โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.-สครท.-มข. จับมือ AHLA ยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของไทยสู่ภูมิภาคเอเชีย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 พ.ค. 2566 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2566 เวลา 09.32 น.

สธ.-สครท.-มข. จับมือ AHLA ยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของไทยสู่ภูมิภาคเอเชีย

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2566) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมวิชาการสมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งเอเชียระหว่างประเทศ ครั้งที่ 9 (The 9th Asian Health Literacy Association International Conference 2023 :The 9th AHLA International Conference 2023) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

นพ.โอภาสกล่าวว่า สธ.มีแนวทางขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน โดยผลักดันให้เป็นแผนพัฒนาประเทศ ได้แก่ แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสู่ความเป็นเลิศ มติสมัชชาสุขภาพ ครั้งที่ 11 และ ครั้งที่ 12 รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ 13 โดยมีกรอบการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเทศไทย 5 ด้าน คือ 1.การพัฒนาองค์กรใน 3 ระบบ (ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ และระบบสังคมชุมชน) ให้เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 2.พัฒนาระบบการสื่อสาร และเฝ้าระวังข้อมูลเสี่ยงต่อสุขภาพ 3.สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม 4.การพัฒนากำลังคนด้านการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และ 5.การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมอนามัย และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งยกร่างแผนปฏิบัติการด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับแผนแม่บท เพื่อขับเคลื่อนในปี 2566-2570

ทางด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2562 พบว่า ในภาพรวมคนไทยมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ ร้อยละ 65 โดยประชาชนร้อยละ 19 มีความรอบรู้ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจดูแลจัดการสุขภาพ โดยเรื่องที่คนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ น้อยที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดในการสืบค้นและค้นหาข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพ ดังนั้น การยกร่างแผนปฏิบัติการด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพ จึงเน้น 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.การเพิ่มศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของคนทุกกลุ่มวัย เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลจัดการดูแลสุขภาพตนเองและบอกต่อได้ 2.พัฒนาภาคีเครือข่ายประชาชน องค์กร ชุมชนท้องถิ่น เป้าหมายเพื่อให้สามารถจัดการปัจจัยเสริมและปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ 3.การพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ การศึกษา สังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี เป้าหมาย เพื่อให้เกิดองค์กรรอบรู้และเป็นสังคมรอบรู้ด้านสุขภาพ และ 4.สนับสนุนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เป้าหมายเพื่อให้เกิด Policy for Health Literacy

ขณะที่ นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต กล่าวว่า ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ จ.ภูเก็ต ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการนำเสนอวิชาการเข้าประชุมภาครัฐ เอกชน นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้เข้าประชุมได้มีโอกาสสัมผัสทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ความงดงามและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.ภูเก็ต ทำให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่น่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต ได้พัฒนาระบบสุขภาพเพื่อส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยมีนโยบายการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พักบนเกาะภูเก็ต ได้ดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม และได้รับบริการด้านการดูแลสุขภาพ และความสุขที่หลากหลายจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดฉลอง แหลมพรหมเทพ ฯลฯ รวมทั้งอาหารทะเลที่มีให้เลือกมากมาย พร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ให้มีโอกาสได้กลับมาเยือน จ.ภูเก็ต อีกครั้ง

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพจากทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แบ่งปันข้อมูลเชิงลึก และประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการสร้างความรอบรู้ที่มีประสิทธิภาพพร้อมพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีส่วนร่วม อย่างแข็งขันในพื้นที่ขอนแก่น และยินดีที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมที่ครั้งนี้

ทางด้าน Prof. Angela Leung, President, Asian Health Literacy Association (AHLA) กล่าวว่า หัวข้อการประชุม ALL FOR HEALTH LITERACY เพื่อพัฒนาความรู้ด้านสุขภาพระดับโลก และระดับภูมิภาคในเอเชีย แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แพทย์ ผู้ดูแล และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีที่ดีที่สุด ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานด้านความรู้ด้านสุขภาพร่วมกันเพื่อพัฒนางานความรู้ด้านสุขภาพและแก้ไขปัญหาระดับความรู้ด้านสุขภาพไม่เพียงพอของประชาชน และการจัดการทางสุขภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน ให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็น

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย กล่าวว่า ปีนี้ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง นักบริหาร นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงาน นำไปสู่การยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในเอเซีย มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 400 คน และมีผลงานวิชาการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพนำเสนอกว่า 200 ผลงาน จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อยอดการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...