โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นกแอร์ หยุดบินเส้นทางแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ 19 เม.ย. เหลือเพียงทางถนนเท่านั้น

Khaosod

อัพเดต 10 เม.ย. 2566 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2566 เวลา 06.55 น.

นกแอร์ หยุดบินเส้นทางแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ 19 เม.ย. นี้ โดยการเดินทางเข้าออกจังหวัดแม่ฮ่องสอนเหลือเพียงทางเดียวคือทางถนน ซึ่งก็จะมีทั้งหมด 3 เส้นทาง

วันที่ 10 เม.ย. 66 นางสาวชนเขต บุญญขันธ์ ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน/รองประธานพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังจากวันที่ 19 เมษายน 2566 นี้ นกแอร์จะหยุดบินเส้นทางแม่ฮ่องสอน เหตุผลคือนกแอร์จะปลดระวาง เครื่องบินรุ่น Q400 ทั้งหมด (ซึ่งเป็นเครื่องใบพัดขนาด 86 ที่นั่ง) และจะเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง 737-800 (ขนาด 189 ที่นั่ง) การหยุดบินของนกแอร์ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุผลอื่น เหตุผลเดียวคือนกแอร์เปลี่ยนเครื่องบินจากเครื่องใบพัดเป็นเครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่ขึ้น

นั่นหมายถึง ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2566 เป็นต้นไปจะทำให้การเดินทางเข้าออกจังหวัดแม่ฮ่องสอนเหลือเพียงทางเดียวคือทางถนน ซึ่งก็จะมีทั้งหมด 3 เส้นทางคือ 1. เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน (ทล. 1095) 2. เชียงใหม่-ฮอด-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน (ทล.108) และ 3. เชียงใหม่-ดอยอินทนนท์- แม่แจ่ม- ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน (ทล.1263)

ซึ่งทั้ง 3 ทางนี้จะใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 5-6 ชั่วโมง สำหรับคนขับที่ไม่ชินทางอาจใช้เวลายาวนานถึงกว่า 7 ชั่วโมง

นางสาวชนเขต กล่าวต่อว่า เครื่องใหญ่ 737-800 สามารถมาลงสนามบินแม่ฮ่องสอนได้ เพราะสนามบินแม่ฮ่องสอนมีความกว้าง 30 เมตร และมีความยาวถึง 2000 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เพียงพอในการรองรับเครื่องบินเจ็ท 737 และในอดีตการบินไทยเคยใช้เครื่อง 737-400 ให้บริการในเส้นทางแม่ฮ่องสอนมาแล้ว แต่ถ้าถามว่านกแอร์หรือผู้ประกอบการสายการบินอื่น ๆ ที่มีเครื่องขนาดใหญ่จะมาบินเส้นทางนี้ได้ไหม อันนี้คงต้องมีหลายเหตุผลประกอบ

ถ้าถามถึงความต้องการของคนในพื้นที่ คนส่วนใหญ่ก็จะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เราอยากให้มีเครื่องบินให้บริการเส้นทางเชียงใหม่- แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ เราไม่ฝันไกลถึงเส้นกรุงเทพฯ ตอนนี้เราขอไปให้ถึงเชียงใหม่ได้สะดวกก็พอ

การเดินทางที่สะดวกมันยังหมายถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ บุคลากรทางการแพทย์ที่จะมาช่วยดูแลรักษาผู้ป่วย ข้าราชการที่มาปฏิบัติงาน วิทยากรและบุคลากรผู้มีองค์ความรู้มากมายหลายท่านที่ตั้งใจอยากจะมาช่วยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้าเดินทางเข้าออกสะดวกก็จะเกิดแรงจูงใจให้บุคคลเหล่านี้ตัดสินใจมาได้โดยง่าย

อันนี้เรายังไม่พูดถึงระดับเศรษฐกิจ ที่การเดินทางสะดวกจะช่วยดึงดูดคน ดึงดูดนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ภาคเอกชน/ภาคการท่องเที่ยวก็จะมีพลังในการสร้างสรรงานดีๆที่จะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เมื่อเศรษฐกิจดี เมืองมีทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน ประชากรก็จะสามารถดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง คุณภาพชีวิตโดยรวมก็จะดีขึ้นและเราก็จะเป็นภาระให้กับรัฐบาลน้อยลง (โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนติดอันดับยากจนที่สุดในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง)

แต่ถ้าถามผู้ประกอบการสายการบินว่ามาบินแม่ฮ่องสอนได้มั้ย เรารู้ดีว่าสิ่งแรกที่ธุรกิจต้องมองคือความคุ้มทุน แน่นอนว่าเครื่องใหญ่มาลงได้ รันเวย์เรายาวพอ แต่จำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวจะเพียงพอให้สายการบินมั่นใจและตัดสินใจมามั้ย อันนี้คือที่ต้องคุยกัน เครื่องบินที่ใหญ่ขึ้นความจุของผู้โดยสารก็มากขึ้นตาม จำนวนคน 189 ที่นั่งในแต่ละไฟล์ททั้งไปและกลับ

อย่างน้อยถึงไม่ต้องเต็มแต่คงต้องมากกว่า 100 คนขึ้นไป อันนี้เป็นโจทย์ยากพอสมควร (แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะคะ ช่วงที่ผ่านมาสายการบินนกแอร์เส้นทางดอนเมือง-แม่ฮ่องสอนก็มี Demand ที่สูงมาก ผู้โดยสารแน่น เต็ม เกือบทุกไฟล์ท) แต่ก็นั่นแหละ ทุกภาคส่วนคงต้องหาทางออกร่วมกันหากต้องการให้สายการบินที่มีเครื่องขนาดใหญ่มาให้บริการในเส้นทางนี้

แล้วถ้าเครื่องใหญ่ไม่มา ทางเลือกอื่นมีอะไรอีก? คำตอบเดียวคือ ต้องเป็นสายการบินที่มีเครื่องขนาดเล็กให้บริการอยู่ ซึ่งปัจจุบันที่ยังเห็นจะมีเจ้าเดียวคือ Bangkok Airways ที่เป็นเครื่องใบพัด ATR-72 ความจุประมาณ 70 ที่นั่ง ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาก ส่วนสายการบินใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นนั้นทราบมาว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนขอใบอนุญาตประกอบการบิน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ภาคเอกชนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หอการค้าหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ร่วมกับ ททท.จังหวัดและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เรากำลังผนึกกำลังร่วมกันเพื่อพยายามหาทางออกอย่างมีขั้นมีตอน ทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้นิ่งเฉย เรากำลังพยายามหาทางพูดคุยเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งทางออกที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมและทุกๆฝ่าย

ที่สำคัญ แม่ฮ่องสอนต้องไม่โดนตัดขาดจากโลกภายนอก เราต้องมีช่องทาง เราต้องได้รับการต่อท่อช่วยหายใจ อย่างน้อยต่อให้ถึงเชียงใหม่ก็ดีใจแล้ว การเดินทางที่สะดวกปลอดภัยในราคาที่จับต้องได้จะช่วยต่อชีวิตและอนาคตของแม่ฮ่องสอนได้อีกเยอะมากในหลากหลายมิติ ขอเพียงมีคนได้ยินเสียงพวกเราและร่วมกันคิดร่วมกันหาทางออก คนแม่ฮ่องสอนยอมรับสภาพความลำบากหลายๆด้านมาโดยตลอดอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ครั้งนี้อย่างน้อยขอการเดินทางเข้าออกที่สะดวก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบ้างของคนในจังหวัดเล็กๆไกลๆแห่งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...