โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เศรษฐา” สั่งเคลียร์หนี้ทั้งระบบ “พักหนี้-ยืดหนี้” อุ้ม 12 ล้านบัญชี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ธ.ค. 2566 เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2566 เวลา 00.02 น.

“เศรษฐา” แถลงใหญ่แก้หนี้ทั้งระบบ ยกเลิกสถานะหนี้เสีย ปรับโครงสร้างหนี้ SMEs-พักชำระหนี้รายย่อยโดนผลกระทบโควิด แถมลดดอกเบี้ย 1% ลูกหนี้มีรายได้ประจำ ครู 9 แสนราย ให้หักเงินเดือนไปชำระหนี้ได้ไม่เกิน 70% ยืดหนี้รายย่อยผ่อนนาน 10 ปี ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 3-5% เคลียร์ลูกหนี้ กยศ. 5 ล้านคน

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงข่าวแนวทางแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ

นายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่กับสังคมไทยมายาวนาน ทั้งในส่วนของหนี้นอกระบบ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ ตามที่แถลงนโยบายที่ทำเนียบรัฐบาลไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน และอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

แบ่งหนี้ 4 กลุ่ม

นายเศรษฐากล่าวว่า ขอแบ่งกลุ่มลูกหนี้ในระบบที่ประสบปัญหาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่มีรายได้ประจำ แต่มีภาระหนี้จำนวนมาก จนเกินศักยภาพในการชำระคืนหนี้ กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การชำระคืนหนี้ไม่ต่อเนื่อง และกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มที่เป็นหนี้เสียคงค้าง เป็นระยะเวลานาน

พักหนี้ SMEs-รายย่อย 1 ปี

นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับลูกหนี้ในกลุ่มที่ 1 คือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ขาดสภาพคล่อง จนไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ ต้องได้รับการช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย หรือได้รับการพักชำระหนี้เพื่อผ่อนปรนภาระเป็นการชั่วคราว

สำหรับลูกหนี้รายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่มีหนี้เสียกับธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. รัฐบาลจึงกำหนดให้ธนาคารทั้งสองแห่ง ติดตามทวงถามหนี้ตามสมควร และให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้กลุ่มนี้ คาดว่าจะช่วยเหลือได้ประมาณ 1.1 ล้านราย

ส่วนลูกหนี้ SMEs สถาบันการเงินของรัฐจะเข้าไปช่วยเหลือผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ SMEs ที่อยู่กับแบงก์รัฐ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยคาดว่าจะช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs เหล่านี้จำนวนกว่า 100,000 ราย

แก้หนี้ ข้าราชการ-มนุษย์เงินเดือน

นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ 2 คือลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ แต่มีภาระหนี้จำนวนมากจนเกินศักยภาพ ได้แก่ กลุ่มข้าราชการ ครู ตำรวจ ทหาร ที่มักจะมีหนี้กับสถาบันการเงิน และกลุ่มที่เป็นหนี้บัตรเครดิตจะได้รับการช่วยเหลือผ่าน 3 แนวทาง แนวทางแรก คือการลดดอกเบี้ยสินเชื่อไม่ให้สูงจนเกินไป เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ประจำและถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ

แนวทางที่สอง จะต้องโอนหนี้ทั้งหมดไปไว้ในที่เดียว เช่น ที่สหกรณ์ เพื่อให้การตัดเงินเดือนนำมาชำระหนี้ทำได้สะดวก หลักเกณฑ์การตัดเงินเดือน ให้ลูกหนี้มีเงินเดือนเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี

“ครูและบุคลากรทางการศึกษา ปัจจุบันมีครูกว่า 900,000 ราย ที่ประสบปัญหาหนี้สิน

ขรก.ปรึกษาออมสิน

นายเศรษฐากล่าวว่า ดังนั้นหากหน่วยงานอื่น ๆ พบว่าข้าราชการในสังกัดกำลังประสบปัญหาหนี้สิน ขอให้ปรึกษาหารือกับธนาคารออมสิน เพื่อขอสินเชื่อในลักษณะเดียวกันนี้ก็ได้

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการก็มีระเบียบกำหนดให้ครูต้องมีเงินเดือนเหลือจ่ายอย่างน้อยร้อยละ 30 หลังจากตัดจ่ายหนี้ไปแล้ว

ยืดหนี้ลดดอกเบี้ยเหลือ 3-5%

สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หากเป็นหนี้เสีย ก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ / ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับเจ้าหนี้บัตรเครดิตรายใหญ่เกือบทั้งหมด ช่วยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ โดยนำเงินต้นคงค้าง มาทำตารางผ่อนชำระใหม่ให้ยาวถึง 10 ปี และลดดอกเบี้ย จากร้อยละ 16-25 เหลือเพียงร้อยละ 3-5 เท่านั้น

ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ.

สำหรับลูกหนี้ กยศ. ซึ่งบางส่วนไม่มีงานทำหรือมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะนำมาชำระหนี้ กยศ. หลังจากจบการศึกษา กยศ. ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับ เปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ และยกเลิกผู้ค้ำประกัน ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลูกหนี้ กยศ.ได้กว่า 2.3 ล้านราย

คุมดอกเบี้ยรถยนต์-จยย.

สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ออกประกาศเพื่อกำหนดดอกเบี้ยเช่าซื้อ เช่น ในกรณีเช่าซื้อรถใหม่ต้องคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี และกรณีรถจักรยานยนต์ต้องไม่เกินร้อยละ 23 ต่อปี และลดดอกเบี้ยผิดนัด ให้ต่ำลง รวมทั้งให้ส่วนลดหากลูกหนี้สามารถปิดบัญชีได้ก่อนกำหนด

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และ สคบ.อยู่ระหว่างการปรับแนวทางกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ลดความเสี่ยงเชิงระบบ และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงินในภาพรวมต่อไป

โอนหนี้แบงก์รัฐไป AMC

นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับลูกหนี้กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้เป็นหนี้เสียคงค้างกับสถาบันการเงินของรัฐ มาเป็นระยะเวลานาน กลุ่มนี้จะโอนไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินของรัฐ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งจะทำให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้เป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น คาดว่ามาตรการนี้จะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มนี้ได้ประมาณ 3 ล้านราย

ยกระดับการปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ในระยะเร่งด่วน เพื่อต่อลมหายใจให้ลูกหนี้ทุกกลุ่ม ในระยะยาว ควรมีการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง โดยยกระดับการให้บริการสินเชื่อให้เหมาะสมและเป็นธรรม

ซึ่งกระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำแนวทางเพื่อยกระดับการให้สินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อ ให้สะท้อนความเสี่ยงของลูกหนี้ได้มากขึ้น เป็นธรรม มีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม

และป้องกันปัญหาการก่อหนี้เกินศักยภาพ เช่น หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้สถาบันการเงิน ต้องคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกหนี้ และกำหนดให้การผ่อนชำระสินเชื่อ ต้องให้ผู้กู้ยืมมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ

ครอบคลุมลูกหนี้ 5 ล้านราย

ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวถึงจำนวนลูกหนี้ทั้งระบบว่า การชี้แจงเรื่องหนี้ทั้งระบบ ครอบคลุมหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท มากกว่าร้อยละ 90 ของจีดีพี ซึ่งรวมกับสินเชื่อสหกรณ์และ ธ.ก.ส. ส่วนที่เป็นบัตรเครดิต ตัวเลขยอดหนี้รวมอาจไม่สูงนัก 5.4 แสนล้านบาท เป็นหนี้ที่กำลังมี 6.7 หมื่นล้านบาท จากผู้ถือบัตรเครดิต 23.8 ล้านใบ กำลังน่าเป็นห่วง 1.1 ล้านใบ

ดังนั้นที่นายกฯบอกครอบคลุมทุก ๆ ประเภท หนี้เกษตรกรและ SMEs ด้วย ส่วนจะครอบคลุมจำนวนประชากรที่เป็นปัญหา ครอบคลุม 5 ล้านคน แต่ถ้าดูตามจำนวนบัญชี 12 ล้านบัญชี

ส่วนหนี้บัตรเครดิต ที่ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 3-5 เฉพาะที่เข้าร่วมการปรับโครงสร้างหรือไม่ นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ผู้ถือบัตรเครดิตทุกราย 23 ล้านใบ เป็นหนี้ที่ดี และชำระได้ดีเป็นส่วนใหญ่ แต่จำนวนหนึ่งที่เริ่มเป็นปัญหา เขาสามารถใช้สิทธิแก้หนี้บัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งเป็นโครงการของ ธปท. และขอเชิญชวนให้เข้า อัตราร้อยละ 3-4- 5 ขึ้นอยู่กับขนาดของเงินและจำนวนปีที่ขอผ่อน แต่ถ้าเป็นหนี้ปกติก็อยากให้ชำระไปตามปกติ ถ้าครบเดือนก็ชำระไปตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...