โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ดุดันไม่เกรงใจใคร เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 0.50%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. 2566 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 14.04 น.
REUTERS/ Heiko Becker

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ท่ามกลางวิกฤตภาคธนาคารและความปั่นป่วนทั่วตลาดเงินตลาดทุน ประกาศพร้อมเต็มที่ที่จะเสริมสภาพคล่องให้ระบบการเงินในยุโรป

วันที่ 16 มีนาคม 2566 สภากรรมการ European Central Bank (ECB) หรือธนาคารกลางยุโรป ประชุมท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายของตลาดเงินตลาดทุน และตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.50%

ทั้งนี้ ECB เป็นธนาคารกลางของประเทศ/เศรษฐกิจหลักของโลกแห่งแรกที่ประชุมตัดสินใจนโยบาย และประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ หลังจากเกิดความปั่นป่วนจากปัญหาของภาคการเงินในสหรัฐและในยุโรป

ก่อนหน้านี้ ECB ส่งสัญญาณชัดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ยังสูง 8.5% ห่างไกลจากเป้าหมาย 2% และข้อมูลล่าสุด ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศยูโรโซนเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเกินคาด

แต่ความวุ่นวายปั่นป่วนของตลาดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกรณีธนาคารในสหรัฐอเมริกาล้ม และวิกฤตหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งในยุโรปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นผลจากความวิตกกังวลต่อเนื่องจากกรณีในสหรัฐและกรณีของธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse) เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ธนาคารกลางยุโรปเผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.50% โดยบอกใน press release ว่า อัตราเงินเฟ้อได้รับการคาดการณ์ว่าจะยังสูงกว่าเป้าหมายเป็นเวลานานเกินไป ดังนั้น สภากรรมการธนาคารกลางยุโรปจึงตัดสินใจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญสามรายการขึ้นไป 0.50% คืออัตราดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์, อัตราดอกเบี้ยของวงเงินสินเชื่อส่วนเพิ่ม และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ 3.50%, 3.75% และ 3.00% ตามลำดับ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2566

ECB บอกว่า การขึ้นดอกเบี้ย 0.50% “สอดคล้องกับความมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายระยะกลางที่ 2% ในเวลาที่เหมาะสม”

“สภากรรมการธนาคารกลางยุโรปกำลังติดตามความตึงเครียดในตลาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะตอบสนองตามความจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพทางการเงินในยูโรโซน”

พร้อมยืนยันว่า “ภาคการธนาคารในยูโรโซนมีความสามารถในการรับมือปัญหา (resilient) มีสถาะทางการเงินและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ก็ตาม ชุดเครื่องมือในการดำเนินนโยบายของ ECB มีความพร้อมเต็มที่ที่จะให้การสนับสนุนด้านสภาพคล่องแก่ระบบการเงินในเขตยูโร หากจำเป็น และเพื่อให้การส่งผ่านนโยบายการเงินเป็นไปอย่างราบรื่น”

การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปถูกมองว่าเป็นการใช้นโยบายการเงินที่ตึงและไม่เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่ง

บ็อบ มิเคเล่ (Bob Michele) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ของ JPMorgan Asset Management ให้สัมภาษณ์ Bloomberg ก่อนจะทราบการตัดสินใจของ ECB โดยเขาเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่จะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากความวุ่นวายในภาคการธนาคารที่กระเพื่อมไปทั่วตลาดการเงินและเศรษฐกิจ และแม้แต่มุมมองก่อนที่จะเกิดวิกฤตในภาคธนาคารเขาก็มองว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะเกิดขึ้น

ณ สถานการณ์ล่าสุด เขาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวในการประชุมสัปดาห์หน้า สำหรับ ECB เขาคิดว่ากรณีปัญหาของเครดิตสวิสจะถูกนำไปพิจารณา และคิดว่า ECB ควรหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวเช่นกัน

“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ECB ในสัปดาห์นี้ หรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในสัปดาห์หน้า จะเป็นการกระทำที่เสียมารยาทที่สุดนับตั้งแต่ ECB ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน 2551”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...