โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'อลงกรณ์' ขอเป็น หน.ประชาธิปัตย์ 2 ปี รื้อโครงสร้าง-ปฏิรูปพรรค ก่อนเปิดทางคนรุ่นใหม่

VoiceTV

อัพเดต 06 ก.ค. 2566 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2566 เวลา 09.48 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 6 ก.ค. อลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ทิศทางจะเป็นอย่างไรคงต้องรอการประชุมในวันอาทิตย์นี้ที่จะมีการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการกำหนดแนวทางในการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. แต่ตนยังยืนยันจุดเดิมว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องยืนบนประชาธิปไตยที่ชัดเจนตรงไปตรงมา และการโหวตนายกฯ ควรสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่สามารถรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้เพื่อรักษาหลักการเสียงข้างมาก

อลงกรณ์ กล่าวอีกว่า การเดินหน้าเปลี่ยนผ่านรัฐบาลต้องเป็นไปโดยความรวดเร็ว และราบรื่น เพื่อเป็นการเคารพเสียงของประชาชน ซึ่งการมีจุดยืนที่ชัดเจนเห็นแก่ประเทศชาติจะทำให้ประชาธิปัตย์ได้รับความน่าเชื่อถือกลับคืนมา อีกทั้งการปฏิรูปพรรค เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง โดยหลังการพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าต้องมีการปฏิรูป เพียงแต่ว่าการนำเสนอแนวทางการปฏิรูปนั้นยังไม่มีความชัดเจน

ส่วนการเสนอตัวในการลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น อลงกรณ์ กล่าวว่า อยากให้มีการดีเบตสำหรับผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค แม้การเลือกหัวหน้าพรรคคราวนี้จะไม่มีระบบไพรมารี่โหวต แต่ก็ควรให้มีการดีเบตระหว่างผู้ที่ประสงค์เพื่อจะได้ทราบจุดยืนวิสัยทัศน์ แนวทางนโยบายในการพัฒนาพรรคต่อไป เพราะเราเป็นสถาบันทางการเมืองจึงจำเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกทั่วประเทศควรจะได้รับรู้คุณสมบัติของหัวหน้าพรรคคนใหม่

แม้จะมีกระแสข่าวว่า สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จะลงชิงตำแหน่งด้วย แต่ก็ทราบเพียงแค่รายงานข่าว เพราะต้นยังเป็นคนเดียวที่ลงสมัครอย่างเปิดเผย จึงขอเรียกร้องให้หลายท่านที่จะประสงค์ลงสมัครเปิดตัวอย่างชัดเจน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์สะท้อนความเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยอยู่ในพรรค

เมื่อถามว่า อาจจะมีกลุ่มคนที่สนับสนุน ชวน หลีกภัย และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคไปร่วมสังเกตการณ์การประชุมในวันนั้น อลงกรณ์ กล่าวว่า การประชุมใหญ่ของพรรคถือเป็นกิจกรรมสำคัญ สมาชิกพรรคทั่วประเทศสามารถไปร่วมสังเกตการณ์การประชุมได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม แต่องค์ประชุมจะมีเกือบ 400 คนที่เป็นตัวแทนจาก 19 กลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่งดงามของพรรคประชาธิปัตย์ในความเป็นสถาบันทางการเมืองที่สมาชิกพรรคอยากมีส่วนร่วมกับพรรคอย่างเต็มที่

อลงกรณ์ ระบุอีกว่า ในส่วนของการปฏิรูปพรรค ตนมีความตั้งใจที่จะเสนอมาตั้งแต่ปี 2556 อีกทั้งยังเคยเป็นรองหัวหน้าพรรค 4 สมัย ส.ส. 6 สมัย และเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว จึงมีความมั่นใจว่าใน 30 ปีของการอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และไม่เคยย้ายไปพรรคไหน ทุ่มเททำงานให้พรรค มีความเข้าใจในปัญหาของพรรค แต่ขณะเดียวกันพรรคจะต้องปฏิรูปเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่

“ผมจะเป็นหัวหน้าพรรคเพียง 2 ปี เพื่อปรับพื้นฐานของพรรค สร้างแนวทางประชาธิปไตย และสร้างคนรุ่นใหม่ๆ วิสัยทัศน์ใหม่ๆ ขึ้นมา จากนั้นจะลาออกเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้าไปสืบสานงานต่อไป” อลงกรณ์ กล่าว

อลงกรณ์ ยังย้ำอีกว่า ช่วงของการเปลี่ยนผ่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จากจุดที่เราตกต่ำที่สุดเหลือ ส.ส. เพียง 25 คน และคะแนนความนิยมของพรรคเพียง 9 แสนกว่า เป็นสิ่งที่ไม่ใช่งานง่าย ต้องผนึกความร่วมมือ สร้างโครงสร้างแบบกระจายอำนาจไปยังสาขาพรรคทั่วประเทศ เปิดพื้นที่การทำงานให้คนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นการปรับโครงสร้างเชิงระบบครั้งใหญ่ที่ประสบการณ์ และการรู้ปัญหาในพรรคจะทำให้สร้างก้าวใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...