โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำตาลทรายแอบขึ้นราคาแล้ว กิโลละ 4 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 10.45 น.

น้ำตาลทรายแอบขึ้นราคาแล้ว กก. ละ 4 บาท ลุ้น สอน.ประกาศขยับราคาน้ำตาลหน้าโรงงานเดือนพ.ย.นี้ ตามตลาดโลก จ่อดันราคาขายทะลุ 30 บาท/กก. จับตาโรงงานแห่ส่งออกทำไทยขาดแคลนน้ำตาลในประเทศ

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้โรงงานน้ำตาลหลายแห่งได้ปรับราคาน้ำตาลทรายขึ้นไปแล้วประมาณ 4-5 บาท/กก. ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายขาวขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 23-24 บาท จากเดิม 19 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ขึ้นไปอยู่ที่ 24-25 บาท จากเดิม 20 บาท ตามราคาน้ำตาลทรายขาวตลาดโลก บวกพรีเมี่ยมคิดกลับเป็นเงินไทยที่อ่อนค่าราคาขยับสูงขึ้นมากอยู่ที่ กก.ละ 27-28 บาท

ขณะที่ราคาที่ใช้คำนวณหน้าโรงงานอยู่ที่ กก.ละ 19-20 บาท หากปล่อยให้เป็นปัญหาต่อไป เกรงว่าโรงงานน้ำตาลจะแห่ส่งออกน้ำตาลไปนอกประเทศกันหมด จนส่งผลให้น้ำตาลในประเทศตึงตัวหรืออาจขาดแคลนได้

ดังนั้น รัฐบาลโดย สอน. ควรต้องประกาศราคาน้ำตาลหน้าโรงงานตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง เพื่อนำมาคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2566/67 ภายในเดือน พ.ย.นี้ และเพื่อให้ประโยชน์นั้นได้ตกกับชาวไร่อ้อยในการได้รับราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นจากปริมาณน้ำตาลทรายจำหน่ายในประเทศที่จะมาคำนวณราคาขั้นต้น 25 ล้านกระสอบ

“สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) อยู่ระหว่างเสนอราคาน้ำตาลที่ใช้ในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ฤดูการผลิตปี 2566/67 ต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กนอ.) ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ซึ่งจะประชุมภายในเดือน พ.ย.นี้”

ทั้งนี้ สุดท้ายราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานจะปรับขึ้นเท่าไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับผลการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในเดือน พ.ย. 2566 เช่น อาจจะปรับขึ้น 2 บาทในส่วนของระบบแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชาวไร่อ้อยก่อน หรือว่าอาจขึ้น 3 บาท เข้าระบบ 2 บาท เข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อดูแลสิ่งแวด ล้อม 1 บาทก่อน หรืออาจปรับขึ้น 4 บาทเลย ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

รายงานข่าวระบุว่า จากการสำรวจราคาน้ำตาลทรายในท้องตลาดเบื้องต้น ล่าสุดราคาขายปลีกน้ำตาลทรายอยู่ที่ประมาณ กก.ละ 26-29 บาท ขึ้นอยู่แต่ละชนิด ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่า หาก สอน.ประกาศขึ้นราคาครั้งใหม่ จะส่งผลให้ราคาน้ำตาลในประเทศปรับขึ้นเกินกว่า กก.ละ 30 บาทหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรับขึ้น เพื่อการคำนวณให้ชาวไร่อ้อยเพิ่มเติมเท่านั้น

“หากราคาน้ำตาลทรายปรับขึ้นไปจากที่เป็นอยู่อีก ย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นส่วนประกอบ ต้องปรับขึ้นราคาตาม โดยเฉพาะเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ทั้งน้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง นมและผลิตภัณฑ์ รวมถึงขนม เบเกอรี่ อาหาร เป็นภาระค่าครองชีพของคนสูงขึ้นไปอีก ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป”

นายปารเมศ โพธารากุล ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอที่ชาวไร่ผลักดันไปก่อนหน้านั้นและคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เมื่อ 28 ก.ย. 2566 ก็เห็นชอบ ตามราคาตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น แต่เรื่องดังกล่าวได้เงียบไป

ดังนั้นจึงไม่ได้เกี่ยวกับว่าหากขึ้นราคาน้ำตาลแล้ว ชาวไร่อ้อยจะต้องไม่ได้รับเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ตันละ 120 บาท ที่รัฐยังคงค้างจ่ายปีการผลิต 2565/66 แต่อย่างใด แต่หากรัฐบาลจะพิจารณาออกมาแบบนี้ ชาวไร่ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม ขอเพียงให้ภาครัฐมีความชัดเจนโดยเร็วก่อนที่จะมีการเปิดหีบฤดูการผลิตปี 2566/67 ช่วงเดือน ธ.ค.นี้

“ยอมรับว่าการตัดอ้อยสดตามนโยบายรัฐบาลทำให้ชาวไร่อ้อยมีต้นทุนเพิ่มขึ้นซึ่งหากรัฐไม่มีความชัดเจนในเรื่องเงินสนับสนุนฤดูกาลนี้ ก็จะซ้ำรอยเดิมเหมือนปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ชาวไร่อ้อยยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนเลย ทำให้อ้อยไฟไหม้มีปริมาณเพิ่มขึ้น และการหารือล่าสุดชาวไร่อ้อยยืนยันว่ายังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมคือการส่งอ้อยไฟไหม้จะถูกหักเงินเข้ากองทุนตันละ 30 บาทเท่านั้น ไม่รับข้อเสนอรัฐที่ต้องการหักถึง 90 บาท เพราะเป็นอัตราที่สูงเกินไปเหมือนเราเป็นผู้ร้ายสังคม ทั้งที่รถยนต์ปล่อยมลพิษมากกว่าเราเยอะ” นายปารเมศ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...