โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองทุนรวม “Thai ESG” สิทธิทางภาษีที่เพิ่มขึ้น...บนการลงทุน “ทางเลือกใหม่” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 02.59 น. • ภก.ธริญญ์รัฐ ปิยะศิริโสฬส

Wealth EZ: ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการมาตรการยกเว้นภาษี จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยตามข้อเสนอจาก “สภาธุรกิจตลาดทุนไทย” (FETCO)เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมาซึ่งให้บุคคลธรรมดาที่ลงทุนในหน่วยลงทุนThailand ESG Fund” (Thai ESG) ได้รับการยกเว้นรายได้พึงประเมิน “ไม่เกิน 30%” ของเงินได้ และ “ไม่เกิน 100,000 บาท” โดยไม่นับรวมกับกองทุนเพื่อการออมอื่นๆ (กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าการเงินเพื่อการเกษียณ)

และผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุน “ไม่น้อยกว่า 8 ปี” นับตั้งแต่วันที่ซื้อกองทุน และกำไรจากการซื้อขายกองทุนรวม Thai ESG ยังไม่ต้องนำไปคิดคำนวณภาษีเงินได้ ณ วันที่ขายคืนหน่วยลงทุนอีกด้วยทำให้เป็นดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้นในการลงทุน แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักว่า Thai ESG” คือ การลงทุนรูปแบบใด และน่าสนใจหรือไม่ผ่านบทความนี้
“ปัจจุบันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สังคม มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้การลงทุนในรูปแบบ ‘การลงทุนที่ยั่งยืน’(Sustainability Investment) ได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนบุคคล และสถาบันทั่วโลก ซึ่งการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวเกิดจากแนวคิดการพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนผ่านการคำนึงถึงผลกระทบของการดำเนินธุรกิจต่อ สิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) (ESG) ซึ่งกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”

มีการประมาณการจาก PwC” คาดว่าผู้จัดการกองทุนต่างๆ ทั่วโลกจะเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ESG จาก 18.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2021 เป็น 33.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2026 หรือเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 12.9% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสูงทำให้การลงทุนในแนวทาง ESG นั้นเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น1
สำหรับประเทศไทยเองก็มีการพัฒนาแนวทางการลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนด้าน ESG มาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2558 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้มีการจัดทำ “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” ขึ้น (Thailand Sustainability Investment : THSI) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น SET ESG Ratings”โดยในปี 2566 มีบริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ MAI ได้รับการประเมินเป็นหุ้นยั่งยืนทั้งสิ้น 193 บริษัท
นอกจากบริษัทจดทะเบียนที่มีการจัด ESG Ratingแล้ว ยังมี “ตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน” (ESG Bond)อีกด้วย ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยได้แบ่ง ESG Bond ออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond), ตราสารหนี้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond), ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) ซึ่งการออกเสนอขายตราสารหนี้ด้านความยั่งยืนในไทยก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ตามรูปที่ 2.

“ทำให้นโยบายการลงทุน ‘Thai ESG’ นั้นครอบคลุมทั้งการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน SET หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings และตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน (ESG Bond) ทำให้ผู้เลือกลงทุนใน ‘Thai ESG’ สามารถจัดสรรเงินลงทุนได้ตามความเสี่ยงที่ตนรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
จึงถือเป็นเรื่องที่ดีต่อทุกฝ่ายเพราะนอกจากผู้ลงทุนจะได้ลงทุนตามเป้าหมายการเงินตนเองแล้ว ยังได้รับ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” เพิ่มเติม เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย แล้วก็ยังช่วยให้โลกน่าอยู่มากขึ้นผ่านการลงทุนในกองทุนทางเลือกใหม่อย่าง “Thailand ESG Fund”
อ้างอิงข้อมูล

  • PwC London (2022), “ESG-focused institutional investment seen soaring 84% to US$33.9 trillion in 2026, making up 21.5% of assets under management: PwC report” จาก https://www.pwc.com/gx/en/news-room/press-releases/2022/awm-revolution-2022-report.html

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...