โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กรณีศึกษาหุ้น Starbucks จากร้านกาแฟยอดฮิต แต่ทำไมราคาหุ้นถึงร่วง?

Stock2morrow

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • Stock2morrow
กรณีศึกษาหุ้น Starbucks จากร้านกาแฟยอดฮิต แต่ทำไมราคาหุ้นถึงร่วง?

กรณีศึกษาหุ้น Starbucks จากร้านกาแฟยอดฮิต แต่ทำไมราคาหุ้นถึงร่วง?

.

Starbucks คือชื่อที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลก

ด้วยสาขาที่แพร่หลายและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่แข็งแกร่ง แบรนด์นี้ดูเหมือนจะเป็น "หุ้นที่มั่นคง" ที่ไม่มีวันตกต่ำ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นของ Starbucks กลับเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ราคาหุ้นลดลงอย่างน่าตกใจถึง 29% นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งต่ำกว่าราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์อย่างมาก

คำถามคือ "เกิดอะไรขึ้นกับร้านกาแฟขวัญใจมหาชนแห่งนี้" ?

Stock2morrow จะเล่าให้ฟัง

.

ส่องเหตุผลปัจจัยที่ฉุดราคาหุ้นร่วง Starbucks

แม้จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แต่ Starbucks ก็ไม่ได้ปราศจากความท้าทายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการและราคาหุ้น

ซึ่งจากบทวิเคราะห์สามารถสรุปได้เป็น "Bear Case" เป็นข้อๆแบบนี้ครับ (รวบรวมจาก Investing Pro)

1. ความท้าทายในการดำเนินงาน

- ยอดขายในอเมริกาเหนือลดลง: ในไตรมาสที่ผ่านมา ยอดขายในร้านค้าเทียบเคียงกันในอเมริกาเหนือลดลงถึง 6% และจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ (Traffic) ก็ลดลง 10% สะท้อนถึงปัญหาในการดึงดูดและรักษาลูกค้า

- ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น: ต้นทุนค่าแรง, อุปกรณ์, และวัตถุดิบสำคัญอย่างเมล็ดกาแฟที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้เข้ามากดดันอัตรากำไรของบริษัทอย่างหนัก

- การดำเนินการที่อาจล่าช้า: แผนการปรับปรุงการดำเนินงานและลดจำนวนเมนูสินค้า (SKU) ที่ซับซ้อน อาจต้องใช้เวลาเพื่อให้เห็นผล ซึ่งอาจนำไปสู่การกัดเซาะอัตรากำไรในระยะสั้นถึงกลาง

.

2. ปัญหาในตลาดจีน

- ตลาดจีนที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต กลับมี Same Store Sale Growth ลดลงถึง 14% ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

และสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทายในจีน

- คู่แข่งท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง: การแข่งขันจากเชนร้านกาแฟท้องถิ่นในจีน เช่น Luckin Coffee ซึ่งมีความเข้าใจในตลาดท้องถิ่นและมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่า

ได้สร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับ Starbucks

.

3. การลงทุนและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

- การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยีและการปรับปรุงร้านค้า อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและการเติบโตของกำไรในระยะสั้น

- แม้การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง เช่น การแต่งตั้ง CEO และ CFO คนใหม่ จะเป็นการปรับกลยุทธ์ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ก็อาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนได้

.

แผนตอบโต้ของ Starbucks พลิกฟื้นจาก 'Bear' เป็น 'Bull'

แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่ Starbucks ก็ไม่ได้นิ่งเฉย บริษัทกำลังดำเนินกลยุทธ์ "Back to Starbucks" เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ ประกอบไปด้วย

1. ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าและการดำเนินงาน: เน้นกลับไปสู่จุดแข็งของการเป็น "Third Place" และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในร้าน

2. ปรับเมนูให้เรียบง่าย: ลดจำนวน SKU ลง 30% เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการและลดความซับซ้อนในการทำงาน

3. ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล: เสริมสร้างแพลตฟอร์ม Mobile Order & Pay และระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและยอดขาย

4. ขยายร้านค้าขนาดเล็ก: เปิดร้านในรูปแบบที่เล็กลง เพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ และเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับบริการเต็มที่

5. ลงทุนในพนักงาน: เพิ่มการฝึกอบรมและสวัสดิการ เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้าและลดอัตราการลาออกของพนักงาน

.

กรณีของ Starbucks ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่แบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่นิยมระดับโลก ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่เสมอ

การลงทุนในหุ้นไม่ได้มองเพียงแค่ "ความนิยม" ของแบรนด์ แต่ต้องพิจารณาถึง

1. ประสิทธิภาพการดำเนินงาน: บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

2. การแข่งขันในตลาด: คู่แข่งมีผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและอำนาจในการกำหนดราคาอย่างไร

3. ความสามารถในการปรับตัว: บริษัทมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับกับความท้าทายใหม่ๆ ได้หรือไม่

4. อนาคตของตลาดสำคัญ: แนวโน้มเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดหลัก (เช่น จีนที่ตอนนี้ยอดขายกำลังตกลงมาก) เป็นอย่างไร

Starbucks กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการปรับตัว ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางราคาหุ้นในอนาคต นักลงทุนจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า "แผนการพลิกฟื้น" นี้จะสามารถนำพา Starbucks กลับมา "เปล่งประกาย" ได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งยังต้องติดตามกันต่อไปครับ

.

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลและวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

#Stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน #Starbuck #การลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...