โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถิติ TGAT/TPAT มีผลยังไงกับรอบ Admission? หาคำตอบพร้อมอัปเดตสถิติคะแนน หลังปรับคะแนนปี 67 ใหม่

Dek-D.com

อัพเดต 16 ม.ค. 2567 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2567 เวลา 06.27 น. • DEK-D.com
อัปเดตให้แล้ว! สถิติคะแนน TGAT67 หลัง ทปอ. ประกาศปรับคะแนนใหม่ พร้อมชวนน้องๆ ทำความเข้าใจ คะแนนนี้มีผลยังไงกับคะแนนแอดมิชชั่น

สวัสดีค่ะ น้องๆ ที่ติดตามข่าว คงได้รู้แล้วว่า ทปอ. มีการประกาศคะแนนใหม่ในรายวิชา TGAT3 หลังจากที่มีการตรวจสอบในช่วงขอทบทวนคะแนน แล้วพบว่าการให้คะแนนวิชา TGAT3 จำนวน 2 ข้อ มีการให้คะแนนส่วนย่อยผิดพลาด ทำให้ผู้เข้าสอบบางส่วนได้คะแนนเกินไปประมาณ 0.8-2.1% ทปอ. จึงปรับคะแนนให้ถูกต้องทั้งผู้ที่ขอทบทวนและไม่ได้ขอทบทวนคะแนน

เมื่อมีการปรับคะแนนใหม่ ค่าสถิติต่างๆ จึงเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยวิชาที่เปลี่ยนแปลงคือ TGAT รวม จาก 50.51 เป็น 50.46 และวิชา TGAT3 จาก 65.55 เป็น 65.42 คะแนน ขณะที่ TGAT1 และ 2 ค่าสถิติไม่มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับสถิติคะแนนทุกวิชาเป็นยังไง ไปดูกันเลยค่ะ

Update ค่าสถิติคะแนนและ T-score TGAT/TPAT หลังปรับคะแนนใหม่ สถิติมีผลยังไงกับรอบ Admission

Update ค่าสถิติพื้นฐานและคะแนน T-Score

คะแนน T-Score คืออะไร

คะแนน T-Score หรือ คะแนนมาตรฐาน (Adj. Ti) คือ คะแนนที่ผ่านการแปลงทางสถิติมาจากคะแนนที่ได้ ตามสูตรการคำนวณ* (แต่ละปีสูตรก็จะไม่เหมือนกัน) เป็นคะแนนที่ถูกปรับคะแนนค่าเฉลี่ยให้มาอยู่ตรงกลาง หรือ 50 แล้วใครที่ได้คะแนนมากกว่า 50 ก็จะได้คะแนน T-Score มากขึ้น ยิ่งห่างออกไป ก็จะยิ่งได้คะแนนมากขึ้น ถึงระดับนึงก็อาจจะได้เต็ม 100 ไปเลย เรียกได้ว่า เป็นคะแนนที่วัดระดับความสามารถของเรา เมื่อเปรียบเทียบกับคนทั้งประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าคะแนนในส่วนนี้ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามคะแนนที่ได้เช่นกัน

ใน TGAT/TPAT67 นี้ ทปอ.ได้กำหนดสูตรคำนวณ* ค่า T-Score ไว้ คือ Ti = 50 + 8.69031(คะแนนที่ได้ - ค่าเฉลี่ย)/ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ค่าสถิติมีผลต่อคะแนนแอดมิชชั่นยังไง

ในการคำนวณคะแนนรอบ Admission ก็เกิดจากการนำเอาคะแนนต่างๆ มาคำนวณตามเกณฑ์ที่คณะกำหนด ซึ่งหลังจากที่ประกาศคะแนน น้องๆ มักจะถามว่า ได้คะแนน TGAT, TPAT เท่านี้ จะมีโอกาสติดที่ไหนบ้าง บอกตามตรงว่า จะยังไม่สามารถบอกได้ว่า จนกว่าจะรู้ค่าสถิติ, หาแนวโน้มคะแนนในแต่ละปี และคำนวณคะแนนตัวเองเทียบกับคะแนนแอดมิชชั่นปีก่อนๆ

ดังนั้นค่าสถิติพื้นฐานและช่วงคะแนน จะเป็นตัวช่วยบอกว่าแนวโน้มคะแนนปีนี้ น่าจะไปในทิศทางไหน

กรณีที่ 1 :วิชา A มีค่าเฉลี่ย (Mean) เพิ่มขึ้น + มีจำนวนคนที่อยู่ช่วงคะแนนที่มากกว่า/เท่ากับค่าเฉลี่ยขึ้นไปเยอะขึ้นกว่าปีก่อนมีแนวโน้มที่คะแนนแอดมิชชั่นในกลุ่มคณะที่ใช้คะแนน A จะสูงขึ้น (ปานกลาง-มาก)

กรณีที่ 2: วิชา A มีค่าเฉลี่ย (Mean) เพิ่มขึ้น + มีจำนวนคนที่อยู่ช่วงคะแนนที่มากกว่า/เท่ากับค่าเฉลี่ยขึ้นไป เท่าๆ เดิมหรือน้อยลงจากปีก่อนมีแนวโน้มที่คะแนนแอดมิชชั่นในกลุ่มคณะที่ใช้คะแนน A จะสูงขึ้น (เล็กน้อย-ปานกลาง)

กรณีที่ 3: วิชา A มีค่าเฉลี่ย (Mean) ลดลง + มีจำนวนคนที่อยู่ช่วงคะแนนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยลงไป เยอะขึ้นกว่าปีก่อน มีแนวโน้มที่คะแนนแอดมิชชั่นในกลุ่มคณะที่ใช้คะแนน A จะต่ำลง (ปานกลาง-มาก)

กรณีที่ 4 : วิชา A มีค่าเฉลี่ย (Mean) ลงลง + มีจำนวนคนที่อยู่ช่วงคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยลงไป มีเท่าๆ เดิมหรือลดลงจากปีก่อน มีแนวโน้มที่คะแนนแอดมิชชั่นในกลุ่มคณะที่ใช้คะแนน A จะต่ำลงเล็กน้อย

เมื่อน้องๆ ดูค่าเฉลี่ย (Mean) และช่วงคะแนน ครบทุกวิชาตามเกณฑ์ของคณะแล้ว ก็สามารถนำไปใช้คำนวณร่วมกับค่าน้ำหนักของคณะ เพื่อหาแนวโน้มที่คะแนนมีโอกาสขึ้น-ลง ของคณะนั้นๆ ได้ค่ะ หากใครยังไม่เข้าใจวิธีคิด ไม่ต้องกังวล เพราะช่วงใกล้การเลือกคณะ พี่ๆ Dek-D จะมาช่วยกันดูแนวโน้มคะแนนให้อีกครั้ง

4 กรณีนี้เป็นแค่แนวทางเบื้องต้นในการคาดการณ์แนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่น แต่การคิดคะแนนจริงๆ ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น จำนวนผู้สมัครรอบแอดมิชชั่นในแต่ละปี เทรนด์การเลือกคณะ และจำนวนรับของแต่ละคณะด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...