โบรกฯ แนะหุ้นต่างชาติสนใจ-ราคายังไม่ขึ้นแรง รับ TRADE TARIFF 2.0 ผ่อนคลายลง
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ผลการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ มีความคืบหน้ามากขึ้น หลังมีข้อตกลงทางการค้าไปแล้วหลายประเทศ ได้แก่ อังกฤษ, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, จีน (บรรลุดีลชั่วคราว ซึ่งมีสัญญาณเลื่อน DEADLINE ออกไปจากวันที่ 12 ส.ค. 68) ขณะที่ล่าสุดบรรลุดีลเพิ่มเติมอีก 2 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น
ส่วนไทย เตรียมส่งดีลรอบสุดท้ายในให้กับสหรัฐฯ ในวันนี้ ลุ้นสหรัฐฯ เก็บภาษีRECIPROCALS ต่ำกว่า 36% หลังข้อเสนอเบื้องต้นของไทยค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกับประเทศที่ได้ดีลแล้ว
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ระบุว่า TRADE TARIFF 2.0 ที่เพื่อนบ้านเราเจรจากันไปเกือบหมดแล้ว ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ตลาดการเงินผ่อนคลาย และหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช้านี้ตลาดหุ้น NIKKEI +2.48% ซึ่งหุ้นดันตลาดส่วนใหญ่ คือ กลุ่มยานยนต์ที่ได้รับแรงกดดันมานาน อาทิ หุ้น MAZDA +17% หุ้น SUBARU +15% หุ้น MITSUBISHI +14% หุ้น TOYOTA +11% หุ้น HONDA +9% เป็นต้น
ขณะที่ในมุมของไทยตามข้อเสนอของ รมว.คลังที่ออกแถลงตามสื่อต่างๆ จับใจความได้ว่ามีข้อเสนอที่คล้ายคลึงกับประเทศเพื่อนบ้าน คือการยกเลิกภาษีทั้งหมดสำหรับสินค้าสหรัฐฯ และเปิดตลาดให้สหรัฐฯ แบบปลอดภาษี (0%)รวมถึงการซื้อสินค้าจากสหรัฐฯมากขึ้น ทั้งเครื่องบิน BOEING-สินค้าเกษตร-อุปกรณ์ทางการทหาร, การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ เป็นต้น จึงมองว่าไทยน่าจะถูกเก็บ RECIPROCAL TARIFF ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้าน คือระดับต่ำกว่า 20% และหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในอนาคตเช่นเดียวกัน
โดยกลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เน้นหุ้นที่ต่างชาติให้ความสนใจ โดยการซื้อสุทธิเยอะสุด 10 ใน 11 วันทำการ(ข้อมูลสิ้นสุด 7 -22 ก.ค.68) และผลตอบแทนยังไม่ปรับตัวขึ้นมากนัก อาทิ AOT, CPALL, KTC, KBANK, CPN, SCC, WHA, CPF, BBL, ADVANC, OR, CBG, PTT, HANA, AMATA, TOP, BH, SAWAD, PTTGC, CK เป็นต้น