โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก 'ไอกรน' อาการคล้ายหวัด แต่รุนแรงถึงชีวิต ป้องกันได้แค่ฉีดวัคซีน

Khaosod

อัพเดต 26 ธ.ค. 2566 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2566 เวลา 04.30 น.

รู้จักโรคไอกรน ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรรู้ อาการคล้ายหวัดแต่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต อย่าเพิกเฉยกับการฉีดวัคซีนป้องกัน

ถือเป็นภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับ "โรคไอกรน" มีอาการคล้ายหวัด หากรักษาช้าอาจอันตรายถึงชีวิต ล่าสุดระบาดสูงขึ้น พบเด็กเล็กเสียชีวิตเพิ่ม วันนี้ทีมข่าวสดขอพาทุกคนมาทำความรู้จักโรคไอกรนเพิ่มขึ้นกัน

โรคไอกรน

เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella Pertussis ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี โดยโรคไอกรนในเด็กทารกและเด็กเล็กจะมีความรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตได้ซึ่งติดต่อได้ง่ายจากการไอ จาม สัมผัสกับสารคัดหลั่งและเครื่องใช้ของผู้ป่วย

อาการ

อาการของโรคจะแสดงหลังจากรับเชื้อเฉลี่ย 7-10 วัน นานสุด 20 วันผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ ๆ มีน้ำมูก และไอต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์

จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการสำคัญของโรคคือ ไอเป็นชุด ๆ ถี่ ๆ ติดกัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ตามด้วยการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู้บ ตาแดง มีน้ำมูก และเด็กเล็กอาจหายใจไม่ทันจนหน้าเขียวได้ ทั้งนี้อาการดังกล่าวอาจเป็นเรื้อรังนาน 2-3 เดือน

หากพบผู้ป่วยโรคไอกรน ควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ เพราะการติดเชื้อไอกรนในเด็กส่วนใหญ่จะได้รับเชื้อจากผู้ใหญ่ และอาการอาจรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

ในผู้สัมผัสโรคควรสังเกตว่ามีอาการไอหรือไม่ ติดตามอาการอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่สัมผัสโรคใกล้ชิดควรไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ แม้จะได้รับวัคซีนป้องกันครบแล้วก็ตาม

การป้องกัน

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคไอกรนคือการฉีควัคซีน ผู้ปกครองต้องพาบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ไปรับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ

-ครั้งที่ 1 อายุ 2 เดือน

-ครั้งที่ 2 อายุ 4 เดือน

-ครั้งที่ 3 อายุ 6 เดือน

-ครั้งที่ 4 อายุ 1 ปีครึ่ง

-ครั้งที่ 5 ฉีดเข็มกระตุ้นเมื่ออายุ 4 ปี

*เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ควรฉีดวัคซีนให้ครบ 3 เข็ม

โดยเข็มแรกสามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่ อายุ 6 สัปดาห์ เข็มสองและเข็มสามห่างกัน 4 สัปดาห์ พร้อมสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการของโรคไอกรน ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ควรไปรับวัคซีนไอกรนตั้งแต่อายุครรภ์ที่ 27-36 สัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยปกป้องทารก จากโรคไอกรนในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังการคลอด

ผู้ใหญ่ที่เคยได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แนะนําให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 10 ปี เนื่องจากวัคซีนที่ได้รับในวัยเด็กจะหมดลงในช่วงวัยรุ่น และผู้ใหญ่ภายในบ้านมีเด็กเล็กควรไปรับวัคซีนเช่นกัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคในผู้ใหญ่แล้วแพร่เชื้อต่อไปยังเด็กในครอบครัว

ขอบคุณที่มา sikarin

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...