โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไมดาวเคราะห์ในระบบสุริยะตั้งชื่อตามเทพเจ้าโรมัน?

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 04 มี.ค. 2567 เวลา 08.19 น.
ชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล มักจะตั้งชื่อตามเทพเจ้าของโรมัน

เมอร์คิวรี่ (Mercury) วีนัส (Venus) มาร์ส (Mars) จูปิเตอร์ (Jupiter) แซทเทิร์น (Saturn) ยูเรนัส (Uranus) เนปจูน (Neptune)

ชื่อเหล่านี้นอกจากจะเป็นชื่อเทพเจ้าในตำนานปกรณัมของโรมันแล้ว ยังเป็นชื่อของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอีกด้วย

ว่าแต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะถูกตั้งชื่อตามเทพเจ้าโรมัน?

คำตอบก็คือ เพราะนักดาราศาสตร์ยุโรปในยุคแรกนั้น จดบันทึกข้อมูลเป็นภาษาละติน และภาษาละตินก็คือภาษาของโรมัน

ดาวเคราะห์ห้าดวงแรกที่ค้นพบในระบบสุริยะ ได้แก่ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ จึงถูกตั้งชื่อตามเทพเจ้าของโรมัน

เริ่มต้นจากดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ได้เร็วที่สุด ตั้งชื่อตามเทพเมอร์คิวรี่ (หรือเฮอร์เมสตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งการส่งสาส์น ขณะที่ดาวศุกร์ที่สว่างมากที่สุด ตั้งชื่อตามเทพีวีนัส (หรืออโฟร์ไดท์ตามคติกรีก) เทพีแห่งความงาม

สีแดงของดาวอังคาร ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกตั้งชื่อตามเทพมาร์ส (หรือแอรีสตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งสงคราม ส่วนดาวพฤหัสบดีที่เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด ตั้งชื่อตามจอมเทพจูปิเตอร์ (หรือซุสตามคติกรีก) และดาวเสาร์ถูกตั้งชื่อตามเทพแซทเทิร์น (หรือโครนัสตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งการเกษตรและเวลา

ส่วนดาวเคราะห์ที่ถูกค้นพบภายหลังได้แก่ดาวยูเรนัสและเนปจูน เริ่มจากดาวยูเรนัสที่ตั้งชื่อตามเทพยูเรนัส (หรือโอรานอสตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งท้องฟ้า โดยก่อนหน้านั้นดาวยูเรนัสเคยถูกตั้งชื่อว่า Georgium Sidus หรือดาวพระเจ้าจอร์จ จากการตั้งชื่อของวิลเลียม เฮอร์เชล (William Herschel) นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษที่เป็นผู้ค้นพบดาวยูเรนัสในปี 1781

ดาวเนปจูนที่ถูกค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 19 ตั้งชื่อตามเทพเนปจูน (หรือโพไซดอนตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล จากการที่ดาวเนปจูนมีสีฟ้าสดใส

แถมท้ายอีกสักนิด ก็คือที่มาของคำว่า Earth ที่แปลว่าโลก และ Moon ที่แปลว่าดวงจันทร์ รวมไปถึงดาวพลูโต (Pluto) ที่เคยเป็นดาวเคราะห์ของระบบสุริยะก่อนถูกลดสถานะเป็นดาวเคราะห์แคระ

โดย Earth มีรากศัพท์จากคำว่า eorthe ในภาษาอังกฤษแบบเก่า (Old English) ที่แปลว่าพื้นดิน

ขณะที่ Moon มาจากภาษาอังกฤษแบบเก่า mōna โดยมีรากศัพท์จากสองคำในภาษาละตินคือ metri แปลว่าการวัด และ mensis แปลว่าเดือน เพราะดวงจันทร์ถูกใช้วัดหรือระบุเดือนนั่นเอง

ปิดท้ายกันที่ดาวพลูโต ที่ตั้งชื่อตามเทพพลูโต (หรือฮาเดสตามคติกรีก) เทพเจ้าแห่งยมโลก โดยผู้ที่ตั้งชื่อให้ดาวพลูโต เป็นเด็กหญิงชาวอังกฤษวัยเพียง 11 ปี ชื่อเวเนเทีย เบอร์นีย์ ฟาร์ (Venetia Burney Phair) ที่เธอได้ตั้งไว้ในปี 1930

อ้างอิง

• HISTORY. Who Named the Planets?. https://www.history.com/news/who-named-the-planets

NASA. How Do Planets Get Their Names? We Asked a NASA Scientist: Episode 45 - NASA. https://www.nasa.gov/general/how-do-planets-get-their-names-we-asked-a-nasa-scientist-episode-45/

• The Conversation. Curious Kids: Why is the moon called the moon?. https://theconversation.com/curious-kids-why-is-the-moon-called-the-moon-127899

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...