ชายหนุ่มโพสต์แจงแล้ว หลังถูกกล่าวหาเป็นเมียน้อยรองผู้ว่าฯ
จากประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับกรณีของรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา โดยระบุว่า “เมียน้อยของรองผู้ว่าฯ บุกไปตบเมียหลวง หลังเกิดเรื่องท่านรองโดนย้าย และเลือกไปอยู่กับเมียน้อยที่เป็นหนุ่มก้ามปู ชื่อจังหวัด 2 พยางค์” ซึ่งในเวลาต่อมาทางด้าน กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งย้ายรองผู้ว่าฯ คนดังกล่าว ให้มาช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง นั้น
ล่าสุด (28 เม.ย. 67) ชายคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า “กระผมขออนุญาตลงคลิปวิดีโอนี้อีกครั้ง เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลนำคลิปวิดีโอนี้ไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ และนำวิดีโอไปใช้ในทางที่ไม่เป็นธรรมให้กับตัวกระผมและท่าน พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบุคคลที่กระผมเคารพนับถือเสมือนพ่อคนหนึ่ง หลังจากที่กระผมได้สูญเสียผู้ที่เป็นพ่อจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 58 (ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ณ ขณะนั้น) และ ท่าน พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ (ตำแหน่งนายอำเภอรามัน ณ ขณะนั้น) ส่วนกระผม (ตำแหน่ง อส. ติดตามนายอำเภอ ณ ขณะนั้น) จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ท่าน พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ ได้เมตตาอุปการะดูแลกระผมให้เป็นลูกบุญธรรมคนหนึ่ง ตามที่ท่านได้ประกาศต่อหน้าบุคคลทั้งในที่สาธารณะ และคลิปวิดีโอนี้ เป็นการแสดงออกถึงความรักอันบริสุทธิ์ระหว่างพ่อกับลูกที่มีต่อกันอย่างเปิดเผยเมื่อเราได้มาพบกัน เป็นการกระทำหรือหลักการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีของคนมุสลิม คือ การจูบมือ การหอมซ้ายหมอขวา บ่งบอกถึงการให้ความเคารพและการให้เกียรติต่อท่าน ถ้าหากกระผมกราบเท้าท่านได้กระผมกราบไปแล้วครับ ที่กระผมทำไม่ได้เพราะกระผมเป็นอิสลามครับ และอิสลามไม่ได้สอนให้ปฏิบัติคบชู้สู่ชายด้วยกัน เหมือนที่พวกท่านได้เอาคลิปวิดีโอของกระผมไปเขียนข่าวใส่ความกล่าวร้ายโจมตีท่านลงในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้บุคคลอื่นเกิดความเข้าใจผิดและคิดต่อท่านในด้านลบ จรรยาบรรณพวกท่านอยู่ที่ไหน? พวกท่านต้องการอะไร? มันยุติธรรมแล้วใช่ไหมสำหรับการกระทำของพวกท่าน?”
และในเวลาต่อมา ชายคนดังกล่าวได้โพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างภรรยาของรองผู้ว่าฯ คนดังกล่าวด้วย โดยระบุว่า “ระหว่างกระผมกับภรรยาท่านไม่ได้เป็นคู่กรณีกัน กระผมกับภรรยาท่านยังติดต่อกันปกติ พวกคุณลงข่าวแบบนี้ผมเสียหาย ผมแจ้งความดำเนินคดี”