โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

20 ปีไทยช่วยกัมพูชา 4.1 พันล้าน จับตาโครงการใหม่ ปรับปรุงด่าน - ถนน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 23.56 น.

ประเทศไทยและกัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตยาวนานกว่า 75 ปี และมีพรมแดนติดกันกว่า 817 กิโลเมตร ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวร และชั่วคราว 18 แห่ง มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 5 ด่านหลัก อยู่ที่ 174,530 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.9% จากปีก่อน โดยไทยส่งออกมูลค่า 141,846 ล้านบาท และนำเข้า 32,684 ล้านบาท ได้ดุลการค้าชายแดนสูงถึง 109,163 ล้านบาท

นอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจประเทศไทยยังให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน และวิชาการ กับกัมพูชามาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ผ่านมามีความช่วยเหลือที่ไทยให้กับรัฐบาลกัมพูชาทั้งสิ้น 8 โครงการ วงเงินช่วยเหลือรวมกว่า 4,160.91 ล้านบาท

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีทั้งโครงการความร่วมมือทางการเงินและทางวิชาการที่ไทยให้ความช่วยเหลือกัมพูชา ผ่านการดำเนินการของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือ "NEDA" ระบุว่าได้ให้การสนับสนุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance: ODA) ในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ภายใต้ภารกิจของ NEDA ทั้ง 7 ประเทศ คือจักรกัมพูชา ส.ป.ป.ลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ภูฏาน ศรีลังกา และติมอร์-เลสเต รวมวงเงินทั้งสิ้น 24,226.33 ล้านบาท

แบ่งเป็นโครงการความร่วมมือทางการเงินและทางวิชาการ (Financial Cooperation and Technical Cooperation) จำนวน 55 โครงการ รวม 24,189.43 ล้านบาท และโครงการ ด้านความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน (Capacity Building) จำนวน 48 โครงการรวมวงเงิน 36.90 ล้านบาท

สำหรับประเทศกัมพูชา สพพ.ได้ให้ความช่วยเหลือไปทั้งสิ้น 8 โครงการ วงเงินช่วยเหลือรวม 4,160.91 ล้านบาท แบ่งเป็นการช่วยเหลือทางการเงิน 4 โครงการ 4,078.91 ล้านบาท และความช่วยเหลือในทางวิชาการ 4 โครงการ วงเงินรวม 82 ล้านบาท

ในปัจจุบัน สพพ.ให้การสนับสนุนโครงการที่ดำเนินการในกัมพูชา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทางและการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างรับการสนับสนุนจากประเทศไทยอีกหลายโครงการดังนี้

1.โครงการปรับปรุงถนน หมายเลข 67 (NR67) ช่วงเสียมราฐ – อนลองเวง – จวม/สะงำ โดยเส้นทางนี้เชื่อมต่อจากด่านถาวรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ไปยังเสียมราฐ มีระยะทางรวมประมาณ 134.68 กิโลเมตร

โดยโครงการนี้จะมีการปรับปรุงพื้นผิวถนน ทางร่วม ทางแยก โครงสร้างสะพาน และระบบระบายน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินด้วยเงินกู้จำนวน 983 ล้านบาท ซึ่งได้ลงนามสัญญาเงินกู้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ปัจจุบันโครงการอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยกระทรวงโยธาธิการและการขนส่งของกัมพูชากำลังจัดประชุม Kickoff กับที่ปรึกษา หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์จะสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจากช่องสะงำไปยังเสียมราฐจากเดิมประมาณ 6 ชั่วโมง เหลือเพียง 3 ชั่วโมง โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2571

2.โครงการปรับปรุงถนนหมายเลข 68 (NR68) ช่วงช่องจอม/โอเสม็ด – สำโรง – กลอรันห์ ซึ่งเชื่อมต่อจากด่านถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ เส้นทางนี้มีระยะทางประมาณ 117.193 กิโลเมตร ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการเตรียมยื่นคำขอความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการจัดทำแบบรายละเอียด (Detailed Design) และศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของโครงการ

หากดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะส่งเสริมการค้าชายแดนจาก 7.6 พันล้านบาทในปี 2567 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 28.9 พันล้านบาทภายในปี 2582 และยังจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 1.1 ล้านคน เป็น 1.65 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน

3.โครงการพัฒนาจุดผ่านแดนสำคัญที่สตึงบท (โครงการพัฒนาด่านพรมแดนสตึงบทระยะที่ 2 (Stung Bot Border Checkpoint Development Project Phase 2) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด่านถาวรบ้านหนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โครงการนี้เป็นโครงการที่จะก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาคาร X-ray, อาคารที่พักเจ้าหน้าที่, สถานีขนถ่ายสินค้า, สถานีรถไฟ, ด่านควบคุมโรค, คลังสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันโครงการอยู่ในระหว่างการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ในอนาคต โครงการนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนจาก 59,431 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 100,000 ล้านบาทในปี 2567 และช่วยลดเวลาการผ่านแดนจากเดิม 3-5 ชั่วโมงต่อคัน เหลือเพียง 10 นาทีต่อคัน ฃ

นอกจากนี้ยังเป็นประตูการขนส่งสำคัญที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกและภาคอีสานของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (SEC) อีกด้วย คาดว่าปริมาณรถที่ใช้ผ่านแดนจะเพิ่มขึ้นจาก 180 คันต่อวันในปี 2557 เป็น 509 คันต่อวันในปี 2568

และ 4.การออกแบบถนนหมายเลข 57 (NR57) ช่วงบ้านผักกาด – บ้านปรม – ไพลิน – ถนนหมายเลข 5 พระตะบอง ซึ่งเชื่อมต่อจากด่านถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เส้นทางนี้มีระยะทาง 103 กิโลเมตร โดยโครงการนี้จะเน้นการออกแบบรายละเอียดเพื่อยกระดับมาตรฐานถนน ทางร่วม ทางแยก สะพาน และจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในด้านเศรษฐกิจ สังคม วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษา เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร และส่งเสริมการเชื่อมโยงทางกายภาพในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเมืองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ได้แก่ โครงการพัฒนาเมืองน่าอยู่ Livable, Resilient and Water Secure Cities Investment Program (Tranche 2) ซึ่งจะดำเนินงานในเมือง Pursat, Battambang, Banteay Meanchey และเมืองไพลิน (Pailin)

โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบจัดการน้ำเสีย การป้องกันน้ำท่วม และการพัฒนาระบบประปา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นความร่วมมือทางการเงินในรูปแบบ Parallel Financing กับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)

คงต้องจับตาดูสถานการณ์ของและความคืบหน้าในโครงการต่างๆที่ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชาจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามแผนหรือไม่ หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย – กัมพูชา มีเพิ่มมากขึ้นในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...