โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอลนีโญแล้งลาม “อ้อย” ผลผลิตปี 2566 ฮวบเหลือแค่ 80 ล้านตัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2566 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2566 เวลา 14.45 น.

ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ที่กำลังเกิดขึ้นปลายปี 2566 นี้ นับว่าเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 8 ปี และมีโอกาสจะยาวนานไปอีก 2-3 ปี ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของไทยถึงขั้นวิกฤต

โดยมีการคาดการณ์ว่าในฤดูการผลิตปี 2566/2567 ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงจะทำให้ผลผลิตอ้อยเหลือเพียง 80 ล้านตัน หรือหายไปประมาณ 7-10% ในปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรง 3 ฝ่าย ทั้งเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จึงต้องเตรียมแผนร่วมกันรับมือกับ
ผลพวงที่จะได้รับจากวิกฤตนี้

ชาวไร่อ้อยหันปลูกมันสำปะหลัง

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวว่า การทำเกษตรทุกวันนี้ต่างจากอดีตมาก เดิมปัญหาสภาพภูมิอากาศแม้จะเปลี่ยนแปลงบ่อย ผันผวนบ้างในแต่ละปี แต่ก็ไม่เคยทำให้ผลผลิตอ้อยต้องลดลงมากขนาดนี้ บวกกับปัจจัยอีกหลายอย่าง

ทั้งต้นทุนการบริหารจัดการดูแลขณะปลูก ต้นทุนค่าปุ๋ย ต้นทุนค่าแรง ซึ่งถือเป็นต้นทุนผันแปรที่สูงกว่าพืชชนิดอื่น แต่ในบางปีฝนดี ผลผลิตดี ทำให้การปลูกอ้อยและอุตสาหกรรมอ้อยยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้สูง

ต่างจากปัจจุบัน เมื่อเรื่องของสภาพอากาศกลับเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การเพาะปลูกอ้อยได้รับผลกระทบ ปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นมาหลายปี แต่ด้วยระบบการบริหารจัดการ เช่น ชลประทาน ยังพอให้ทำผลผลิตในฤดูกาลนั้น ๆ เป็นไปตามเป้า

สำหรับ “เอลนีโญ” ครั้งนี้ไม่เพียงจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้ผลผลิตอ้อยต้องลดลง แต่ด้วยปัจจัยอื่น ๆ ทำให้เกษตรกรที่เคยปลูกอ้อยหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่นแทน เช่น มันสำปะหลัง ด้วยเป็นพืชทนแล้ง เก็บเกี่ยวง่าย

และยังมีราคาที่ดีกว่า ฤดูการผลิตปี 2566/2567 ชาวไร่มีความกังวลมากเพราะฝนเริ่มทิ้งช่วง อาจทำให้อ้อยมีผลผลิตแค่ 70-80 ล้านตันเท่านั้น จาก 93.88 ล้านตันในฤดูปี 2565/2566 อาจจะรุนแรงกว่าฤดูปี 2562/2563 ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกก็ลดลง 5%

สอน.เร่งให้ความรู้สู้ภัยแล้ง

ในขณะที่ภาครัฐก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะเตรียมช่วยเหลือ หามาตรการช่วยชาวไร่ในแต่ละพื้นที่เช่นกัน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอ้อยและที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลจำนวนมาก และด้วยภาคอีสานตามลักษณะของภูมิอากาศตามปกติแล้ว มักต้องประสบกับภัยแล้งแทบทุกปี พื้นที่ดังกล่าวจึงถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงมาตลอด

นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (คอน.) ได้สั่งการให้หน่วยงานแต่ละพื้นที่เข้าไปให้ความรู้กับชาวไร่อ้อย และแผนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงเพาะปลูกให้ได้มากที่สุด เพราะเอลนีโญไม่ได้กระทบแค่ผลผลิตต่อไร่ แต่ยังกระทบพื้นที่เพาะปลูกให้ลดลง ส่งผลต่อผลผลิตอ้อยน้ำตาลในภาพรวมตามมา

และก่อนหน้านี้ได้มีการทำโครงการศึกษาผลกระทบจากเอลนีโญร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจอ้อยโรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากผลการศึกษาจึงแนะให้เกษตรกรรายเล็กจัดการต้นทุนให้มีการประหยัดต่อขนาดด้วยการรวมกลุ่ม

หรือพิจารณาเปลี่ยนไปปลูกพืชทางเลือก รัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรมีการประกันภัยพืชผลเพื่อลดความเสียหาย จากความแปรปรวนสภาพอากาศจากฝนทิ้งช่วงมากขึ้น โรงงานน้ำตาลควรสนับสนุนระบบการชลประทานให้แก่เกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดวัตถุดิบอ้อยในอนาคต

ส.อ.ท. เสนอตั้ง กรอ.น้ำ

ในมุมของภาคอุตสาหกรรมที่อยู่กลางน้ำ หลายอุตสาหกรรมต้องพึ่งพิงและอาศัยอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเช่นกัน

ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มีแนวคิดเช่นเดียวกันว่ารัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชนด้านน้ำ หรือ “กรอ.น้ำ” เพื่อสร้างความร่วมมือดำเนินงานระหว่างรัฐกับภาคเอกชน ในการแก้ปัญหาและรับมือกับเอลนีโญ

เนื่องจากผลกระทบที่จะเกิดกับภาคการเกษตร หากย้อนกลับไปดูที่ต้นทางแล้วจะพบว่าภาคการเกษตรนี่เองคือแหล่งวัตถุดิบสำคัญของภาคอุตสาหกรรม มันคือการส่งต่อระหว่างต้นน้ำกับกลางน้ำ เพื่อไปสู่ปลายน้ำ คือห่วงโซ่ของซัพพลายเชนทั้งระบบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ซึ่งเรื่องการขาดแคลนน้ำยังจะกระทบไปยังความต้องการการใช้น้ำ เพื่อผลิตสินค้าภายในโรงงานอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน ดังนั้น จะมองว่าเอลนีโญไม่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ ดังนั้นเสนอให้รัฐบาลตั้ง “กรอ.น้ำ” ขึ้นมา

โดยจะใช้กลไกของ “สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน” เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการดำเนินงาน เนื่องจากสถาบันดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อเรื่องน้ำอยู่แล้ว ทั้งการส่งเสริม สนับสนุนการผลิต การบริโภคสินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรับรองด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม

รวมทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม นำ BCG Model มาส่งเสริมและช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมในการดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมาย SDGs ด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม

โรงงานหาแนวทางช่วยชาวไร่

สอดคล้องกับ นายชลัช ชินธรรมมิตร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL ที่ได้ประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่าหลายปีที่ผ่านมาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปมาก ปริมาณฝนตกน้อยลง และเกิดทั้งภาวะเอลนีโญและลานีญา ทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง ซึ่งในการหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2565/2566 อยู่ 94 ล้านตัน แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.97% แต่ยังถือว่าเป็นผลผลิตน้อย

และคาดการณ์ว่า ในการหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2566/2567 จะเหลือเพียง 80 ล้านตันเท่านั้น ลดลงถึง 10% แน่นอนว่าโรงงานต้องเข้าไปช่วยชาวไร่ เพื่อหาแนวทางให้มีผลผลิตเพียงพอที่จะป้อนให้กับโรงงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...