โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อ.ธนพร” แปรสมการ “เพื่อไทย” จับมือ “พรรคส้ม” ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งมอง “ทักษิณ” กลัวตกขบวน “ส้มจับมือน้ำเงิน”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 06.15 น.

“อ.ธนพร” แปรสมการ “เพื่อไทย”จับมือ“พรรคส้ม” ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งมอง“ทักษิณ”กลัวตกขบวน “ส้มจับมือน้ำเงิน” วิเคราะห์คดี“นายกฯ”เดิมตามคดีซุกหุ้นปี44 ควบคุมและบัญชาการ องค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 10 .ค. 68 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะ์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปาฐกถาพิเศษ “ผ่าทางตันประเทศไทย” ถึงกรณีในตอนนี้ยังไม่มีความคิดจับมือกับพรรคประชาชน ว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะจริงๆแล้วการจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคการเมืองขึ้นกับคณิตศาสตร์การเลือกตั้งเพราะตนเคยพูดไว้แล้วว่าในช่วงนี้ไม่เคยมีพรรคอะไรติดเงื่อนไขทางการเมืองอีกแล้วแม้กระทั่งเรื่องมาตรา 112 ดังนั้นการเปิดพื้นที่เพื่อเดินทางการเมืองต่อนั้นก็เป็นแบบนี้ทุกพรรคทั้งพรรคสีส้มพรรคสีน้ำเงินและถ้าพรรคสีแดงไม่สื่อสารว่าแบบนี้ก็จะตกขบวนตนจึงมองว่าใครก็ตามยังติดกับดักทางความคิด เกี่ยวกับนโยบาย 112 นั้นเพราะในสนามเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้วและนโยบายพรรคการเมืองจะต้องอยู่ในนโยบายที่เป็นทางการ ในเมื่อวันนี้พรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่ถูกตั้งข้อสังเกตเยอะกว่าพรรคอื่นไม่มีเงื่อนไขมาตรา 112 อยู่แล้วซึ่งนอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็วางหลักเกณฑ์เข้าไปแก้มาตรฐานเอาไว้ชัดเจนเพียงพอ

”ผมต้องเรียนว่านายใหญ่(ทักษิณ)กลัวตกขบวนกลัวโมเดลสีน้ำเงินกับส้มจะเป็นจริงแต่ถ้าดูในภาพรวมก็เป็นไว้ตามที่ตนบอกเอาไว้บอกทุกประการสิ่งที่นายใหญ่พูดเมื่อวานนี้เหมือนกับที่ตนเคยพูดเอาไว้โดยเฉพาะเรื่องการเมืองกับสีน้ำเงิน ไม่มีอะไรเลยที่ไม่ตรงกับที่ตนเคยเล่าให้กับสื่อมวลชนฟัง“ อ.ธนพร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณดูเหมือนมั่นใจว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะพ้นจากคดีของศาลรัฐธรรมนูญ อ.ธนพรเผยว่า อยากให้ย้อนกลับไปดูเมื่อปี 2544 นายทักษิณมีคดีเกี่ยวกับการซุกหุ้นซึ่งตอนนั้นชนะด้วยคะแนน 8ต่อ 7 ซึ่งคะแนนแปดต่อเจ็ดนั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเพราะตนเคยอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งตนอยากจะบอกว่า สิ่งที่นายทักษิณต้องการคือใช้หลักการ command and control (บัญชาการและควบคุม) ซึ่งเป็นจุดที่นายทักษิณเชื่อองค์กรอิสระตามความคิดของตัวเอง คือต้องสั่งการและควบคุม จึงเป็นสาเหตุที่นายทักษิณให้ความสำคัญกับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแต่ไปแพ้เกมของสีน้ำเงิน ซึ่งสิ่งที่นาย ทักษิณ พูดถึงเรื่องนางสาวแพทองธาร ก็กำลังทำเหมือนเมื่อปี 2544 คือการบัญชาการและควบคุม

“ผมขออนุญาตย้ำเลยนะครับว่านายใหญ่พร้อมรบ 10 ทิศสู้หมด ศาลรัฐธรรมนูญก็สู้เรื่องส.ว. ก็เดินสุดซอยเป็นไงเป็นกันต้องบดขยี้สีน้ำเงินให้สิ้นซากให้ได้ เรื่ององค์กรอิสระเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ นายใหญ่ก็สู้ผมถึงบอกว่าเมื่อวานคำสำคัญนายใหญ่พร้อมรบหมด 10 ทิศ คือ command and control องค์กรอิสระซึ่งประสบการณ์ปี 2544 นายใหญ่ก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว แน่นอนว่าจะแพ้ชนะยังไม่รู้หรอกแต่ถ้าไม่สู้น่ะแพ้ สุนัขจนตรอกยังไงก็ต้องสู้” อ.ธนพรกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ออกจากพรรคร่วมรัฐบาลเพราะว่าโดนขอเก้าอี้มหาดไทยคืนซึ่งลึกลึกแล้วนายทักษิณก็อยากให้ภูมิใจไทยออกจากหลักร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ.ธนพร กะว่านายทักษิณไม่ลืมความแค้นของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ตอนที่ไปตั้งรัฐบาลกับนายอภิสิทธิ์ และต้องยอมรับว่าตลาดของพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยเป็นตลาดเดียวกันเพราะเมื่อวานนี้นายทักษิณพูดเองว่าพรรคสีน้ำเงินกับพรรคสีส้มคนละตลาดกันก็แปลว่าสีน้ำเงินกับแดงอยู่ในตลาดเดียวกันฉะนั้นก็ต้องกำจัดและตนก็เป็นคนพูดเองว่าอย่าเสียเวลา ไปแก้แค้นกับพรรคพลังประชารัฐต้องแก้แค้น สีน้ำเงิน และนายทักษิณก็มาแพ้เกมการดันนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานวุฒิสภาไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องกดดันออกแต่ขณะเดียวกันถ้าในตอนนั้นจะให้ภูมิใจไทยอยู่ก็ไม่มีอะไรยากเพียงแค่ให้นั่งกระทรวงคมนาคม ก็อยู่ต่อได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...