2568 ส่อแววชะลอตัว ส่งออก-ท่องเที่ยวสะดุด ปัจจัยการเมืองฉุดจีดีพีเหลือ 2% กรณีแย่สุดอาจแตะ 1.5%

30 มิ.ย.2568 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผย ในงาน Meet the Press Bangkok Bank Press Trip Tour visit Permata Bank Indonesia 2025 ว่าธนาคารได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2568 ลงเหลือ 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 3% เนื่องจากในช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงต้านหลายด้าน โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เคยคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดี แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ เนื่องจากการเร่งสต็อกสินค้าของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษี ทำให้ปลายปีนี้การส่งออกอาจไม่คึกคักเหมือนที่คาดหวัง

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นักแสดงจีนถูกลักพาตัวในไทยเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์และนักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางเข้าไทยอย่างมีนัยสำคัญ แม้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวยุโรปยังคงมีแนวโน้มที่ดี

"ผ่านไป 5 เดือนแล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังไม่กลับมาฟื้นตัวเท่าที่ควร หากสิ้นปีนี้สามารถดึงนักท่องเที่ยวได้ 35.5 ล้านคนเท่าปีก่อนก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว"

นอกจากนี้สัญญาณที่น่าเป็นห่วงเริ่มปรากฏให้เห็นจากยอดขายของร้านสะดวกซื้อในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 ที่ไม่ดีขึ้น ยอดรูดบัตรของห้างสรรพสินค้าติดลบ ร้านอาหารปิดกิจการ และเริ่มมีการปิดโรงงานบางแห่ง

ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงปัญหาภายนอก ยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติลังเลที่จะเข้ามาลงทุน ทำให้การลงทุนโดยรวมชะลอตัว

"ปัญหาการเมืองภายในประเทศยังส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบาย ทำให้แรงส่งจากนโยบายภาครัฐมีจำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ธนาคารตัดสินใจปรับลดประมาณการ GDP ไทยปี68 ลงมาที่ 2% โดยในกรณีที่เลวร้ายที่สุด GDP อาจขยายตัวได้เพียง 1.5% เท่านั้น"

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยังต้องรอดูท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับนโยบายภาษี ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ไทยต้องหาทางรับมือ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ไปได้

โดยประมาณการจีดีพีที่ 2 % ภายใต้สมมติฐานสหรัฐฯ ปรับลดภาษีสำหรับสินค้าไทยลงมาอยู่ในระดับ 15-20% โดยไม่คาดหวังถึง 0% แต่หากลดลงไปถึง 10% ที่ถือว่าหรูมาก ซึ่งในระดับภาษีดังกล่าวสินค้าไทยจะได้เปรียบสินค้าจีนที่ถูกเก็บภาษีสูงถึง 30% ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยในช่วงปลายปีนี้ได้บ้าง

ทั้งนี้ไทยก็ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ สินค้าจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้ ก็จะหันมาหาตลาดใหม่ ซึ่งไทยอาจเป็นหนึ่งในเป้าหมาย ดังนั้น การให้ระยะเวลา 90 วันในการปรับตัวสำหรับภาษีใหม่ของสหรัฐฯ จะทำให้ผู้ประกอบการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ และหาตลาดใหม่ในเวลาเดียวกัน

"การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังคงเป็นจุดแข็งของไทย ในเดือนพฤษภาคมสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้นับแสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน"

อย่างไรก็ตาม หากงบประมาณรัฐฯมีจำกัด รัฐบาลควรเลือกจัดสรรงบประมาณไปยังส่วนสำคัญ เช่น การอัดฉีดเงินให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อจัดทำโปรโมชั่นที่ดี ดึงดูดนักท่องเที่ยว หรือการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ รวมถึงเร่งเจรจากับสหรัฐฯ ให้ได้ข้อตกลงที่ดี เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ และสนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...