โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จี้ “บัตรเครดิต” พยุงลูกหนี้ ดูแลกลุ่มจ่ายขั้นต่ำ 8% ไม่ไหว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ย. 2566 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2566 เวลา 09.58 น.

ผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต แจ้งลูกค้าให้รับรู้รับทราบถึงการขยับอัตราชำระหนี้ขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 8% จากเดิมลดลงไป 5% ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ธปท.จี้ดูแลลูกค้าผ่อนไม่ไหว

โดย “สุวรรณี เจษฎาศักดิ์” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ได้สื่อสารไปยังผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต 12 ราย ทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) เพื่อให้สื่อสารไปยังลูกค้าให้ทราบถึงการปรับชำระขั้นต่ำ (minimum payment) จาก 5% เป็น 8% ในเดือน ม.ค. 2567

ซึ่งทั้ง 12 แห่งได้มีการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้ว ทั้งผ่านใบแจ้งหนี้ โมบายแบงกิ้ง คอลเซ็นเตอร์ รวมถึงสาขาธนาคาร เป็นต้น

เบื้องต้นพบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่ที่มีการชำระเกิน 10% มีสัดส่วนสูง 80% แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีลูกหนี้บางส่วนที่ไม่สามารถชำระได้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และรายได้ยังไม่ได้กลับมา

ดังนั้นสิ่งที่ ธปท.พยายามทำเพื่อลดผลกระทบคือกำหนดให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ โดยการเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตไปเป็นสินเชื่อแบบมีระยะเวลา (term loan)แต่ต้องปิดวงเงินบัตรเครดิตด้วยเพื่อไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยคิดดอกเบี้ย 16% ต่อปี

“เราได้ลองโทร.ไปยังคอลเซ็นเตอร์ของ 12 แห่ง ทุกแห่งมีการสื่อสารและมีแพ็กเกจโอนประเภทหนี้เป็นเทอมโลนช่วยเหลือลูกค้าหมดแล้ว แต่ที่คุยกับแบงก์ จะมีลูกหนี้บางส่วน อาจจะไม่ยอมปิดวงเงินบัตรเครดิต ซึ่งต้องดูว่าจะมีคนสามารถปรับขั้นต่ำเป็น 8% ได้ หรือคนที่จ่ายไม่ไหว ซึ่งเราเป็นห่วง ไม่ไหว แล้วไม่ยอมเปลี่ยนประเภทหนี้ ไม่ปิดหนี้ เพราะยังอยากรูดบัตร ตรงนี้ยังไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่เยอะ”

ธุรกิจบัตรเครดิตยันพร้อมรับมือ

ขณะที่ “อธิศ รุจิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน (GCS) และในฐานะประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย (TBA) กล่าวว่า ตามแนวทางของ ธปท.จะปรับการ
ชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 และปรับเพิ่มเป็น 10% ในปี 2568 โดยขณะนี้บริษัทได้สื่อสารประชาสัมพันธ์แจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว เพื่อให้ลูกค้าเตรียมตัวก่อนมีผลบังคับใช้ในปีหน้า รวมถึงบริษัทยังได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้รองรับ เช่น มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น

“การปรับอัตราการชำระขั้นต่ำเชื่อว่าน่าจะกระทบค่อนข้างมาก แต่อาจจะยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากจะต้องรอดูสถานการณ์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า จึงจะเห็นผลกระทบชัดเจน และกลับมาดูคุณภาพลูกค้าว่า มีภาระหนี้สูงเกินไปหรือไม่ แต่ระหว่างทาง เราก็ช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้”

คาดค่างวดขยับขึ้น 1 พันบาท

“จเร เจียรธนะกานนท์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า กรณีที่ลูกค้าไม่สามารถชำระได้ หรือมีปัญหา ธนาคารจะมีมาตรการช่วยเหลือไว้รองรับ ผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้จากจ่ายขั้นต่ำปรับเป็นงวดระยะยาว

“จากการประเมินพอร์ตสินเชื่อธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคาร เบื้องต้นผลกระทบคงไม่เยอะมาก เนื่องจากเป็นการทยอยปรับ โดยในปี 2567 จะปรับเป็น 8% ซึ่งจะทำให้เงินงวดเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ถือว่ายังไม่สูงมาก”

“ประณยา นิถานานนท์” ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ประเมินว่าไม่มีผลกระทบต่อพอร์ตบัตรเครดิตของบริษัทมากนัก เนื่องจากสัดส่วนการชำระขั้นต่ำมีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่ยังสามารถผ่อนชำระได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี เคทีซีได้ติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีมาตรการช่วยเหลือกรณีที่ลูกค้ามีปัญหาการชำระหนี้ไว้รองรับอยู่แล้วในปัจจุบัน

“เราพร้อมติดตามและให้การช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาเต็มที่”

เริ่มปี’67 อาจไม่ใช่จังหวะที่ดี

“นันทวัฒน์ โชติวิจิตร” กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าชำระขั้นต่ำ 5% ประมาณ 50% ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะมีกลุ่มที่แม้จะปรับขั้นต่ำเป็น 8% ยังสามารถชำระได้ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ชำระไม่ไหว หรืออาจจะสะดุดในช่วง 2-3 เดือนแรก หลังปรับขั้นต่ำ เพราะอาจจะต้องปรับตัว ส่วนที่เหลืออีก 50% จะเป็นกลุ่มที่ชำระเกินขั้นต่ำ 10% หรือจ่ายเต็ม

“กรณีลูกค้าที่ไม่สามารถชำระไหว บริษัทจะมีมาตรการช่วยเหลือไว้รองรับ เช่น สินเชื่อ care loan จะเป็นการยืดระยะเวลาผ่อนชำระ และปรับลดวงเงินผ่อนต่อเดือนลง รวมถึงมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ (restructure loan) ซึ่งเป็นมาตรการที่ทุกแห่งมีไว้รองรับอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ การปรับชำระขั้นต่ำ อาจจะทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะค่างวดจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 700-1,000 บาทต่องวด ถือว่าไม่มากนัก

“อย่างไรก็ดี การปรับในปี 2567 ไม่ใช่ช่วงจังหวะที่ดี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่าการท่องเที่ยวจะดี แต่รายได้ยังคงกระจายไม่ทั่วถึง ต้องยอมรับว่าลูกหนี้บางรายอาจจะชำระหนี้ไม่ไหว” กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด อิออนฯกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...