โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ ติดอันดับ 11 เมืองที่ ‘ค่าครองชีพแพงสุดในโลก’

Positioningmag

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2568 เวลา 14.29 น. • Lupang

รายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ที่จัดทำโดย‘จูเลียส แบร์’ นอกจากจะเผยให้เห็นถึงเทรนด์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High-Net-Worth Individuals - HNWIs) ทั่วโลก ยังมีการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองแพงสุดในโลก โดยพบว่า
‘สิงคโปร์’ ยังคงครองอันดับ 1 เมืองที่ค่าครองชีพแพงสุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ตามมาด้วย อันดับ 2 ‘ลอนดอน’ และอันดับ 3 ‘ฮ่องกง’
สำหรับ ‘กรุงเทพฯ’ เมืองหลวงของประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 11 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมา 6 อันดับ ส่วน ‘โตเกียว’ อยู่ในอันดับ 17 ซึ่งทั้งกรุงเทพฯและโตเกียว ถือเป็นสองเมืองที่มีค่าครองชีพพุ่งแรงมากสุดในปี 2025
สิ่งที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงขึ้นในสายตาของผู้มั่งคั่งโลก เนื่องจาก สินค้าฟุ่มเฟือยมีราคาแพงที่สุดในโลก โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นสำหรับสตรีและบุรุษ, รถยนต์ และนาฬิกา ขณะที่สินค้าอื่นมีราคาสมเหตุสมผล

เอเชียแปซิฟิกแหล่งรวมผู้มีความมั่งคั่ง

รายงานฉบับดังกล่าว ยังได้เปิดเผยว่า ‘เอเชียแปซิฟิก’ เป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วสุดในโลก แม้ในปี 2567 เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงแซงหน้าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ความมั่งคั่งในภูมิภาคนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 มีการเติบโตของ GDP 4.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 5.1% ในปี 2566 แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 3.3%
จากแนวโน้มนี้ ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนผู้ที่มีความมั่งคั่งระดับสูงในเอเชียที่คาดการณ์ว่า จะเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี แตะระดับ 855,000 คนในปี 2567
สำหรับแรงขับเคลื่อนสำคัญก็มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของ‘จีน’ และ ‘อินเดีย’ ซึ่งคาดการณ์ว่า จะช่วยเพิ่มสัดส่วน HNWIs รายใหม่ในเอเชียให้สูงถึง 47.5% ระหว่างปี 2568 – 2571 โดยจากตัวเลขดังกล่าวย้ำให้เห็นว่า เอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นศูนย์กลางของโอกาสทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งกำเนิดความมั่งคั่งที่สำคัญของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...