โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เคล็ดลับการลงทุน! ส่อง 3 เทคนิคสำคัญสร้างโอกาสทำกำไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 02.03 น. • The Bangkok Insight

เคล็ดลับการลงทุน! ส่อง 3 เทคนิคสำคัญสร้างโอกาสทำกำไรช่วงประกาศงบ

ในช่วงประกาศงบการเงิน บริษัทจดทะเบียนจะทยอยประกาศผลประกอบการพร้อม ๆ กันหลายสิบบริษัทต่อวัน หากนักลงทุนสามารถจับใจความสำคัญของงบการเงินได้อย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนและไม่พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนหุ้นตัวนั้น ๆ

เคล็ดลับการลงทุน

เทคนิคที่ 1 รู้แหล่งข้อมูลและสิ่งที่ต้องดู

ในฐานะนักลงทุน สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือ จะไปหาข้อมูลผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนได้จากที่ไหน โดยหลัก ๆ แล้ว มาจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (set.or.th) เว็บไซต์ของบริษัทจดทะเบียน หรือจากการรายงานของสำนักข่าวต่าง ๆ ซึ่งบริษัทจดทะเบียนจะประกาศผลประกอบการทุกไตรมาส เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุน โดยมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ดังนี้

  • งบการเงินรายปี จะประกาศผลประกอบการภายใน 60 วัน นับจากวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี
  • งบการเงินรายไตรมาส จะประกาศผลประกอบการภายใน 45 วัน นับจากวันสิ้นสุดรอบไตรมาส

ในวันที่มีการประกาศผลประกอบการ บริษัทไม่ได้มีแค่งบการเงินตัวเลขอย่างเดียว แต่จะมาพร้อมกัน 3 สิ่งสำคัญที่ควรให้ความสนใจ มีดังนี้

  • งบการเงินฉบับเต็ม เป็นเอกสารตัวเลขทางการเงินที่ละเอียดที่สุด ซึ่งแสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของบริษัท
  • คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะฝ่ายจัดการของบริษัทจะอธิบายและวิเคราะห์ผลประกอบการ ตัวเลขต่างๆ ในงบการเงิน รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน
  • สรุปผลประกอบการ เป็นเอกสารที่สรุปผลกำไรหรือขาดทุนของบริษัทในไตรมาสนั้น ๆ แบบสั้น ๆ และรวดเร็ว
เคล็ดลับการลงทุน

ลำดับการอ่านงบเพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  • สรุปผลประกอบการ ด่านแรกในการคัดกรองข้อมูล คือ สรุปผลประกอบการ อ่านเพื่อให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ว่ากำไรของบริษัทในไตรมาสนั้น ๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว ตามด้วยการอ่าน MD&A เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมกำไรถึงเพิ่มขึ้น (หรือลดลง) เพราะ MD&A จะช่วยให้เห็นที่มาที่ไปของตัวเลขแต่ละบรรทัดในงบการเงิน
  • งบการเงินฉบับเต็ม หากต้องการวิเคราะห์เชิงลึกหรือมีข้อสงสัยจากสรุปและ MD&A ควรอ่านรายละเอียดตัวเลขในงบการเงินฉบับเต็ม

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ

แม้ว่า MD&A จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ดี แต่ในงบการเงินฉบับเต็มและหมายเหตุประกอบงบการเงิน ยังมีข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญให้ศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนี้

  • รายงานของผู้สอบบัญชี หากพบประโยคที่ระบุว่า “เรื่องที่เน้น” หรือ “ข้อสังเกต” แสดงว่ามีประเด็นสำคัญที่ผู้สอบบัญชีต้องการให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม
  • งบการเงิน (ตัวเลขดิบ) การดูตัวเลขอย่างเดียวอาจไม่เห็นภาพชัดเจน ต้องใช้อัตราส่วนทางการเงินมาช่วยวิเคราะห์ หากไม่ต้องการคำนวณก็สามารถรอ 1 - 2 วันหลังประกาศงบ เพราะบริษัทจะส่งข้อมูลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็สามารถศึกษาข้อมูลใน Factsheet จะช่วยให้การวิเคราะห์สะดวกรวดเร็ว

ข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงินอื่น ๆ เช่น

  • อายุลูกหนี้ (ช่วยให้ประเมินได้ว่าบริษัทมีความสามารถในการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าได้ดีเพียงใด)
  • เงินลงทุนในบริษัทร่วมและส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียแยกบริษัท (ทำให้ทราบว่าบริษัทร่วมที่ลงทุนไปนั้นสร้างกำไรได้ดีจริงหรือไม่)
  • ผลประกอบการแยกตามส่วนงานและภูมิภาค (ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าธุรกิจแต่ละส่วนงานหรือรายได้จากในประเทศกับต่างประเทศ)

เคล็ดลับการลงทุน

เทคนิคที่ 2 เจาะลึกการวิเคราะห์งบการเงิน 3 มิติ (ด้วย MD&A)

การวิเคราะห์งบการเงินไม่ใช่แค่การดูตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าตัวเลขเหล่านั้นบอกอะไรเกี่ยวกับธุรกิจ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคำตอบจะอยู่ที่ “คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A)” ควบคู่ไปกับการดูตัวเลขในงบการเงิน

การทำกำไร (Profitability)

การเปลี่ยนแปลงแต่ละบรรทัดในงบกำไรขาดทุนจะมีความหมายและสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท

  • การเปลี่ยนแปลงของรายได้ เป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์กำไร การเปลี่ยนแปลงของรายได้จะเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจว่าผู้บริหารมีทิศทางอย่างไรในการนำพาธุรกิจไปข้างหน้า โดยบริษัทบางแห่งจะแยกสัดส่วนรายได้ ทำให้วิเคราะห์ได้ละเอียดมากขึ้นว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงมาจากสาเหตุใด

อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นจะสะท้อน 3 เรื่องหลัก

  • การแข่งขัน หากบริษัทมีการแข่งขันสูง อัตรากำไรขั้นต้นมักจะต่ำ
  • ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ ทิศทางของต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบในช่วงนั้นมีผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
  • จุดคุ้มทุนของโรงงานหรือสถานที่ให้บริการ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตหรือการให้บริการ

ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร แสดงถึงค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุนคงที่และมักจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่บริษัทมีการขยายกิจการ เนื่องจากต้องเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ต้นทุนทางการเงิน เป็นรายจ่ายที่สอดคล้องกับภาระหนี้สินของบริษัท บริษัทที่มีหนี้สินสูงก็จะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงตามไปด้วย

การนำสินทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ (Asset Utilization)

เป็นการพิจารณาว่าบริษัทนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปสร้างรายได้และผลตอบแทนได้ดีแค่ไหน โดยปกติการใช้สินทรัพย์จะไม่ค่อยมีอธิบายโดยละเอียดใน MD&A จึงต้องดูและวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ดังนี้

  • อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Assets: ROA) บริษัทที่ดีควรมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนเพื่อขยายกิจการ และมี ROA ที่สม่ำเสมอ หมายความว่ามีการลงทุนและสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้อย่างดี แต่หากพบว่า ROA เริ่มลดลง ต้องตรวจสอบว่าเกิดจากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติหรือเกิดจากกำไรที่ลดลง
  • โครงสร้างสินทรัพย์ที่ต้องระวัง ควรดูโครงสร้างสินทรัพย์ว่ามีรายการที่ต้องระวังและมีสัดส่วนสูง ๆ หรือไม่ เช่น ค่าความนิยม (Goodwill) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) หรือเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สร้างส่วนแบ่งกำไรต่ำ

อัตราส่วนทางการเงินเพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติ บางรายการต้องใช้อัตราส่วนทางการเงินมาวิเคราะห์ร่วมด้วยเพื่อดูความผิดปกติ เช่น

  • ลูกหนี้การค้า ควรดูคู่กับระยะเวลาเก็บหนี้ เพื่อประเมินความสามารถในการเก็บเงิน
  • สินค้าคงเหลือ ควรดูคู่กับระยะเวลาขายสินค้า เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
  • เจ้าหนี้การค้า ควรดูคู่กับระยะเวลาชำระเจ้าหนี้ เพื่อดูนโยบายการชำระหนี้

หากพบว่ามีรายการใดเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดสังเกต ควรเข้าไปสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมใน “หมายเหตุประกอบงบการเงิน” ประกอบ

หนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้ (Debt & Solvency)

หนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มักจะไม่ค่อยมีอธิบายโดยละเอียดใน MD&A แต่สามารถวิเคราะห์ได้จากข้อมูลใน Factsheet โดยพิจารณาจาก

  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เป็นตัวบ่งชี้ถึงโครงสร้างเงินทุนของบริษัทว่าพึ่งพาหนี้สินมากน้อยแค่ไหน
  • ความสามารถในการชำระหนี้จากกระแสเงินสด เป็นการดูว่าบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอที่จะชำระคืนหนี้สินได้หรือไม่

เคล็ดลับการลงทุน

เทคนิคที่ 3 ใช้ตัวช่วยให้เป็นประโยชน์

ในยุคปัจจุบัน การพึ่งพาเพียงการอ่านงบการเงินแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอต่อความรวดเร็วและข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาล การรู้จักใช้ตัวช่วยหรือเครื่องมือต่าง ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การลงทุนง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันประกาศงบการเงิน

  • SETSMART เป็นเครื่องมือที่รวบรวมข้อมูลงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญอย่างเป็นระบบ โดยปกติข้อมูลงบการเงินจะเข้าระบบ SETSMART หลังประกาศงบประมาณ 1 - 2 วัน ดังนั้นสามารถใช้เพื่อกรองหุ้นตามเงื่อนไขที่ต้องการ และเรียงงบการเงินรายไตรมาสเพื่อนำมาคำนวณได้ เช่น ดูการเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนต่าง ๆ และเลือกดูได้ทั้งแบบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ช่วยให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
  • Factsheet เป็นสรุปข้อมูลสำคัญของบริษัททั้งหมด โดยย่อมาในรูปแบบ 2 หน้ากระดาษ A4 ซึ่งสะดวกและรวดเร็วในการทำความเข้าใจภาพรวมของบริษัท อีกทั้ง มีประโยชน์ตั้งแต่การวิเคราะห์เบื้องต้นไปจนถึงการประเมินมูลค่าหุ้น เพราะข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่ เช่น โครงสร้างรายได้ โครงสร้างหนี้สิน หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ จะถูกสรุปไว้ให้เรียบร้อย
  • Analysis Consensus เป็นแหล่งรวมบทวิเคราะห์จากหลากหลายบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้สามารถอ่านมุมมองของนักวิเคราะห์ได้ในที่เดียว สิ่งที่น่าสนใจ เช่น หลังจากประกาศงบการเงิน นักวิเคราะห์ก็จะมีมุมมองต่าง ๆ มีการปรับประมาณการกำไรหรือให้ราคาเป้าหมายที่ระดับเท่าไร
  • Opportunity Day (Opp Day) เป็นกิจกรรมที่บริษัทจดทะเบียนมาพบปะนักลงทุนเพื่ออัปเดตสถานการณ์ของบริษัทไตรมาสละครั้ง ใน Opp Day ผู้บริหารจะนำเสนอภาพรวมงบการเงิน และแผนธุรกิจในอนาคต

ช่วงเวลาที่บริษัทจดทะเบียนประกาศผลประกอบการนับเป็นหัวใจสำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะข้อมูลที่เปิดเผยออกมามีผลต่อการตัดสินใจลงทุน และเมื่อบริษัทจะประกาศงบออกมาพร้อมกัน ทำให้การเข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น หากปราศจากเทคนิคที่ดีอาจเสียเวลาและพลาดโอกาสในการลงทุน

การอ่านงบการเงินให้ไวและจับประเด็นสำคัญได้จึงไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบ แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้นักลงทุนสามารถประเมินสถานการณ์ของบริษัทได้อย่างทันท่วงที และวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การใช้เครื่องมือช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กระบวนการนี้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

โดย ภัทรธร ช่อวิชิต CISA นักลงทุนเน้นคุณค่า และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...