โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แข้งตาบอดไทย! คว้าเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์ หลังดวลจุดโทษชนะญี่ปุ่น ในศึกกีฬาเอเชียนพาราเกมส์

สวพ.FM91

อัพเดต 28 ต.ค. 2566 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2566 เวลา 06.13 น.

28 ต.ค.2566 เเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 โดยเกมรอบชิงอันดับ 3 ที่ ก่งซู่ คาแนล สปอร์ตส์ พาร์ก สเตเดียม เมืองหางโจว ประเทศจีน ทีมชาติไทย พบ ญี่ปุ่น โดยรอบแรกเสมอ 1-1

ครบ 30 นาที ยังไม่สามารถทำประตูกันได้จบเกมเสมอกันไป 0-0 ต้องตัดสินทีมชนะด้วยการดวลจุดโทษฝ่ายละ 3 คน โดย 2 คนแรกทั้ง 2 ทีม ยิงไม่เข้า จากนั้นคนที่ 3 ญี่ปุ่น พลาด ก่อนที่ ประคอง บัวใหญ่ กัปตันทีมไทย ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูชัยให้ ทีมชาติไทยเอาชนะญี่ปุ่น 1-0 หลังจากที่เอาชนะจุดโทษและทำญี่ปุ่นตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลตาบอดชิงแชมป์เอเชีย ที่อินเดีย เมื่อปี 2022

หลังจบเกม “เต๋า” ปัญญาวุฒิ คุพันธ์ กัปตันทีม กล่าวว่า “ในวันนี้ทุกคนรวมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่เพื่อคว้าเหรียญรางวัลมาครองให้ได้และก็ทำได้สำเร็จ ต้องขอบคุณโค้ช, สมาคม และเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเหรียญทองแดงนี้เป็นเหรียญประวัติศาสตร์ในเวทีเอเชียนพาราเกมส์อีกด้วย นอกจากนั้นขอขอบคุณแฟนบอลชาวไทยที่ส่งแรงใจเชียร์มาตลอดไม่ว่าแพ้หรือชนะ และอยากจะมอบเหรียญรางวัลที่ทำได้ครั้งนี้ให้กับแฟนบอลทุกคน”

ด้าน ประจักษ์ ฤทธิ์นุช ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยว่า วันนี้วางแผนมาเล่นเกมรับ 100 เปอร์เซนต์ และนักเตะเล่นตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี จนทำให้นักกีฬาญี่ปุ่นไม่มีโอกาสได้ยิงประตูเลย ในช่วงยิงจุดโทษก็ได้กำชับนักเตะให้ยิงสูงเข้าไว้ เนื่องจากผู้รักษาประตูของญี่ปุ่นเป็นคนที่ใช้เท้าเป็นหลัก ซึ่ง 2 คนแรกเรายิงได้ดีแต่ไม่ห่างตัวมากเท่าไรจนโดนเซฟได้ ส่วนญี่ปุ่นที่ยิงก่อนพลาดหมดทั้ง 3 คน จนมาถึงคนสุดท้ายได้บอก ประครอง บัวใหญ่ ว่าให้เน้นยิงสูงๆ และเขาก็ยิงเสียบใต้คานเข้าประตูสำเร็จ ซึ่งเหรียญทองแดงเหรียญนี้เป็นเหรียญประวัติศาสตร์ของนักกีฬาคนตาบอดทีมชาติไทยหลังจากลงแข่งมา 2 ครั้งก่อนหน้านี้แต่ไม่เคยได้รับเหรียญติดมือเลย แต่ครั้งนี้ทำได้สำเร็จ ขอขอบคุณแฟนบอลชาวไทยทุกคนที่ร่วมชมร่วมเชียร์นักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทุกช่องทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...