โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเขียวใช้งบกระตุ้นศก. 1.57 แสนลบ. โครงการน้ำ-คมนาคม โกยมากสุด พร้อมชงครม.สัปดาห์หน้า

efinanceThai

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.10 น.

ไฟเขียวใช้งบกระตุ้นศก. 1.57 แสนลบ. โครงการน้ำ-คมนาคม โกยมากสุด พร้อมชงครม.สัปดาห์หน้า

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มิ.ย. 68 16:10 น.

บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ อนุมัติงบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนแรก 1.1 แสนล้านบาท ชี้โครงการน้ำ-คมนาคม ได้มากสุดถึง 70% ส่วนท่องเที่ยวได้ หมื่นลบ. คาดหนุนจีดีพีโต 0.4-0.5%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ) ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุม มีมติอนุมัติวงเงินในการใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนแรก 110,000 กว่าล้านบาท

โดยแบ่งเป็น โครงการน้ำและคมนาคม 70% ด้านการท่องเที่ยว 10% และส่วนที่เหลือจะใช้รองรับกับมาตรการภาษีของสหรัฐ และด้านการศึกษา รวมถึงเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นประเมินว่า หากใช้วงเงินทั้งหมด 1.57 แสนล้านบาท จะกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 0.5-0.6% แต่หากใช้วงเงินเพียง 1.1 แสนล้านบาทจะส่งผลต่อจีดีพี 0.4-0.5% เท่านั้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ประชุมอนุมัติแล้ว ภายในสัปดาห์หน้าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโครงการที่เสนอเข้ามาทั้งหมด โดยกรอบวงเงินดังกล่าวจะต้องดำเนินการผูกพันให้ได้ก่อนก.ย. นี้

“วันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป เศรษฐกิจน่าจะได้รับผลกระทบ จึงต้องหามาตรการกระตุ้นเพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการว่าการดำเนินการต่างๆ จะต้องคำนึงถึงด้านกฎหมายเป็นสำคัญ และติดตามกำกับอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการกำกับและติดตามประเมินผลด้วย สำหรับงบอีก 40,000 กว่าล้านบาทที่ยังไม่ได้อนุมัติในวันนี้นั้น เป็นงบที่ อปท. เสนอมา ซึ่งเบื้องต้นมีโครงการที่ซ้ำซ้อน และไม่ได้ผ่านกระทรวงต้นสังกัด จึงจะกลับไปประเมินอีกครั้ง”นายพิชัย กล่าว

สำหรับสัดส่วนวงเงินที่เป็นโครงการน้ำและคมนาคม 70% นั้น เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน โดยน้ำมีทั้งเรื่องการบริโภค การป้องกันน้ำท่วม การป้องกันน้ำแล้ง เป็นส่วน ด้านคมนาคมให้พิจารณาถึงถนนที่ปลอดภัย จำเป็น โดยเฉพาะการเชื่อมเมืองเอกสู่เมืองรอง เป็นต้น

ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ได้อนุมัติงบก้อนแรกรวม 1.15 แสนล้านบาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้งบทั้งสิ้นประมาณ 10,530 ล้านบาท โดยรายละเอียดจะต้องรอที่ประชุมครม.อนุมัติและพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมตรี กล่าวในการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ) ในวันนี้ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีปัญหาในเรื่องการขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่สัดส่วนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สะสมมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างโดยด่วน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

สำหรับเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา คือ เงินงบประมาณ โดยเฉพาะงบกลางรายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็ง ซึ่งมีจำนวน 157,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจึงได้เสนอ แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบ 157,000 ล้านบาทให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติไปเมื่อวันที่ 20 พ.ค.68 ได้เห็นชอบเรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่ครม.อนุมัติงบดังกล่าวแล้ว หน่วยงานต่างๆ ได้ทยอยเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณซึ่งมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการและได้นะมาเสนอในคณะกรรมการชุดนี้พิจารณาร่วมกัน

“ขอให้พิจารณาโครงการอย่างรอบคอบ เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งขรัด โดยเฉพาะให้เป็นไปตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และพ.ร.บ.งบประมาณให้รอบคอบ ตรวจสอบได้ ไม่เกิดการทุจริต เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อเศรษฐกิจและพี่น้องประชาชนทั้งในระยะสั้น ระยะยาวต่อไป โดยคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และเปิดเผยได้”นางสาวแพทองธาร กล่าว

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...