โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลกวาดล้าง "ธุรกิจนอมินี" เสียหาย 1.5 หมื่นล้าน จับสินค้าผิดกฎหมาย 5 หมื่นคดี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.58 น.
รัฐบาลปราบ

“รัฐบาล” คุมเข้ม ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจนอมินี

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ปัจจุบันจากสภาวะการเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลกที่มีความรวดเร็วและผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ่อยครั้งในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ได้มีการฝ่าฝืนมีการทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมในหลายมิติ

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ภายใต้ขอสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รัฐบาล โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ระดับจังหวัด โดยมีเป้าหมาย เพื่อตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนอมินี ซึ่งขณะนี้มีนิติบุคคลเป้าหมายเป็นจำนวนถึง 46,918 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ทั้งนี้ จากผลการทำงานตั้งแต่เดือน กันยายน 2567 - พฤษาภาคม 2568 หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ได้ดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,287 ล้านบาท และเก็บภาษีนำเข้าสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท และมีการใช้มาตรการ "Notice and Takedown" ลบสินค้าผิดกฎหมายจากออนไลน์กว่า 14,976 รายการ และดำเนินคดีกับธุรกิจนอมินี 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

นายอนุกูล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับมือกับสถานการณ์การไหลทะลักของสินค้านำเข้าจากมาตรการภาษีของต่างประเทศ รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าเร่งดำเนินมาตรการเพื่อลดระยะเวลาการไต่สวนมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าให้เหลือไม่เกิน 1 ปี อีกทั้ง ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาการใช้มาตรการเซฟการ์ดป้องกันตลาดภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...