ม.อ. ค้นพบ “แมลงหางดีด” 3 ชนิดใหม่ของโลก
นี่แหละคนไทยไม่แพ้ชาติใดโลก!
(21 ก.ค. 68) ทีมนักวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.โสภาค จันทฤทธิ์ สังกัดสถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย ร่วมกับ นางสาวนงนภัส มณี นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พร้อมด้วยนักวิจัยจากหลากหลายสถาบัน ประสบความสำเร็จในการค้นพบ แมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลกจำนวน 3 ชนิด ได้แก่
1. Coecobrya microphthalma sp. nov. จากถ้ำลึก ใน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
2. Alloscopus sago sp. nov. จากป่าสาคู อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
3. Alloscopus jantapasoae sp. nov. จากถ้ำลึก ใน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง
ซึ่งแมลงทั้ง 3 ชนิด จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น (endemic species) ที่มีความจำเพาะต่อระบบนิเวศ และไม่สามารถพบได้ในพื้นที่อื่นของโลก
นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวได้เปิดเผย “ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” ที่มีต่อสัตว์ในระบบนิเวศถ้ำเขตร้อน โดยใช้แมลงหางดีดเป็นตัวแบบ พบว่าเพียงแค่อุณหภูมิในถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม จะส่งผลต่อการวางไข่ การเจริญเติบโตและวงจรชีวิต และหากอุณหภูมิสูงมากกว่า 4 องศาเซลเซียส นำไปสู่การลดลงของประชากรจนถึงขั้นสูญพันธุ์ได้ การศึกษานี้นับเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการวิเคราะห์เชิงลึกในระบบนิเวศถ้ำเขตร้อน
สำหรับ “แมลงหางดีด” ถือเป็นแมลงโบราณที่เป็นรอยต่อทางวิวัฒนาการระหว่างสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มครัสเตเชีย (crustacean) และแมลงที่แท้จริง (true-insect) ซึ่งเป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก แต่แพร่กระจายได้ในทุกระบบนิเวศของโลก ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนไปจนถึงขั้วโลก แม้แต่ในทะเลทราย ปากปล่องภูเขาไฟ หรือในถ้ำลึกก็สามารถพบได้ และมีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายอินทรียวัตถุ และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร ทำให้แมลงหางดีด ถือเป็นดัชนีบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้อย่างแม่นยำ
“อีจัน” ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ขอบคุณข้อมูล : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์