ยูโอบีฯ คาดงบ Q2/68 กลุ่มแบงก์ กำไรลดลง 9% เหตุต้นทุนสินเชื่อเพิ่ม
#ทันหุ้น-บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยคาดการณ์ผลดำเนินงานไตรมาส 2/68 จะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ประมาณ 4.86 หมื่นล้านบาท ลดลง 9.2% YoY และลดลง 16.8% QoQ เนื่องจากต้นทุนสินเชื่อ หรือ credit cost ของกลุ่มที่เพิ่มขึ้น 11bp QoQ เป็น 151 bpในไตรมาส 2/68 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาดว่า KKP จะรายงานต้นทุนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าของตลาดรถยนต์ และคาดว่า SCB จะรายงานต้นทุนสินเชื่อเพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดบริษัทจะมีการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง
นอกจากนี้คาดว่าต้นทุนสินเชื่อของ TISCO จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารได้กำหนดเป้าหมายต้นทุนสินเชื่อในปี 2568 ไว้ที่ 100 bp ซึ่งคาดว่าธนาคารจะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี
ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ MARKET WEIGHT กลุ่มธนาคาร โดยมี Top pick คือหุ้น KBANK แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 185 บาท ส่วนหุ้นอื่นในกลุ่มแนะนำถือทั้งหมด BBL ให้ราคาเป้าหมายที่ 154 บาท, KKP ให้ราคาเป้าหมายที่ 48 บาท ,KTB ให้ราคาเป้าหมายที่ 24 บาท, SCB เดิมแนะนำซื้อ และปรับเป็นถือ โดยยังคงราคาเป้าหมายที่ 130 บาท, TISCO ให้ราคาเป้าหมายที่ 94 บาท และหุ้น TTB ให้ราคาเป้าหมายที่ 1.95 บาท
นอกจากนี้มองว่าหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI ที่จะกลับมาซื้อขายอีกครั้งใน ก.ค. หรือต้น ส.ค.นี้ จะช่วยปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ของ BBL และ KTB
โดยฝ่ายวิจัยยูโอบีฯ ได้คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ของหุ้นกลุ่มแบงก์ประกอบด้วย BBL มีกำไร 10,226 ล้านบาท ลดลง 19% QoQ ลดลง 13.4% YoY, KBANK กำไร 11,498 ล้านบาท ลดลง 16.6% QoQ ลดลง 9.1%, KKP กำไร 1,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% QoQ เพิ่มขึ้น 42.0% YoY, KTB กำไร 10,110 ล้านบาท ลดลง 13.7% ลดลง 9.7% YoY
SCB กำไร 9,327 ล้านบาท ลดลง 25.4% QoQ ลดลง 6.9% YoY TISCO กำไร 1,527 ล้านบาท ลดลง 7.1% QoQ ลดลง 12.7% YoY ,TTB กำไร 4,812 ล้านบาท ลดลง 5.6% QoQ ลดลง 10.2% YoY