โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พลังงานนิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้า และอาวุธนิวเคลียร์ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 19.37 น.
พลังงานนิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้า และอาวุธนิวเคลียร์ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

แม้จะใช้คำว่า “นิวเคลียร์” เหมือนกัน แต่ พลังงานนิวเคลียร์ ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า กับอาวุธนิวเคลียร์ ที่ใช้ในสงคราม นั้นกลับมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งในด้านวัตถุประสงค์ เทคโนโลยีที่ใช้ และผลกระทบต่อมนุษยชาติ

ปฏิกิริยานิวเคลียร์ (Nuclear Fission)

พลังงานนิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ต่างก็อาศัย ปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิชชัน (Fission) หรือการแตกตัวของนิวเคลียสอะตอมหนัก เช่น ยูเรเนียม-235 หรือพลูโตเนียม-239 ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมา

พลังงานนิวเคลียร์ที่ผลิตไฟฟ้าควบคุมได้

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้ยูเรเนียมที่ผ่านการ เสริมสมรรถนะต่ำ (Low Enriched Uranium หรือ LEU) ซึ่งมีความเข้มข้นของยูเรเนียม-235 ประมาณ 3-5% เท่านั้น

ตัวอย่าง รงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าทำงานโดยอาศัยกระบวนการฟิชชัน (Fission) หรือการแตกตัวของนิวเคลียสอะตอมหนัก เช่น ยูเรเนียม-235 ภายในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เมื่ออะตอมเหล่านี้แตกตัวจะปล่อยพลังงานความร้อนออกมา ความร้อนที่ได้จะถูกส่งผ่านระบบหล่อเย็นเพื่อนำไปต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำแรงดันสูง หมุนกังหันที่เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าในที่สุด

กระบวนการนี้ถูกควบคุมอย่างต่อเนื่องและแม่นยำผ่านแท่งควบคุม (Control rods) ที่สามารถดูดซับนิวตรอนเพื่อลดหรือเร่งปฏิกิริยาได้ จึงทำให้พลังงานนิวเคลียร์สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยและเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง

อาวุธนิวเคลียร์ควบคุมไม่ได้ใช้เพื่อทำลายล้าง

ในทางตรงกันข้าม อาวุธนิวเคลียร์ใช้วัสดุที่มีความเข้มข้นสูงมาก เช่น Highly Enriched Uranium (HEU) หรือ พลูโตเนียม-239 ที่สามารถจุดชนวนปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงโดยตั้งใจไม่ควบคุม เพื่อให้เกิดแรงระเบิดมหาศาลในเสี้ยววินาที

อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยพลังงานมหาศาลจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบไม่สามารถควบคุมได้ โดยมุ่งเน้นการทำลายล้างเป้าหมายในวงกว้างในเวลาไม่กี่วินาที

ตัวอย่างอาวุธนิวเคลียร์ที่มีชื่อเสียงคือ “Little Boy” ซึ่งใช้ยูเรเนียม-235 และถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นในปี 1945 กับ “Fat Man” ที่ใช้พลูโตเนียม-239 และถูกทิ้งที่เมืองนางาซากิ อาวุธเหล่านี้ปล่อยพลังงานเทียบเท่าวัตถุระเบิดหลายหมื่นตันของ TNT และทิ้งผลกระทบทางรังสีไว้ยาวนานหลายสิบปี จึงเป็นหนึ่งในอาวุธที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

สนธิสัญญาและการควบคุม

เนื่องจากวัสดุนิวเคลียร์สามารถเปลี่ยนจากพลังงานเป็นอาวุธได้ จึงมีการควบคุมอย่างเข้มงวดทั่วโลก โดยเฉพาะภายใต้ สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ซึ่งกำหนดให้ประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของ IAEA (International Atomic Energy Agency)

สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1970 มีเป้าหมาย 3 ประการ

1. ห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ไปยังประเทศที่ยังไม่มี
2. ส่งเสริมการใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ เช่น การผลิตไฟฟ้า การแพทย์ การเกษตร
3. ผลักดันให้ประเทศที่มีอาวุธอยู่แล้วลดและเลิกใช้อาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว
ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ยกเว้นบางประเทศ เช่น อินเดีย อิสราเอล และปากีสถาน ที่ไม่ได้ลงนาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...