โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ที่ทำไปด้วยใจรัก (มี E-Book)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 18 พ.ย. 2566 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2566 เวลา 13.19 น. • ม่านธารา (วิชชี่)
“จะบอกได้หรือยังคะ ทำไมถึงบอกหมอกับพยาบาลอย่างนั้น” “ก็หมอถาม ว่าคนที่พามาเป็นใคร” “แล้วบอกไปว่าเป็นเมีย เอ้ย! ภรรยาเนี่ยนะ จะบ้าหรือเปล่าคุณตฤณ” พราวมุกขึ้นเสียงใส่เขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ข้อมูลเบื้องต้น

สนับสนุนอีบุ๊ก กดซื้อผ่านลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2NzE4MiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI1OTI1OCI7fQ

ปฐมบท

บ้านไม้สีขาวทรงไทยผสมสไตล์มินิมอล ชั้นบนของบ้านมีระเบียงกว้าง อยู่ด้านหลังห้องนอนใหญ่ ใต้ร่มต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุหลายสิบปี ซึ่งกำลังออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น เรียงเป็นทิวแถวยาวหลายสิบต้นไปจนถึงเขตแดนของรั้วบ้าน บริเวณบ้านแยกออกมาจากไร่ดอกทานตะวัน และบ้านของบิดามารดา ซึ่งมีน้องสาวคอยอยู่ดูแลท่านทั้งสอง

ที่ระเบียงมีโต๊ะสีขาวทรงกลมเข้าชุดกับเก้าอี้สองตัว จัดวางเข้ามุมอยู่หน้าระเบียงเยื้องกับประตูห้องนอน เจ้าของห้องกำลังนั่งดูรูปที่อัดมาวันนี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว คนในภาพยังอยู่ในความทรงจำไม่เลือนราง ร่างอรชรได้สัดส่วนในชุดนักศึกษา นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนอยู่ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง วิทยาเขตกำแพงแสน

เสียงประตูห้องเปิด โดยไม่มีการเคาะขออนุญาตก่อนเข้ามา พร้อมเสียงเอ่ยทัก ดึงให้ตื่นจากภวังค์

“นี่พี่ตฤณยังดูรูปเธออยู่อีกเหรอ” ตวิษาถามพี่ชายทันทีเมื่อเดินเข้ามาเห็นรูปใบเดิมอยู่ในมือ “ตาลว่า…ป่านนี้เธอคงมีแฟนไปแล้วมั้ง นี่ก็หลายปีแล้วนะ” หลายปีแล้วที่เห็นพี่ชายดูภาพนี้ทุกครั้ง เมื่อกลับมาบ้านในวันหยุด และไม่ได้มีแค่ภาพนี้ภาพเดียว แต่ยังมีอีกภาพที่อัดใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะหนังสือในห้องนอน ข้างกันนั้นเป็นรูปตัวเองในชุดรับปริญญา วางไว้ด้วยกันอย่างกับอีกคนเป็นแฟน

คนฟังยิ้มหัวเราะเสียงขรึมในลำคอ วางรูปที่ถือลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกแขนขึ้นประสานกันไว้ต้นคอด้านหลัง

“ถามจริง ๆ นะ ถ้ามีโอกาสพบเธออีกครั้ง จะบอกรักเธอไหม ตาลหมายถึงถ้าทำได้ จะทำไหม? สมมติตอนนี้เธอยังไม่มีใคร” ถามจบเดินไปพิงราวระเบียง เอื้อมมือไปเด็ดดอกไม้สีชมพูมาพิจารณาความงาม

ใบหน้าหล่อละมุนดุจหนุ่มเกาหลี ทว่าเชื้อไทยแท้ เอียงคอขึ้นตวัดสายตามองคนถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“คงมีแฟนไปแล้วมั้ง” ตฤณคิดเช่นนั้น

“ก็ไม่แน่หรอก แล้วนี่จะไปขอนแก่นเมื่อไหร่”

“ว่าจะแวะไปงานเกษตรแฟร์ก่อนแล้วค่อยไป”

“ฮั่นแน่ ไปงานเกษตรเพราะมีเป้าหมายอะไรหรือเปล่า” ตวิษาทำตาโตถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงล้อเลียนแกมรู้ทัน

‘หึ’ มุมปากยิ้มกว้าง นึกอยากหยิกแก้มเจ้าคนรู้ทัน รู้ทันไปเสียทุกเรื่องยายเพี้ยนเอ๊ย!

“งานเกษตรเขาจัดที่บางเขน เข้าใจไว้ด้วยนะ”

“บางเขนแล้วไง กำแพงแสนก็ใช่ว่าจะอยู่ไกล อาจจะเจอเธอที่นั่นก็ได้ แต่อาจจะเจอเธออยู่กับแฟน ฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น “แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ ท่านนายอำเภอจะมีภรรยากับเขาสักทีล่ะเนี่ย พ่อกับแม่อยากมีหลานแล้วนะ พี่ตฤณรีบ ๆ หาแฟนได้แล้ว หรือจะรอให้แม่หม้ายคาบไปกินก่อนจะเจอสาวโสด” มีพี่ชายหล่อก็ลำบากตรงเนี้ย ไปไหนสาว ๆ ก็จ้องจะเขมือบทุกท้องที่

“ไม่ต้องมาหนักใจแทนพี่หรอก”

“หรือจริง ๆ แล้วพี่ตฤณยังไม่ลืม…” ตวิษาละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะไม่อยากตอกย้ำความเจ็บปวดของพี่ชาย

ตฤณลุกจากเก้าอี้เดินไปยืนพิงราวระเบียง ทอดสายตามองเข้าไปในไร่ดอกทานตะวันบนเนื้อที่ยี่สิบไร่ กำลังออกดอกบานสะพรั่งสวยงามท้าทายแสงแดดยามเช้า ก่อนจะเป่าลมหายใจร้อนเสียงเบา

“ไม่รู้จะเก็บมาใส่ใจทำไม เรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว”

“นั่นสินะ” ตวิษายังจำวันที่พี่ชายอกหักรักพังไม่มีชิ้นดีได้ เมาหัวราน้ำ เกือบเสียงานเสียการ ช่วงนั้นหัวเลี้ยวหัวต่อมาก กว่าจะผ่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว หญิงเดียวในดวงใจที่รักมากมาย หมายหมั้นไว้ว่าจะแต่งงานกัน แต่เธอกลับมาชิงหนีไปเรียนต่อเมืองนอก พร้อมส่งข่าวมาบอกว่ากำลังจะแต่งงาน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพี่ชายสุดที่รัก จะเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอไม่กี่วัน “ตาลดีใจนะที่วันนี้ได้ยินพี่ตฤณพูดแบบนี้ และหวังว่าพี่ตฤณจะได้เจอคนที่รักด้วยหัวใจในเร็ววัน และถ้าจะให้ดีขอให้เป็นเธอคนนั้นนะคะ”

“คงยาก” ผ่านมาหลายปีดีดัก หากมีโอกาสเจอ คงได้เจอไปแล้ว

“มันก็ไม่แน่ เคยได้ยินไหม ‘พรหมลิขิตบันดาลชักพา’ กามเทพอาจจะเห็นใจ ส่งเธอมาเจอพี่ตฤณอีกครั้งก็ได้” พูดแล้วยิ้มให้กำลังใจพี่ชาย และไม่ได้หวังว่าสิ่งที่พูดจะเป็นจริง แต่ถ้าเป็นจริงขึ้นมาได้คงจะดี “ตาลกลับไปดูร้านก่อนนะ”

“อืม บอกพ่อกับแม่ด้วย ค่ำ ๆ พี่แวะเข้าไปหา”

“ได้เลย รอกินข้าว”

หลังจากน้องสาวกลับไปแล้ว ตฤณจึงเตรียมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพื่อเดินทางลงพื้นที่ อำเภอที่จะย้ายไปประจำการในเดือนหน้า และพอตกเย็นก็ขับรถไปบ้านบิดามารดา รับประทานอาหารกับท่านและน้องสาวสุดที่รัก ก่อนออกเดินทางพรุ่งนี้

****************

1.1 ความทรงจำยังตราตรึง

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

งานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 ผู้คนมากันเนืองแน่น เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้าย ใครที่มาวันแรกแล้วแต่ยังได้สิ่งที่ต้องการไม่ครบก็จะกลับมาอีกครั้ง บางคนมาเดินเที่ยวชิลล์ ๆ หาของกินบ้าง ชมร้านค้าต่าง ๆ ภายในงานบ้าง บางคนมาซื้อต้นไม้พันธุ์หายาก

ภายในงาน ‘เกษตรแฟร์’ อัดแน่นไปด้วยสินค้า ผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรทั่วประเทศ รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค จากผู้ประกอบการร้านค้าพันกว่าร้าน อีกทั้งยังมีการประกวดพืช สัตว์เศรษฐกิจ การสาธิตและการฝึกอบรมต่าง ๆ ที่แต่ละหน่วยงานสรรหามานำเสนอ

‘พราวมุก’ เป็นหนึ่งคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มาร่วมงานในฐานะผู้ประกอบการ โดยการนำสินค้าในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่ตนเองเป็นประธานกลุ่มมาร่วมจำหน่ายในงานด้วย สินค้าของกลุ่มจะเป็น ข้าวเกรียบแผ่นดิบ ซึ่งแปรรูปมาจาก เผือก มันม่วง และฟักทอง นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่แปรรูปจากกล้วย เช่น กล้วยตาก กล้วยสุกทอดหรือที่เรียกว่ากล้วยเบรกแตก และกล้วยฉาบหลากรส รวมไปถึงฟักทองลูกใหญ่น้ำหนักสิบถึงยี่สิบกิโลกรัม

วัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาแปรรูป ได้มาจากเกษตรกรในพื้นที่ที่นำมาขาย และสมาชิกในกลุ่มร่วมกันปลูก จากนั้นนำมาแปรรูปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

โครงการนี้ พราวมุกได้จัดตั้งขึ้นด้วยความรัก เธอมีใจมุ่งมั่นที่จะนำผลผลิตของชาวบ้านออกสู่ตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต เพราะนายทุนที่เข้าไปรับซื้อกดราคาต่ำมาก จนแทบจะไม่เหลือค่าแรงให้พวกเขาเลยทีเดียว หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่นานแรมปี เพราะไม่มีใครให้ความร่วมมือ แต่ด้วยความไม่ย่อท้อจึงทำให้ประสบความสำเร็จในที่สุด แม้จะพยายามทำทุกอย่างโดยที่สมาชิกในกลุ่มไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย

บูธของพราวมุกตั้งอยู่ไม่ไกลจากบูธกรมวิชาการเกษตร บูธนี้มีเมล็ดพันธุ์ ต้นไม้ มาแจกประชาชนในงานทุกวัน ใครที่ไม่ทันวันแรกก็ลงชื่อไว้แล้วมารับวันหลัง ส่วนใหญ่เมล็ดพันธุ์และต้นกล้าที่นำมาแจกจะเป็นไม้ยืนต้น เห็นคนไปต่อแถวทุกวันตนเองก็อยากไปบ้าง ทว่าตั้งแต่วันแรกของงานจนถึงเมื่อวานไม่มีใครดูร้านแทนเลย ครั้นจะปลีกตัวไปลูกค้าก็แวะเวียนมาอุดหนุนตลอด

วันนี้มีเพื่อนรักมาช่วยเฝ้าบูธให้ จึงมีโอกาสได้มายืนต่อแถวเพื่อรับต้นกล้า เป็นต้นไม้ที่อยากได้ไปปลูกที่สวนของพ่อมาก แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้างคนสวย พอถึงคิวตนเอง ต้นกล้าไม้ชนิดนั้นกลับหมดไปต่อหน้าต่อตา พราวมุกยิ้มแห้งยอมรับความผิดหวัง

“เสียใจด้วยนะครับ” เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งบอกหญิงสาวคนสุดท้ายที่มายืนต่อคิว เขาเห็นว่าเธออยู่ใกล้แต่ไม่เคยมาขอรับ จึงนึกไปว่าคงไม่อยากได้

“ไม่เป็นไรค่ะ” ยิ้มแห้งตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเสียดาย ถ้าหากสิ่งที่นำมาแจกเป็นผู้ชาย เธอคงได้เป็นโสดจนสิ้นอายุขัย เพราะคนสุดท้ายผู้หญิงก่อนหน้าได้พากลับบ้านไปแล้ว

แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นให้เธอเดินกลับมือเปล่า เขายังมีต้นไม้ชนิดอื่นปลอบใจ

“ต้นอะไรคะ” ยื่นมือรับถุงต้นไม้จากเขา

“ยางนาครับ”

“ขอบคุณนะคะ” ได้ยางนาก็ยังดี อารมณ์ประหนึ่งนางงามตกรอบแต่ยังได้ของรางวัลปลอบใจ

พราวมุกไม่รู้ตัวเลย ว่าน้ำเสียงเศร้าและแววตาผิดหวังของตัวเอง ได้ตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งโดยบังเอิญ

หลังจากได้ต้นไม้แล้วจึงนำกลับไปเก็บที่บูธของตนเอง และเดินดูสินค้าร้านอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ กัน พอเดินมาถึงต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดที่ไปยืนต่อแถวเพื่อขอรับต้นกล้า จึงทำได้เพียงถอนหายใจ และก้มเก็บดอกที่ร่วงหล่นเต็มพื้นดิน ใต้ต้นละลานตาไปด้วยสีชมพู หากโชคดีขอให้เจอเมล็ดพันธุ์ด้วยเถอะ เพราะชอบดอกไม้ชนิดนี้มาก ร้านขายต้นไม้แถวบ้านไม่เคยพบว่ามีร้านไหนนำไปจำหน่าย ครั้นจะสั่งออนไลน์ก็กลัวต้นไม้จะคอหักก่อนถึงมือ

ขณะก้มเก็บดอกชมพูพันธุ์ทิพย์อยู่นั้น มีเสียงจากใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอยู่ใกล้ ๆ

“ผมมีเมล็ดพันธุ์อยู่ คิดว่าหากเพาะดี ๆ น่าจะงอกหลายต้นครับ” น้ำเสียงนุ่มอ่อนโยนของสุภาพบุรุษ เอ่ยกับสุภาพสตรีเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มจริงใจ

พราวมุกยืดตัวขึ้นมองรอบ ๆ ตัว ปรากฏว่าไม่มีใครนอกเขาและตนเอง จึงยิ้มตอบกลับไป ยิ้มของเขาสุภาพและดูเป็นกันเองมาก

“ชอบดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เหรอครับ” คนถามแหงนหน้าขึ้นมองดอกสีชมพูที่บานสะพรั่งสวยงามอยู่บนต้น “ต้องเวลาประมาณสี่ถึงห้าปีถึงจะออกดอก”

“นานเหมือนกันนะคะ”

“ครับ หากปลูกในฤดูแล้งช่วงแรกจะต้องการน้ำเยอะเป็นพิเศษ แต่พอต้นกล้าหยั่งรากลงดินแล้ว สามถึงสี่วันจะรดน้ำก็ไม่เป็นไรครับ พอเข้าฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดเลย”

“คุณมีความรู้เรื่องต้นไม้เยอะมาก”

“รู้เท่าที่ศึกษามาครับ”

“เมื่อกี้คุณบอกว่ามีเมล็ดพันธุ์ ไม่ทราบว่าจะแบ่งขายให้ดิฉันได้ไหมคะ” ถามตรง ๆ เลยแล้วกัน เพราะอยากได้จริง ๆ

“หากคุณต้องการจริง ๆ ไม่ต้องซื้อหรอกครับผมแบ่งให้ แต่ติดที่ว่าวันนี้ไม่ได้นำเมล็ดมาด้วยสิ หากคุณสะดวกจะให้ที่อยู่ผมไว้ เพื่อให้ส่งไปให้ภายหลัง อย่างนั้นได้ครับ”

“ได้ค่ะไม่มีปัญหา ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” ด้วยความอยากได้จึงไม่อิดออดเรื่องให้ที่อยู่กับเขา ก็แหม…แค่ที่อยู่ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนเอียงอายที่จะให้หรอก ซ้ำยังจะแถมเบอร์โทรศัพท์ให้อีกด้วย ไม่รอช้าหยิบปากกากับกระดาษในกระเป๋าขึ้นมาเขียนแล้วยื่นให้เขา ประหนึ่งว่าหากช้ากลัวเขาจะเปลี่ยนใจ “นี่ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ เอ่อ…ค่าส่ง”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” แหม…หล่อแล้วยังใจดี

รับมากระดาษมาแล้วอ่านที่อยู่ของเธอด้วยรอยยิ้ม

“คุณมาเที่ยวหรือมาออกบูธในงานนี้คะ”

“มาเที่ยวครับ มาทุกปี ชอบมาดูพันธุ์ไม้ แล้วคุณล่ะครับ”

“มาออกบูธค่ะ อ้อ! จริงด้วยสิ คุณรอเดี๋ยวนะคะ” บอกเขารอแล้วรีบวิ่งกลับไปที่บูธ

**************

อ้าว!!! ไปไหนล่ะพราวมุก

ไม่ได้ต้นกล้า ทว่าได้เมล็ด ถือว่าไม่เสียเที่ยวมากค่ะมุกนะ จะยังไงต่อ

ฝากติดตามด้วยนะคะ

1.2 ความทรงจำยังตราตรึง

อีกคนได้แต่มองตามไปด้วยความงุนงง ทว่านัยน์ตาแฝงด้วยรอยยิ้ม

“วิ่งหน้าตั้งมาเชียวมุก เกิดอะไรขึ้น” รวิสสา เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันเอ่ยถาม เมื่อเห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมา

พราวมุกไม่ตอบคำถามเพื่อน หยิบถุงกระดาษที่มีชื่อกลุ่มพิมพ์ติดไว้ด้านข้างขึ้นมา และหยิบขนมใส่ไปทุกอย่าง

“เดี๋ยวมานะ” หันไปบอกเพื่อนก่อนจะวิ่งกลับไปที่เดิม

“อะไรของเธอนะยายมุก” รวิสสาได้แต่มองตามหลังเพื่อน แล้วหันกลับมาขายของให้ลูกค้า

ระยะทางจากบูธมาถึงจุดที่วิ่งจากไปเมื่อกี้ไม่ไกลมาก แต่ด้วยความดีใจและตื่นเต้นจึงทำให้หอบเล็กน้อย

เจ้าของสายตาอบอุ่นยืนมองร่างอรชร ที่กำลังวิ่งกลับมาด้วยความขบขำ ดูเจ้าตัวมีความดีใจมากที่จะได้เมล็ดพันธุ์ ใบหน้าและรอยยิ้มบอกเช่นนั้น

“นี่เป็นขนมจากบูธของเรา มุกฝากไปให้ชิมนะคะ และถือเป็นของตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนคำขอบคุณที่คุณมีน้ำใจแบ่งเมล็ดพันธุ์ให้ ได้มาแล้วมุกจะรีบเพาะให้งอกเร็ว ๆ อยากให้ดอกสีชมพูบานเต็มต้นด้วยฝีมือตัวเอง” เรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นอย่างลืมตัว เพราะมัวแต่ดีใจนั่นแหละ และด้วยความเคยชินเป็นนิสัย ไปพูดที่ไหนก็แทนตัวเองด้วยชื่อตลอด

“ขอบคุณมากครับ” เอ่ยบอกเสียงนุ่มแล้วรับถุงขนมมา และยกขึ้นอ่านข้อความที่ติดอยู่ข้างถุง “เป็นกลุ่มวิสาหกิจเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มาร่วมงานนี้” และเป็นปีแรกที่มีโอกาสได้คุยกับคนแปลกหน้าตั้งแต่เรียนจบมา “จริงด้วยสิ มุกยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

เลิกคิ้วสูงก่อนจะตอบพร้อมโปรยยิ้ม “ตฤณ ครับ”

“ค่ะคุณ ‘ตฤณ’ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ‘พราวมุก’ ค่ะ หรือจะเรียก ‘มุก’ ก็ได้”

“ครับคุณมุก”

“มุกต้องขอตัวก่อนนะคะ เพราะทิ้งเพื่อนไว้ที่บูธคนเดียว ขอบคุณมากค่ะที่ใจดีแบ่งเมล็ดพันธุ์ให้ หวังว่าเราคงจะมีโอกาสได้เจอกันอีก มุกขอตัวก่อนนะคะ” ภายใต้ความเป็นสาวมั่นภายในนั้นอ่อนโยนไม่ใช่น้อย

“ด้วยความยินดีครับ” ตฤนมองตามหญิงสาวเดินกลับไปบนถนนภายในงาน นัยน์ตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม มองเธอเดินจนลับหายไปในกลุ่มผู้คนที่เดินสวนอยู่กันไปมาอยู่ในงาน

เมื่อพราวมุกเดินกลับมา รวิสสาจึงเอ่ยถาม “เอาขนมไปให้ใคร”

“ใครไม่รู้ เขาใจดีจะแบ่งเมล็ดชมพูพันธุ์ทิพย์ให้ เลยเอาขนมไปให้เป็นการตอบแทน ขอซื้อเขาไม่ขายเลยให้ขนมไปกิน” ตอบเพื่อนแล้วเดินไปหยิบแก้วน้ำเก็บความเย็นยกขึ้นดื่ม “ถ้าไม่ได้เดียร์มาช่วยวันเนี้ย แย่เลย”

“แล้วทำไมไม่ชวนที่บ้านมาช่วยล่ะ”

“ติดงานกันหมดไง พี่ภีมขนของมาส่งแล้วก็รีบกลับ เพราะต้องพาคนงานไปส่งที่ไร่ต่างจังหวัดอีก” บ้านของพราวมุกทำอาชีพเกษตรกรรม มีที่ดินหลายร้อยไร่ พืชที่ปลูกส่วนใหญ่คืออ้อยกับมันสำปะหลังเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ทำเกษตรพอเพียงมีทั้งหมดสี่สิบไร่ ซึ่งปลูกทุกอย่างที่อยากกิน

“แล้วคนเมื่อกี้ไปรู้จักกับเขาได้ยังไง”

“มุกไปเดินหาเก็บเมล็ดชมพูพันธุ์ทิพย์ แล้วคุณตฤณเขาก็เดินเข้ามาหา และบอกว่ามีเมล็ดแบ่งให้ แล้วมุกก็ให้ที่อยู่เขาไป เพราะเขาบอกจะส่งมาให้ทีหลัง แค่นั้น”

“ไหวพริบดีนะเนี่ย” รวิสสาชมชายหนุ่ม

“ยังไงเหรอ”

“อ้าว! เทคนิคการขอที่อยู่สาวไง และสาวเจ้าก็ให้เขาไปโดยไม่คิดมากด้วยสิ ดูท่าเพื่อนเดียร์จะมีแฟนก็คราวนี้แหละ”

“พูดเป็นเล่นไป คนไม่เคยรู้จักกันจะมาเป็นฟงเป็นแฟนอะไรล่ะ เผลอ ๆ พอหลังจากวันนี้เขาอาจจะลืมก็ได้ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นใครที่ไหน” ในใจแอบหวังว่าเขาจะส่งมาให้จริง ๆ ตามที่พูด เพราะอยากได้ต้นไม้ชนิดนี้มาก หากปลูกในไร่เวลาออกดอกบานสะพรั่ง คงสวยงามน่าดู

พราวมุกกับรวิสสาอยู่ที่บูธจนถึงเวลาเก็บร้าน สองสาวช่วยกันเก็บขึ้นรถกระบะของพราวมุก พี่ชายทิ้งไว้ให้ใช้หนึ่งคันเผื่อกลับมาไม่ทันช่วยขนของ เธอจะได้มีรถกลับบ้าน ถามว่าทำไมถึงไม่ขอลูกน้องพี่ชายไว้สัก คำตอบคือคนเดียวสะดวกกว่าเยอะ จะไปไหนทำอะไรก็สะดวกสบาย จะไม่สบายก็ตรงที่ไม่ได้เดินในงานกับใครเขานี่แหละ เพราะต้องเฝ้าร้านคนเดียว ส่วนเวลาไปเข้าห้องน้ำ จะขึ้นป้ายหน้าร้านไว้ว่า ‘แม่ค้าไม่อยู่’

“วันนี้เราจะเลี้ยงขอบคุณเดียร์ที่มาอยู่เป็นเพื่อนตั้งหนึ่งวัน”

“นาน ๆ มุกจะเลี้ยงทั้งที เดียร์จะกินอะไรดีน้า” หญิงสาวยืนพิงกระบะรถพลางยกนิ้วชี้ขึ้นเคาะขมับ หลังจากช่วยกันขนของมาขึ้นรถจนแล้วเสร็จ

“ว่าแต่เดียร์เถอะ ออกมานาน ๆ ที่บ้านไม่ว่าเหรอ”

“ไม่จ้ะ วันนี้เดียร์ขอคุณพ่อแล้ว เที่ยวชิลล์ ๆ ได้หนึ่งวัน” ชิลล์ของเธอคือการมีบอดี้การ์ดตามดูแลหนึ่งคน เป็นธรรมดาของลูกสาวเจ้าของธุรกิจพลังงานเจ้าใหญ่ทางภาคเหนือ แม้รวิสสาจะถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู แต่เธอทำตัวติดดินตลอด

“งั้นไปกินส้มตำร้านที่ใกล้ที่สุดแล้วกัน เดียร์จะได้ไม่ต้องเดินทางไกล” ที่เลือกพารวิสสาไปกินส้มตำนั้น เพราะสมัยที่เรียนอยู่ด้วยกัน คุณหนูเธอชอบกินส้มตำมาก แน่นอนล่ะว่าชีวิตคุณหนูไม่เคยกินอะไรอย่างนี้มาก่อน แต่ละมื้อของเธอต้องหรูเลิศอลังการ

“มุกจะกลับเลยใช่ปะเนี่ย”

“ใช่ ตั้งใจว่าคืนนี้จะไปนอนพักที่สระบุรีหรือไม่ก็โคราช” เรื่องขับรถทางไกลไม่ต้องห่วง กรุงเทพฯ-ขอนแก่น แค่นี้สบายมาก แต่ตั้งใจว่าจะแวะเที่ยวปากช่องก่อนกลับบ้าน จึงมีเป้าที่จะพักที่นั่น

“งั้นไปกันเลยดีกว่าเผื่อรถติด” พูดกับเพื่อนจบ รวิสสาจึงหันไปพูดกับบอดี้การ์ด “เดียร์จะนั่งรถไปกับมุกนะ พี่เทิดขับรถตามไปแล้วกัน”

“ครับคุณหนู” เทิดชัยค้อมศีรษะรับคำสั่ง

ไม่นานสองสาวก็มาถึงร้านส้มตำ ร้านนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สาว ๆ ชอบมาเช็กอิน กิน และถ่ายรูป เพราะทางร้านจัดสถานที่ได้สวยมาก เรียกได้ว่าเป็นร้านส้มตำระดับไฮโซ พาคุณหนูมาเลี้ยงข้าวทั้งทีต้องเลือกร้านดี ๆ หน่อย พาไปร้านข้างทางเกิดท้องเสียขึ้นมาจะยุ่งเอา

เมนูที่สั่งแต่ละอย่างแซ่บ ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง ยำหอยแครง เมี่ยงปลานิลเผา ข้าวผัดทะเล ตำทะเลปูม้า

“พอก่อน ๆ สั่งเยอะขนาดนี้กินไม่หมดแน่นอน” รวิสสารีบห้ามเพื่อนก่อนรายการอาหารจะล้นโต๊ะ

“ก็อยากกินนี่นา ตั้งแต่มาจัดบูธกระหายหิวมาก” พราวมุกพูดจาตาโต บอกให้เพื่อนรู้ว่าหิวจริง ๆ

“ถ้าหนุ่มคนนั้นติดต่อมา ทักบอกกันบ้างนะ อยากรู้ว่าเป็นใครแล้วเขาจะสานต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนของเดียร์ไหม”

“เฮ้อ! นึกว่าลืมแล้วเสียอีก”

“ลืมได้ไงล่ะ ผู้ชายที่เพื่อนตั้งใจหอบขนมไปให้ขนาดนั้น เออ…ว่าแต่หล่อไหม รูปร่างหน้าตาเป็นไงเหรอ” รวิสสาตาโตสนใจใคร่รู้ สงสัยคนนี้ต้องเป็นเนื้อคู่เพื่อนแน่ ๆ เพราะไม่เคยเห็นพราวมุกคุยกับใครมาก่อน

“สูงนะ ประมาณ…ร้อยแปดสิบกว่า ๆ สูงกว่าเรามากแหละ” ตัวเองนั้นสูงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบแปด “ส่วนหน้าตาเหรอ เหมือน ‘ฮยอนบิน’ รู้จักใช่ปะ หน้าตาประมาณนั้นแหละรวมถึงทรงผม”

“ทรงแดดดี้” รวิสสาพูดพลางนึกถึงใบหน้าดาราหนุ่มที่เพิ่งจะกลายเป็นคุณพ่อ

“อบอุ่นละมุน ประมาณนั้น”

“ชอบเขาไหม”

“เลอะเทอะใหญ่แล้ว” พราวมุกตอบเพื่อนแล้วถอนหายใจ

จากนั้นลงมือรับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย ๆ หลังจากอิ่มเอมเปรมปรีดิ์แล้วเพื่อนรักก็แยกย้ายกัน ต่างคนต่างกลับ

*************

เมล็ดแห้งแลกกับที่อยู่และเบอร์โทร คุ้มนะคะคุณตฤณ

ใช่แนวไหมคะ 555 ไปเรื่อย ๆ นะคะเรื่องนี้

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...