โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะธุรกิจ ‘CPALL’ ในกรุงพนมเปญ

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 พ.ค. 2566 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2566 เวลา 02.02 น. • The Bangkok Insight

CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นผู้เล่นเบอร์หนึ่งในธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับสิทธิ์บริหาร 7-Eleven ในประเทศไทยแล้ว รู้ไหมว่ายังเป็นบริษัทที่ได้รับได้รับสิทธิแฟรนไชส์ในการจัดตั้งและดําเนินการร้าน 7-Eleven ในประเทศกัมพูชาและลาวอีกด้วย

กัมพูชาถือว่าเป็นประเทศเป้าหมายหลักของ CPALL หลังได้จัดตั้ง CP ALL (Cambodia) Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPALL ถือหุ้น 100% และได้รับสิทธิแฟรนไชส์เป็นระยะเวลา 30 ปี ต่ออายุสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 20 ปี ซึ่งบริษัทได้เปิดให้บริการร้าน 7-Eleven สาขาแรกในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ถือเป็นก้าวสำคัญของ CPALL ในการเติบโตสู่ตลาดอาเซียน

ผ่านมาเพียงไม่นาน วันนี้ 7-Eleven ในกัมพูชา มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น 56 แห่งแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตในเขตเมืองอย่างกรุงพนมเปญ เมืองเสียมราฐ และเมืองสีหนุวิลล์ โดยประมาณ 75% อยู่ในสถานีบริการน้ำมันปตท. และอีก 25% ถูกเปิดในทำเลที่แตกต่างกัน

ล่าสุด CPALL ได้พานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เยี่ยมชมร้านกิจการ 7-Eleven สาขาในกรุงพนมเปญ ได้แก่ สาขา Phsar Kandal สาขา Riverside และสาขา Grand Phnom Penh เพื่อฉายภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของสังคมเมืองในกรุงพนมเปญ พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และโอกาสการเติบโตของธุรกิจค้าส่งค้าปลีก

นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย (KSecurities) จึงสรุปมุมมองต่างๆ ออกมาให้เห็นนักลงทุนเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ในกัมพูชา เนื่องจากยังเป็นตลาดที่ยังมีสัดส่วนการเข้าถึงอยู่ระดับต่ำ และมีแนวโน้มการเติบโตของการบริโภคที่ดี พบว่ามูลค่าขายต่อใบเสร็จโดยเฉลี่ยในกัมพูชานั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยเมืองไทย

ขณะเดียวกัน CPALL มีความได้เปรียบคู่แข่งในตลาดที่กัมพูชา จากความแตกต่างของสินค้า และระบบการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านระบบการบริหารจากกลุ่มธุรกิจประเทศไทย อีกทั้งยังมีจุดแข็งในเรื่องสินค้าประเภทอาหารที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย

จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในกัมพูชาอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะยังมีโอกาสสำหรับการขยายธุรกิจอีกมาก และ CPALL ได้ตั้งธุรกิจในกัมพูชาเร็วเพียงพอที่จะรองรับการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประเมินว่าปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนเพียง 10% ของตลาดอาหารและเครื่องดื่มในกัมพูชา

แต่ความท้าทายของผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในกัมพูชา หนึ่งคือการแข่งขันระหว่างผู่เล่นหลักในปัจจุบัน และสองคือช่องว่างด้านราคาระหว่างร้านค้าปลีกสมัยใหม่กับร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เนื่องจากยังมีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ทำให้ร้านค้าปลีกดั้งเดิมสามารถขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่า 20-30% แต่เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลง

นอกจากนี้ CPALL ยังมีธุรกิจ CASH & CARRY ของ MAKRO ในกัมพูชาด้วย ซึ่งเปิดสาขาแรกตั้งแต่ปี 2560 และเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา สำหรับลูกค้าหลักเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาสินค้าคุณภาพและสินค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากไทย โดย MAKRO เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในกลุ่มพนมเปญภายในปี 2566

เราจะเห็นว่าการรุกขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของ CPALL เป็นกลยุทธ์ที่ตอบคำถามของนักลงทุนได้ดีเลยว่า CPALL จะสร้างการเติบโตในอนาคตได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้เมืองไทยมี 7-Eleven แทบจะทุกมุมตึกแล้ว

CPALL มีแผนเดินหน้าขยายสาขาเครือข่ายร้านค้าในกัมพูชาให้ได้ถึง 100 สาขาภายในปี 2566 นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเปิดสาขาแรกในประเทศลาว โดยตั้งเป้าว่าปีแรกนี้จะเปิด 4-5 สาขาในเมืองหลัก เช่น เวียงจันทน์ หลวงพระบาง และจังหวัดใหญ่ ๆ หลังจากที่ผ่านมามีการชะลอไว้ เนื่องจากลาวมีปัญหาทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก แต่เมื่อมองว่าเมื่อปัญหาเงินเฟ้อและเงินกีบอ่อนค่าได้คลี่คลายลง บริษัทจึงจะกลับมาเริ่มเดินหน้า ซึ่งคาดว่าจะเปิดสาขาแรกได้ภายในกลางปีนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...