โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 10 อันดับ คดีมาตรา 112 ที่ลงโทษ “หนัก” ที่สุด

iLaw

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.45 น. • iLaw

“มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีอัตราโทษปรับหรือบทลงโทษอื่นๆ หมายความว่า สำหรับการกระทำความผิด 1 ครั้ง หรือในทางกฎหมายเรียกว่า 1 กรรม เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำใดเป็นความผิด ศาลมีดุลพินิจที่จะกำหนดโทษจำคุกให้กับจำเลยเป็นจำนวนเท่าไรก็ได้ระหว่าง 3-15 ปี น้อยกว่านั้นไม่ได้ และมากกว่านั้นไม่ได้ และหากมีการกระทำการหลายครั้ง ถูกดำเนินคดีแยกเป็นหลายกรรม การกำหนดโทษก็จะทวีคูณเพิ่มขึ้นตามจำนวนการกระทำ

ตลอดช่วงเวลาของความขัดแย้งทางการเมือง มาตรา 112 ถูกนำมาใช้ดำเนินคดีในปริมาณมากอย่างมีนัยยะสำคัญ และในช่วงเวลาที่มีนโยบายการบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง ก็เป็นผลให้มีประชาชนที่ถูกพิพากษาว่า มีความผิดในข้อหามาตรา 112 ถูกตัดสินจำโทษมากที่สุด ดังนี้

1. มงคลโทษจำคุก 81 ปี ลดเหลือ 54 ปี 6 เดือน

มงคล ถิระโคตร หรือ บัสบาส พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงรายวัย 30 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องจากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 โพสต์ ซึ่งการโพสเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2564 บัสบาสถูกจับกุมหลังจากการมานั่งอดอาหารประท้วงอยู่ที่หน้าศาลอาญา ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาว่ามีความผิดใน 14 กรรม ที่เป็นข้อความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 และยกฟ้องอีก 13 กรรม ที่เป็นข้อความเกี่ยวกับอดีตพระมหากษัตริย์หรือไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่ถูกกล่าวถึงได้ พิพากษาจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้เหลือกระทงละ 2 ปี รวมโทษจำคุก 28 ปี ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาเห็นว่า บัสบาสมีความผิดเพิ่มเติมอีก 11 กระทง ตามอุทธรณ์ของฝ่ายโจทก์ โดยเห็นว่ามีการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือกระทงละ 2 ปี รวมจำคุกเพิ่มอีก 22 ปี รวมโทษจำคุกจากการโพสเฟซบุ๊ก 25 ข้อความ ทั้งหมดเป็น 75 ปี ลดเหลือ 50 ปี

30 ตุลาคม 2566 ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาอีกหนึ่งคดีจากการโพสต์เฟซบุ๊กสองข้อความเห็นว่าทั้งสองข้อความเป็นความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือกระทงละ 2 ปี และบวกโทษจำคุกในคดีส่วนตัวที่เคยให้รอลงอาญาไว้ 6 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2567 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

รวมโทษจำคุกสองคดี 81 ปี ลดเหลือ 54 ปี 6 เดือน

2. อัญชัญโทษจำคุก 87 ปี ลดเหลือ 43 ปี 6 เดือน

อัญชัญ วัย 65 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) อดีตข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุก่อนถูกจับกุม ผู้ถูกฟ้องว่าได้กระทำผิดรวม 29 กรรม จากการอัพโหลดไฟล์และคลิปข้อความเสียงของผู้ใช้นามแฝงว่า “บรรพต” จำนวน 19 คลิป ลงในยูทูบ 3 บัญชี รวม 23 ครั้ง และเฟซบุ๊กส่วนตัว 1 บัญชี รวม 6 ครั้ง ซึ่งไฟล์และคลิปข้อความเสียงดังกล่าวถูกพิพากษาว่ามีเนื้อหาดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ

ภายใต้กระบวนการยุติธรรมของคณะรัฐประหารคสช. อัญชัญถูกจับกุมในเดือนมกราคม 2558 และถูกควบคุมตัวในค่ายทหารที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเวลา 5 วันในช่วงแรกซึ่งอยู่ภายใต้การพิจารณาของ “ศาลทหาร” เธอตัดสินใจต่อสู้คดี ซึ่งขณะนั้นคำขอประกันตัวของเธอถูกปฏิเสธซ้ำหลายครั้ง ทำให้ต้องถูกคุมขังเป็นเวลาทั้งสิ้น 3 ปี กับอีก 281 วัน ก่อนจะถูกปล่อยชั่วคราวในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ด้วยหลักทรัพย์ 5 แสนบาท คดีตกอยู่ภายใต้ศาลทหารจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2562 เมื่อย้ายคดีที่พลเรือนถูกพิจารณาคดีในศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม อัญชัญให้การรับสารภาพ ศาลอาญาตัดสินโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมเป็นจำคุก 87 ปี แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือน เท่ากับพิพากษาจำคุก 29 ปี 174 เดือน หรือประมาณ 43 ปี 6 เดือน

3. วิชัยโทษจำคุก 70 ปี ลดเหลือ 35 ปี

วิชัย พนักงานขายของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง วัย 35 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องจากการนำชื่อและภาพถ่ายของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมาใช้เปิดบัญชีเฟซบุ๊ก เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเฟซบุ๊กของเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าว ก่อนโพสต์ข้อความ ภาพ และคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์จำนวน 10 ข้อความ วิชัยเล่าให้ทนายความฟังว่า เพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวหลอกขายพระเครื่องปลอมให้เขา และเคยไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีปลอมเฟซบุ๊กของเพื่อนร่วมงานที่หลอกขายพระเครื่องปลอมให้ แล้วโพสต์

ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาว่า วิชัยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ลงโทษจำคุกกรรมละ 7 ปี รวมทั้งหมด 70 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือจำคุก 35 ปี

4. พงษ์ศักดิ์โทษจำคุก 60 ปี ลดเหลือ 30 ปี

พงษ์ศักดิ์ หรือ “Sam Parr” ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเคยทำงานภาคธุรกิจการท่องเที่ยว วัย 47 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องว่าใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี ‘Sam Parr’ โพสต์รูปภาพและข้อความพาดพิงพระมหากษัตริย์ฯ ในปี 2556 และ 2557 รวม 6 ข้อความ

เขาถูกคุมขังในเรือนจำจนกระทั่งคดีสิ้นสุดโดยไม่ได้ยื่นประกันตัว เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ พงษ์ศักดิ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตั้งแต่ในค่ายทหารจนถึงชั้นศาลศาลทหารกรุงเทพพิพากษาลงโทษจำคุกในข้อหากระทำผิดตาม มาตรา 112 กรรมละ 10 ปี รวม 60 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือจำคุก 30 ปี

5. ศศิพิมลโทษจำคุก 56 ปี ลดเหลือ 28 ปี

ศศิพิมล พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ วัย 29 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องว่าโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ในชื่อ ‘รุ่งนภา คำภิชัย’ จำนวน 7 ข้อความ ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2557 และถูกจับกุมโดยทหารภายใต้กระบวนการยุติธรรมของคสช.

ศาลมณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่พิพากษาว่า ศศิพิมลมีความผิดตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และมาตรา 112 จำนวน 7 กรรม พิพากษาให้จำคุกกรรมละ 8 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 56 ปี จำเลย ลดเหลือจำคุก 28 ปี

6. อานนท์โทษจำคุก 10 ปีคดีรวม 37 ปี ลดเหลือ 27 ปี 4 เดือน

อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน มีบทบาทในการเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจคณะรัฐประหาร 2557 และการเรียกร้องปฏิรูปกษัตริย์ในการชุมนุมทางการเมืองปี 2563 เนื้อหาการเรียกร้องเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายเช่น ส่วนราชการในพระองค์ และพ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ รวมถึงการบังคับใช้มาตรา 112 ผลจากการเรียกร้องดังกล่าวทำให้อานนท์ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 14 คดี จนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 10 จาก 14 คดี

วันที่ เหตุแห่งคดี โทษจำคุก 26 ก.ย. 2566 ปราศรัยใน #ม็อบ14ตุลา เมื่อปี 2563 จำคุก 4 ปี 17 ม.ค. 2567 โพสต์เฟซบุ๊ก 3 วิจารณ์การบังคับใช้ม. 112 และเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เมื่อปี 2564 จำคุก 4 ปี 29 เม.ย. 2567 ปราศรัยในการชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน” เมื่อปี 2564 จำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ เหลือโทษจำคุก 2 ปี (จำคุกข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 20 วัน) 25 ก.ค. 2567 โพสต์เฟซบุ๊ก 2 โพสต์วิจารณ์การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของรัชกาลที่ 10 เมื่อปี 2564 จำคุก 6 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 4 ปี 3 ธ.ค. 2567 โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ราษฎรสาส์น” เมื่อปี 2563 จำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 2 ปี 19 ธ.ค. 2567 ปราศรัยในการชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” เมื่อปี 2563 จำคุก 4 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน 27 มี.ค. 2568 ปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือเอกก๊าบ ๆ” เมื่อปี 2563 จำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 2 ปี 28 พ.ค. 2568 ปราศรัยในการชุมนุมหน้าสน.บางเขน เมื่อปี 2563 จำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ เหลือโทษจำคุก 2 ปี 25 มิ.ย. 2568 ปราศรัยในชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อปี 2563 จำคุก 4 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน 8 ก.ค. 2568 ปราศรัยในการชุมนุม#ม็อบ17พฤศจิกา ที่หน้ารัฐสภา จำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์เหลือโทษจำคุก 2 ปี(จำคุกมาตรา 116 4 เดือน) ยังเหลืออีก 4 คดีที่ยังไม่มีคำพิพากษา

7. เธียรสุธรรมโทษจำคุก 50 ปี ลดเหลือ 25 ปี

เธียรสุธรรม ประกอบธุรกิจส่วนตัว วัย 58 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องว่า ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใหญ่ แดงเดือด” โพสต์ภาพและข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จำนวน 5 ข้อความ

ในช่วงรัฐประหารโดยคสช. เธียรสุธรรมถูกควบคุมตัวในค่ายทหารด้วยอำนาจตามกฎอัยการศึก ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาว่ามีความผิดตามมาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ลงโทษจำคุกรวม 5 กระทง กระทงละ 10 ปี รวมโทษทุกกระทงจำคุก 50 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือจำคุก 25 ปี

8. “แม็กกี้” โทษจำคุก 50 ปี ลดเหลือ 25 ปี

“แม็กกี้” ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ชาวยโสธร วัย 26 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ถูกฟ้องว่า ทวีต 18 ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ในช่วงเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนตุลาคม 2566

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่าแม็กกี้มีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวม 18 ข้อความ โดยศาลพิพากษาให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จาก 14 ข้อความ จำคุกข้อความละ 3 ปี รวมเป็นจำคุก 42 ปี และให้ลงโทษฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อความอันน่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จาก 4 ข้อความ จำคุกข้อความละ 2 ปี รวมเป็นจำคุก 8 ปี ทั้งสองฐานความผิดมีโทษจำคุกรวม 50 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดเหลือจำคุก 25 ปี

9. ธารา โทษจำคุก 30 ปี ลดเหลือ 18 ปี 24 เดือน

ธารา พ่อค้าขายสมุนไพรบนโลกออนไลน์ วัย 61 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องจากการถูกกล่าวหาว่าเป็น “เครือข่ายบรรพต” เผยแพร่คลิปเสียงของ “บรรพต” ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ จำนวน 6 คลิป ด้วยการฝังลิงก์ให้คลิกได้บนเว็บไซต์ okthai.com ซึ่งเขาเป็นเจ้าของ ระหว่างวันที่ 6-25 มกราคม 2558 ธาราถูกแยกดำเนินคดีและแยกฟ้องจากคนอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “เครือข่ายบรรพต” เข่นเดียวกับอัญชัญ และถูกฟ้องถึง 6 กรรม ขณะที่จำเลยรายอื่นส่วนใหญ่ รวมทั้งตัว “บรรพต” เองถูกฟ้องเพียง 1 กรรม

ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาว่าการกระทำของธาราเป็นความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1), (3), และ (5) แต่ให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด คือ มาตรา 112 ให้จำคุกกรรมละ 5 ปี แต่ลดโทษลง 1 ใน 3 เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เหลือโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี 4 เดือน รวมความผิดทั้งสิ้น 6 กรรม ต้องโทษจำคุกรวม 18 ปี 24 เดือน หรือ 20 ปี

10. “วุฒิ” โทษจำคุก 36 ปี ลดเหลือ 12 ปี 72 เดือน

“วุฒิ” ช่างเชื่อมชาวเพชรบูรณ์ วัย 51 ปี (อายุ ณ วันพิพากษาคดี) ผู้ถูกฟ้องจากกรณีถูกกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊กจำนวน 12 ข้อความ ในช่วงปี 2564 ในคดีนี้เขาต้องการปฏิเสธเพื่อต่อสู้คดี แต่ศาลไม่รับคำให้การปฏิเสธและรับคำให้การเพียงที่เขารับสารภาพเท่านั้น

ศาลอาญามีนบุรีพิพากษาว่า การกระทำของ “วุฒิ” เป็นความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุด คือ มาตรา 112 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 36 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 12 ปี 72 เดือน (หรือประมาณ 18 ปี)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...