โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดุสิตธานี ทรานฟอร์มสู่ 'Unlock Value' ดัน 4 กลุ่มโตแกร่ง - ปีแห่งเทิร์นอะราวด์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 13.00 น.

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ได้ร่วมขับเคลื่อนองค์กรตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ 9 ปี (2559-2568) แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงเวลาละ 3 ปี ได้แก่ ช่วงที่ 1 ช่วงสร้างฐาน (2559-2561) ช่วงที่ 2 ช่วงขยายการเติบโต Take Off (2562-2565) และช่วงที่ 3 ช่วงเก็บเกี่ยวการเติบโต Unlock Value (2566-2568) ถือว่าในปัจจุบันปี 2568 เข้าสู่ช่วงที่ 3 เพื่อมุ่งการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับการบริหารงานในแต่ละช่วงแบ่งเป็น

  • ช่วงที่ 1 ช่วงสร้างฐาน (2559-2561) เป็นช่วง 3 ปีแรกของการเข้ามาบริหารงานกลุ่มดุสิตธานี ได้เป้าหมายโฟกัสที่การสร้างคน ทั้งวัฒนธรรมองค์กร ทัศนคติ การพัฒนาทักษะพนักงาน พัฒนากระบวนการทำงาน การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี สร้างศักยภาพของสินทรัพย์กลุ่มดุสิตธานี การยกระดับศักยภาพของแบรนด์ดุสิตธานีให้ตอบโจทย์ทุกเซกเมนต์ หรือเซกเมนต์ที่มีศักยภาพสูง รวมถึงเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างการเงินเพื่อรองรับแผนระยะยาว เพื่อให้กลุ่มดุสิตธานีพร้อมนำเสน่ห์แบบไทยและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไทยไปให้คนทั่วโลกได้รู้จัก

  • ช่วงที่ 2 ช่วง Take Off (2562-2565) การเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ทั้งการขยายธุรกิจโรงแรม และขยายบริการที่หลากหลายรูปแบบ ขยายธุรกิจการศึกษา พร้อมขยายสู่ธุรกิจอาหาร ด้วยการจัดตั้งบริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด ตลอดจนขยายโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-Use) มีมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท แต่เป็นช่วงที่กลุ่มดุสิตธานี ต้องรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ เน้นการสำรองเงิน เพื่อให้มีกระแสเงินสดที่เพียงพอ จึงต้องขายทรัพย์สินบางส่วนออกไปเพื่อปรับโมเดลทางการเงินใหม่ เพื่อรักษาองค์กรให้เดินต่อไปได้ และโครงการสำคัญยังเดินหน้าโดยไม่ลดทอนคุณภาพ

  • ช่วงที่ 3 ช่วง Unlock Value (2566-2568) เป็นช่วงเก็บเกี่ยวการเติบโต จากการที่กลุ่มดุสิตธานีลงทุนไปก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างผลประกอบการโตยั่งยืน ทั้งขยายโรงแรม จากที่เคยมีโรงแรม 27 แห่งใน 8 ประเทศ ปัจจุบัน ณ ไตรมาสแรกปี 2568 กลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 294 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 12,909 ห้อง ใน 18 ประเทศ เป็นโรงแรม 55 แห่งและวิลล่าหรู 239 แห่ง ส่วนในปี 2568 จะรับรู้รายได้จากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เต็มปี หลังจากเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 27 ก.ย.567

บอร์ดไม่มีปัญหาขัดแย้งภายใน พร้อมได้รับความไว้วางใจจากทายาททั้ง 3 ร่วมบริหารงานต่อ

สำหรับกรณีเรื่องความขัดแย้งภายใน และเกิดปัญหาไม่โหวตงบการเงินของบริษัทในช่วงที่ผ่านมานั้น โดยขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 9 ปีคณะกรรมการบริษัทได้ร่วมเห็นชอบแผนในการดำเนินงานมาตลอด และไม่มีความขัดแย้งในคณะกรรมการบริษัท แต่ในการที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่นั้น อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างได้

อีกทั้งจากการได้พูดคุยกับทีมผู้ถือหุ้นและทายาททั้ง 3 ของดุสิตธานี ต่างระบุว่าให้ตนเองทำหน้าที่บริหารงานร่วมขับเคลื่อนองค์กรในระยะต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อร่วมพิจารณาวาระหลักคือ การคัดเลือกคณะกรรมการบริษัทที่มีอยู่ 8 คน ที่จะพิจารณาตำแหน่งต่างๆ ให้ครบตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ ขณะเดียวกันอาจมีการพิจารณาจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ที่ต้องกำหนดวันจัดการประชุม เพื่อขอรับรองงบการเงินในปี 2567

อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์ในระยะต่อไปขององค์กรนั้น จะต้องมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริษัท เพื่อสรุปแผนร่วมกันอีกครั้ง

คาดรายได้หลักในปี 68 กลับมาแตะระดับ 9,000 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมรายได้รวมในปีนี้ 2568 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจหลัก 9,000 ล้านบาท แต่ไม่รวมรายได้ รายการพิเศษ จากการส่งมอบงานโครงสร้างพื้นที่อาคารค้าปลีก ของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Bareshell) โดยภาพรวมรายได้ขยายตัว 20-25% จากปีก่อน ในแต่ละกลุ่มธุรกิจวางเป้าหมายการเติบโตดังนี้ โรงแรม ขยายตัว 20-25% การศึกษา ขยายตัว 10-12% อาหาร ขยายตัว 10-15% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัว 100% จึงส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกกลับมาสร้างผลประกอบการที่มีกำไรอีกครั้ง (เทิร์นอะราวด์) จากปีก่อนหน้านี้มีผลกำไรขาดทุน

ทางด้านสัดส่วนรายได้มาจาก โรงแรม 66-67% ธุรกิจอาหาร 18% กลุ่มธุรกิจการศึกษา 5% และอสังหาริมทรัพย์ 7% จากที่ผ่านมา รายได้หลัก จากโรงแรม คิดเป็นสัดส่วน 90% ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...