ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองแดง 50% ขู่ขึ้นภาษียา-ชิปเป็น 200%
ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองแดง 50% พร้อมขู่ขึ้นภาษีสูงถึง 200% สำหรับยารักษาโรคและชิปอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการค้ากับ 14 ประเทศคู่ค้าและสมาชิก BRICS
วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตรา 50% และจะประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์และยารักษาโรคในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายสงครามการค้า ที่ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก
หนึ่งวันหลังจากที่เขาเพิ่มแรงกดดันต่อ 14 ประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงซัพพลายเออร์รายสำคัญของสหรัฐฯ อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ด้วยภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ทรัมป์ได้ย้ำถึงความตั้งใจในการเก็บภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจากบราซิล อินเดีย และประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS อื่น ๆ
ทรัมป์ยังกล่าวว่าการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรปและจีนเป็นไปด้วยดี แต่เขาเสริมว่าจะส่งจดหมายแจ้งภาษีไปยังอียูภายในไม่กี่วันข้างหน้า
ถ้อยแถลงของทรัมป์ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว อาจสร้างความไม่มั่นคงเพิ่มขึ้นให้กับเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก
ราคาทองแดงล่วงหน้าของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่า 10% หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองแดง ซึ่งเป็นโลหะสำคัญต่อยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมกลาโหม ระบบสายส่งไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลายประเภท ภาษีใหม่นี้จะถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ แม้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด
ราคาหุ้นกลุ่มยาในสหรัฐร่วงลงหลังจากทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ายาในอัตรา 200% โดยเขาระบุว่าอาจเลื่อนการบังคับใช้ออกไปประมาณหนึ่งปี
ขณะเดียวกัน ประเทศต่าง ๆ พยายามหาวิธีลดผลกระทบจากการเก็บภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ขยายเส้นตายจากวันพุธออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม
รัฐบาลของทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะทำ“90 ข้อตกลงภายใน 90 วัน” หลังจากประกาศเก็บภาษีเฉพาะประเทศไปเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน จนถึงขณะนี้มีเพียงสองข้อตกลงที่สำเร็จ คือกับสหราชอาณาจักรและเวียดนาม ส่วนอินเดีย ทรัมป์กล่าวว่าใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว
ทรัมป์กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ ควรเริ่มเก็บเงินจากประเทศที่เอาเปรียบเราและหัวเราะเยาะความโง่ของเรา พรุ่งนี้เช้าจะมีหนังสือแจ้งเก็บภาษีอย่างน้อย 7 ฉบับ และอีกหลายฉบับในช่วงบ่าย” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ประเทศคู่ค้าทั่วโลกระบุว่า การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะการประกาศภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ขาดแบบแผน ทำให้รัฐบาลแต่ละประเทศเตรียมการเรื่องสัมปทานภายในได้ยาก
อัตราภาษีสูงที่สุดตั้งแต่ปี 1934
หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ากับ 14 ประเทศ กลุ่มวิจัย Yale Budget Lab ของสหรัฐฯ ประเมินว่า อัตราภาษีเฉลี่ยที่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.6% จากเดิม 15.8% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 90 ปี
ฝ่ายบริหารของทรัมป์ชูประเด็นภาษีว่าเป็นแหล่งรายได้สำคัญ โดยรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ระบุว่าสหรัฐฯ ได้รับรายได้จากภาษีแล้วประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเก็บได้ถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ เก็บรายได้จากภาษีนำเข้าได้ปีละประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์
ทรัมป์กล่าวว่า ภายในสองวันนี้ จะบอกสหภาพยุโรปเกี่ยวกับอัตราภาษีที่จะใช้กับสินค้าส่งออกมายังสหรัฐฯ โดยเสริมว่า อียูปฏิบัติต่อรัฐบาลของเขาอย่างดีมากในการเจรจา
แหล่งข่าวจากอียูระบุว่า อียูซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กำลังเร่งบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 สิงหาคม โดยอาจเสนอสัมปทานให้กับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และสุรา ขณะเดียวกัน ก็กำลังพิจารณาแนวทางเพื่อคุ้มครองผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปที่มีฐานการผลิตในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีการคลังเยอรมนี ลาร์ส คลิงไบล์ เตือนว่าอียูพร้อมตอบโต้หากจำเป็น
“ถ้าเราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ ได้ อียูก็พร้อมใช้มาตรการตอบโต้”
ญี่ปุ่น ซึ่งอาจต้องเจอภาษี 25% ต้องการสัมปทานสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ และจะไม่ยอมเสียสละภาคเกษตร ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญทางการเมือง เพียงเพื่อให้บรรลุข้อตกลงเร็วขึ้น ตามคำกล่าวของนักเจรจาการค้าระดับสูง เรียวเซ อากาซาวะ
เกาหลีใต้ที่ก็อาจเผชิญภาษี 25% เช่นกัน ระบุว่ากำลังจะเร่งการเจรจาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
แม้ว่าสหรัฐฯ และจีนจะตกลงกรอบความร่วมมือทางการค้าในเดือนมิถุนายน แต่รายละเอียดหลายอย่างยังไม่ชัดเจน นักลงทุนจึงจับตาดูว่าข้อตกลงนี้จะพังลงก่อนเส้นตายวันที่ 12 สิงหาคมที่สหรัฐฯ กำหนดไว้หรือจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน
ทรัมป์กล่าวว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับจีนช่วงนี้ และเราเข้ากันได้ดี พวกเขาแฟร์กับเรามากในการเจรจา” โดยเขาระบุว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเป็นประจำ
ทรัมป์ยังกล่าวว่าสหรัฐฯ จะเก็บภาษีในอัตราต่อไปนี้
- 25% สำหรับสินค้าจากตูนิเซีย มาเลเซีย และคาซัคสถาน
- 30% จากแอฟริกาใต้ และบอสเนียฯ
- 32% จากอินโดนีเซีย
- 35% จากเซอร์เบีย และบังกลาเทศ
- 36% จากกัมพูชา และไทย
- 40% จากลาว และเมียนมา
อ้างอิง : reuters.com