โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ทำไม ราคาบ้านจัดสรร ถึงพุ่งแรง สวนทางเศรษฐกิจ -กำลังซื้อหายไปจากตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 00.09 น.

แนวโน้มราคาบ้านจัดสรรที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง เนื่องจากจำนวนหน่วยเหลือขายในตลาดยังคงเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการ จึงเร่งระบายสินค้า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)มีการปรับราคาขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงของผู้บริโภค โดยการปรับขึ้นของราคาบ้านในครั้งนี้มีปัจจัยสำคัญ

ราคาบ้านจัดสรรพุ่ง

มาจากต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดินซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพ เช่น พื้นที่ใกล้ระบบคมนาคมหลัก หรือเขตเศรษฐกิจในเมือง ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงค่าแรงงานการก่อสร้าง ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 และมีแนวโน้มขยับต่อเนื่อง

ต้นทุนที่สูงขึ้นในทุกด้านส่งผลให้ต้นทุนรวมของโครงการใหม่เพิ่มขึ้นและทำให้ราคาบ้านจัดสรรยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนทำเลของดัชนีราคาบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ มีการปรับราคาขึ้นมากที่สุด ในทำเลพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ระดับราคา 7.51 - 10.00 ล้านบาท และพื้นที่ 3 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) มีการปรับราคาขึ้นมากที่สุด ในทำเลเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด ระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

ส่วนของดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ มีการปรับราคาขึ้นมากที่สุด ในทำเลลาดพร้าว-บางกะปิ-วังทองหลาง-บึงกุ่ม-สะพานสูง-คันนายาว ระดับราคา 7.51 - 10.00 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่ 3 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) มีการปรับลดราคามากที่สุด ในทำเลบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย ระดับราคา 2.01 -3.00 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากเป็นการปรับลดราคาจากโครงการจัดสรรที่ยังใช้ต้นทุนเดิม ประกอบกับ ความต้องการกระตุ้นตลาดและเร่งการระบายสต๊อกที่อยู่อาศัย โดยเมื่อจำแนกดัชนีราคาบ้านจัดสรรตามพื้นที่ พบว่ากรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 131.7 เพิ่มขึ้น 2.7%

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) 3 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) มีค่าดัชนีเท่ากับ 130.5 ลดลง-2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์สะท้อนว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซา สวนทางต้นทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาระดอกเบี้ย ทำให้ผู้ประกอบการต้องกัดฟันแบกภาระต่อไป เพราะไม่สามารถปรับราคาได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงแทบทุกค่ายต้องนำสต๊อกออกขาย และทำแคมเปญ ส่งเสริมการตลาด ลดแลกแจกแถม ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนทางกำไรลดลง

อีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดเดินต่อไม่ได้ ต้องนำสินค้าวนกลับมาขายใหม่คือสถาบันการเงินไม่ปล่อนสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง และขยับไปถึงระดับกลางบน ในขณะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องเดินหน้าขายโครงการต่อเพราะไม่เช่นนั้น จะมีผลต่อหุ้นบริษัทในตลาดที่ปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและสถาบันการเงินพร้อมปล่อยกู้ในขณะนี้ มีความได้เปรียบ ทั้งมาตรการรัฐลดค่าธรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท มาตรการยกเลิก LTV กู้ได้ 100% ที่สำคัญ ยังได้รับแคมเปญจากผู้ประกอบการซึ่งได้กำไรหลายต่อในขณะที่ผู้ประกอบการ ค่อนข้างเจ็บตัว

สำหรับข้อเสนอภาคเอกชน ต้องการ ดอกเบี้ยพิเศษมาตรการยาแรงกระตุ้นการโอน อสังหาริมทรัพย์ปีนี้ เพิ่มเติมจากเดิม เช่น ไม่กำหนดราคา เดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท หักลดหย่อนภาษีซื้อบ้านและดอกเบี้ยบ้านใหม่เพิ่มเติม, ยกเว้นธุรกิจเฉพาะแก่ผู้ประกอบการ แก้ไขปัญหา สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อเป็นต้น

หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,109 วันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...