โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม่เฒ่ามาเลย์ วัย 83 เปิบปลาปักเป้าดับ สามีถูกหามเข้าไอซียู หลังตัวสั่น-หายใจขัด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 มี.ค. 2566 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2566 เวลา 09.31 น.
แฟ้มภาพเอเอฟพี

แม่เฒ่ามาเลย์ วัย 83 เปิบปลาปักเป้าดับ สามีถูกหามเข้าไอซียู หลังตัวสั่น-หายใจขัด

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานข่าวการเปิบพิสดารจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อหญิงชรา อายุ 83 ปี อาศัยอยู่ในรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ได้เสียชีวิตลงหลังจากรับประทานปลาปักเป้าเข้าไป ขณะที่สามีของหญิงชรารายนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก(ไอซียู) หลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุเมื่อวันเสาร์(25 มี.ค.)ที่ผ่านมา

จากการเปิดเผยของคณะกรรมสาธารณสุขรัฐยะโฮร์เมื่อวันอังคาร(28 มี.ค.) ระบุว่า สามีภรรยาคู่นี้ได้สั่งซื้อปลาปักเป้าจากผู้ขายทางเฟซบุ๊ก เพื่อนำมารับประทานซึ่งเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ โดยทั้งสองได้เริ่มลงมือรับประทานปลาในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันเกิดเหตุ ก่อนที่ฝ่ายภรรยาจะเริ่มมีอาการตัวสั่นและหายใจติดขัด อีกราว 1 ชั่วโมงต่อมาฝ่ายสามีก็มีอาการลักษณะเดียวกัน ซึ่งลูกๆ ของพวกเขาที่อยู่กันคนละบ้านได้มาถึงและนำตัวทั้งสองส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมีการประกาศว่าฝ่ายภรรยาได้เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันเดียวกัน

สำหรับสาเหตุการตายถูกระบุว่ามาจาก”อาหารเป็นพิษที่เกิดจากปลาปักเป้า” ที่ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นเพราะสารพิษ ciguatera toxin หรือสารพิษเตตราโดท็อกซิน(tetrodotoxin)จากปลาปักเป้า

อย่างไรก็ดีไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายอื่นจากการสั่งซื้อปลาปักเป้าในวันดังกล่าว และปลาปักเป้าที่ถูกขายไปทั้งหมดในวันนั้นได้ถูกสำนักงานสาธารณสุขเขตของรัฐยะโฮร์นำไปตรวจวิเคราะห์ต่อไปแล้ว

ตามข้อมูลของสำนักงานอาหารและยา(เอฟดีเอ)ของสหรัฐอเมริการะบุว่า ปลาปักเป้า เป็นปลาที่มีสารพิษ tetrodotoxin และ saxitoxin ที่ร้ายแรง ซึ่งอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากรับประทานเข้าไป ขณะที่หน่วยงานด้านสุขภาพชี้ว่าสารพิษดังกล่าวไม่สามารถทำลายได้โดยปรุงอาหารผ่านความร้อนหรือการแช่แข็ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...