โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ไทยออยล์" ต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมี วางเป้า 10 ปี เพิ่มสัดส่วนกำไร 40%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 09.30 น.

ไทยออยล์ ชูแผนกลยุทธ์ Building On Our Strong Foundation ต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักจากปิโตรเลียมสู่ปิโตรเคมี วางเป้าหมาย 10 ปี เพิ่มสัดส่วนกำไร 40% เทียบเท่าธุรกิจโรงกลั่น

วันที่ 8 ธันวาคม 2564 นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด  (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยออยล์ตั้งเป้าว่าใน 10 ปีข้างหน้า จะมีสัดส่วนของกำไรมาจากธุรกิจโรงกลั่น 40% ธุรกิจปิโตรเคมี 40% ธุรกิจไฟฟ้า 10% และธุรกิจใหม่อื่น ๆ ที่เป็น New S-curve อีก 10% จาก ปัจจุบันที่ไทยออยล์ เป็นโรงกลั่นที่มีขนาดกำลังการผลิตที่สูงที่สุดในประเทศ และมีส่วนแบ่งการผลิตน้ำมันสูงที่สุดประมาณ 29% ของการผลิตทั้งหมดของประเทศ

โดยบริษัทฯ มีกลยุทธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่รองรับความผันผวนและการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานของโลก ด้วยการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันจากธุรกิจหลัก(Building on Our Strong Foundation) และกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีความผันผวนน้อยกว่า เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความยืดหยุ่นและผลตอบแทนที่ดี

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไทยออยล์ ได้ขยายธุรกิจห่วงโซ่คุณค่าจากธุรกิจปิโตรเลียมไปยังธุรกิจปิโตรเคมี ทั้งสายอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVP) โดยเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาด ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชีย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนเข้าถือหุ้น 15.38% ในบริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำรายใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจโอเลฟินส์และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ทางธุรกิจ

อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้แสวงหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจที่เป็น New S-Curve อย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนหลากหลายรูปแบบ เช่น การลงทุนในธุรกิจ Startup ผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) หรือการลงทุนผ่านการร่วมลงทุน (JV) และ ควบรวมกิจการ (M&A) โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจ Manufacturing Technology, Green and Human Technology และ Hydrocarbon Disruption Technology

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าที่เป็นพลังงานทดแทน เพื่อสนับสนุนทิศทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ greenhouse gas (GHG) และเพิ่มธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค

“การดำเนินกิจการครบรอบ 60 ปี ในปีนี้ ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และไทยออยล์ยังตั้งเป้าที่จะก้าวไปสู่องค์กร 100 ปี พร้อมสร้างอนาคตบทใหม่สู่การเติบโตทางธุรกิจโดยอาศัยข้อได้เปรียบทางโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงในปัจจุบัน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์องค์กร”

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไทยออยล์มุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่เราวางไว้โดยอาศัยรากฐานที่มั่นคงจากธุรกิจหลัก (Building on Our Strong Foundation) ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน (3V) คือ 1) Value Maximization การต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าจากธุรกิจโรงกลั่นสู่ธุรกิจปิโตรเคมี

2) Value Enhancement การขยายตลาด ขยายกำลังการผลิต และขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาดต่างประเทศในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น 3) Value Diversification การขยายสู่ธุรกิจอื่น รวมถึงธุรกิจใหม่(New S-Curve ) ช่วยต่อยอดกำไรให้มีเสถียรภาพ พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอและฐานกำไรกว้างยิ่งขึ้น

โดย ในอนาคต ไทยออยล์มุ่งมั่นขยายสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “ESG” ที่ประกอบไปด้วย 1) E – Environment: Enhance Environment การตอบสนองต่อทิศทางของโลกในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก

2) S – Social: Engage Society มุ่งเน้นในการสร้างประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ให้เป็นรูปธรรม ผ่านโครงการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม 3) G – Governance: Ensure Good Governance ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้เป็นคำมั่นสัญญาว่าไทยออยล์จะเติบโตไปพร้อมกับคนไทย และก้าวสู่องค์กร 100 ปี ตามแนวคิด Empowering Human Life Through Sustainable Energy and Chemicals – สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...