โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UN ระดมทุนไม่พอ ที่ต้องใช้ดูแลมหาสมุทรโลก เอกชนจะช่วยแต่ขอดูแผนก่อน

Amarin TV

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.06 น.
สหประชาชาติระดมทุนในสนธิสัญญาทะเลหลวงฉบับใหม่ได้ 1 หมื่ล้านดอลลา์สหรัฐฯ แต่ยังไมพอ เอกชนคิดหนักต้องกรดูแผนการชัดๆ ก่อนลงทุนดูแลมหาสมุทร

16 มิถุนายน 2568 สหประชาชาติกระตุ้นนักลงทุนเร่งปกป้องมหาสมุทรโลก เรียกร้องให้นักลงทุนร่วมลงขันราว 10 ล้านดอลาร์สหรัฐ ผลักดันให้มีข้อตกลงมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามการประชุมของ UN เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่นั่นเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าจำนวนเงินที่ต้องการอยู่มาก เนื่องจากฝ่ายนักลงทุนต้องการความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์การพัฒนาและจัดการมหาสมุทรที่ชัดเจนก่อนลงทุน

สัปดาห์ก่อน สหประชาติจัดงานประชุม 2025 UN Ocean Conference ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน โดยการประชุมว่าด้วยมหาสมุทรครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย กระตุ้นการดำเนินการและขับเคลื่อนผู้มีส่วนร่วมทุกคนให้อนุรักษ์และทำให้มหาสมุทรยั่งยืน

ขณะที่ผู้นำด้านการเมืองแห่งสหประชาชาติได้เร่งดำเนินการเพื่อจัดการปัญหาการประมงเกินขนาดและปัญหามลภาวะ ที่กำลังเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อรบบนิเวศทางทะเล และชุมชนที่พึ่งพามหาสมุทรเพื่อดำรงชีวิต

มีเพียง 50 ประเทศเท่านั้นที่ให้สัตยาบันในสนธิสัญญาว่าด้วยทะเลหลวงฉบับใหม่ จากที่ข้อตกลงนี้มีกว่า 13 ประเทศเห็นชอบร่วมกันในปี 2023 เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ในการบริหารน่านน้ำสากลและปราบปรามการปฏิบัติที่เป็นอันตราย สหรัฐฯ ยังไม่ให้สันตยาบันในสนธิสัญญาดังกล่าว

ทั้งนี้ ทะเลหลวงคือ ส่วนของทะเลและมหาสมุทรที่อยู่นอกเหนือจากเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐใดๆ และไม่มีรัฐใดสามารถอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของได้

สิ่งที่ขวางทางการระดมทุนจากภาคเอกชนอยู่คือ การขาดกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมไปถึงข้อมูลสถานการณ์มหาสมุทรโลกที่เพียงพอ โอลิเวอร์ วิทเธอร์ส หัวหน้าฝ่ายธรรมชาติของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในอังกฤษกล่าวถึงความแตกต่างของการจัดการปัญหาบนพื้นที่ทะเลหลวง

“สิ่งที่ทำให้ทะเลหลวงแตกต่างจากพื้นที่บนบกมากคือ ทะเลหลวงไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐใดรัฐหนึ่ง […] สิ่งที่เป็นความท้าทายใหญ่มาก เพราะไม่มีอธิปไตยใดรับผิดชอบทะเลหลวงโดยตรง”

เงินทุนจากข้อตกลงที่เกิดขึ้นสัปดาห์ก่อน ส่วนใหญ่คือเงินทุนจากธนาคารของรัฐ ประกอบไปด้วย 2.5 พันล้านดอลลาร์ จากธนาคารพัฒนาแห่งลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (CAF) และ 3 พันล้านยูโร (3.5 พันล้านดอลลาร์) จากกลุ่มธนาคารพัฒนา เพื่อจัดการปัญหามลพิษจากพลาสติก

เงินทุนจากกลุ่มธนาคารถือว่าเป็นพัฒนาการหนึ่งในการอนุรักษ์มหาสมุทรโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ระดมได้ระหว่างปี 2015–2019 ที่มีการลงทุนเพียง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขโดยรวมก็ยังห่างไกลจากระดับที่จำเป็นมาก เทียบกับการคาดการณ์ของสหประชาชาติที่ระบุว่า จำเป็นต้องมีเงินทุน 175 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ฟรานซีน พิคอัพ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและสนับสนุนโครงการของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวถึงการขาดแคลนเงินทุนในการจัดการปัญหามหาสมุทรโลก

“เงินจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่เงินจากภาคเอกชนก็ยังน้อยกว่านั้นอีก ดังนั้นฉันคิดว่านี่คือพื้นที่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น”

พิคอัพกล่าวว่า การปรับปรุงพื้นฐานด้านนโยบายและกฎระเบียบ รวมถึงการยกเลิกเงินอุดหนุนที่เธอบอกว่าเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เช่น การทำประมงเกินขนาด เป็นสิ่งสำคัญ ตามมาด้วยการจัดทำกลุ่มโครงการลงทุน เช่น สตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับมหาสมุทร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...