โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสูตรลับ-ตำรับชาววัง “ข้าวแช่” อาหารไทยคลายร้อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 เม.ย. 2566 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2566 เวลา 11.26 น.

ด้วยภูมิปัญญาคนไทยต่างได้เรียนรู้ “วิธีคลายร้อน” จากความอร่อย ผ่านเมนูอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตประจำภาคฤดูร้อน

“ข้าวแช่” มีต้นกำเนิดจากประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญที่ทำถวายพระสงฆ์ นิยมรับประทานช่วงกลางเดือนมีนาคม-กลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพราะรับประทานแล้วจะทำให้รู้สึกเย็นชื่นใจ ต่อมามีผู้นำสูตรข้าวแช่เข้าไปในราชสำนัก จนมีการพัฒนาด้านรสชาติ วิธีการปรุง และความสวยความงาม

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วงคิมหันตฤดูของปี 2566 Royal Osha ร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่ง เจ้าของรางวัลมิชลินไกด์ 5 ปีซ้อน (ร้านในซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ เปิดขายเฉพาะ 1 มีนาคม-31 พฤษภาคม) ได้นำเสนอความละเมียดของ “ข้าวแช่” ที่ดูโดดเด่นคือ การบรรจงทำและบรรจงแต่งด้วยความประณีต

ทั้งคัดเลือกวัตถุดิบ โดย “เชฟวิชิต มุกุระ” เชฟอาหารไทยชื่อดัง เจ้าของมิชลินสตาร์ที่ทุกคนรู้จัก ที่มาถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ อิ่มเอมกับเครื่องเคียง 7 อย่างตามตำรับชาววัง ได้แก่ ลูกกะปิ, หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง, พริกหยวกสอดไส้หมูสับกับกุ้ง, ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด, หมูฝอยผัดน้ำพริกมะขาม, ปลายี่สนผัดหวาน และหัวไชโป๊วผัดหวาน

พร้อมผักแกะสลักอย่างสวย กระชายแกะสลักเป็นดอกจำปี แตงกวาแกะสลักจนน่าหยิบชิม มีต้นหอมม้วนงาม ๆ และมะม่วงเปรี้ยวตามฤดูกาล

“เครื่องเคียง” จะรับประทานกับ “ข้าวหอมมะลิเสาไห้” ของจังหวัดสุรินทร์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกข้าวหอม โดยหุงจนได้เมล็ดข้าวใส เรียว ไม่มีฝุ่นข้าวเกาะ แล้วนำมาแช่น้ำลอยดอกไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด, กระดังงา, กุหลาบมอญ และมะลิ โดยเฉพาะ “ชมนาด” จะหายากมากในฤดูร้อน แต่ทางร้านก็พยายามหามาทำน้ำแช่ข้าวที่ให้กลิ่นคล้ายคลึงกับใบเตยผสมมะลิ หรือที่เรียกว่า “กลิ่นข้าวใหม่”

ส่วนน้ำลอยดอกไม้จะใช้น้ำแร่ มีค่าความเป็นด่างถึง 8.8 (ph. 8.8) ที่ให้ความสมดุลกับร่างกาย โดยแช่แบบข้ามคืน เพื่อเรียกกลิ่นรัญจวนใจ ความเป็นด่างของน้ำแร่ยังช่วยให้ดอกไม้มีความสด ไม่ช้ำง่าย คงทนอยู่ได้นาน

“กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบและการปรุงรสดูจะสลับซับซ้อน เพราะต้องเป็นระดับพรีเมี่ยม นี่คือเอกลักษณ์ที่มีความลงตัวตามตำรับชาววัง” เชฟวิชิต มุกุระ กล่าวย้ำ

เทคนิคลับของ “ข้าวแช่” หัวใจหลักคือ “ลูกกะปิ” ที่มีส่วนผสมของกระชาย, หอมแดง, กระเทียม, ปลาดุกนาย่าง, มะพร้าวขูด เอามาผัดใส่กะปิเกรดเอ ปรุงรสด้วยน้ำตาล นำมาห่อใบตองย่างไฟ เพิ่มความหอมและรสชาติที่ดี

ถัดมาคือ“หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง” เลือกใช้หอมจุกที่เป็นหอมโทน ตัดรากออก แล้วเลาะเปลือกแห้งจนเหลือติดไว้เพียงเปลือกบาง แล้วตัดไส้ในออกจึงค่อยนำหน้าปลาแห้งใส่ลงไป ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบให้ติดกัน ชุบแป้งบาง ๆ ทอด จะได้หอมสอดไส้ปลาแห้ง ให้ใช้ปลาช่อนนานำมาย่างให้สุก ตำแล้วคั่วในกระทะจนกลิ่นหอม ใส่หอมแดง กระเทียมเจียว น้ำตาลทราย

ปกติปลาแห้งที่เอามาสอดไส้ในหัวหอมนั้นจะร่วนหลุดง่าย เชฟวิชิตบอกว่า จุดนี้เขาใช้เทคนิคเฉพาะตัวด้วยการตอกไข่แดงผสม เพื่อให้ปลาแห้งจับตัวกัน

“พริกหยวกสอดไส้หมูสับกับกุ้ง” การทำเส้นไข่จะต่างจากที่อื่น ตัวเส้นจะใช้ไข่เป็ดผสมไข่ไก่ ทำเป็น “แห” บนน้ำมันที่ท่วม เมื่อตัวเส้นของไข่ฟูขึ้น ค่อยมาห่อพริกหยวก แล้วทอดให้กลิ้งบนน้ำมัน จนเส้นไข่รัดพริกหยวกจนแน่นพอดี

ไส้ในพริกหยวกจะผ่าเป็นรูปตัวที ดึงไส้ออก นำหมูกับกุ้งผสมเนื้อพริกหยวกหั่นเป็นลูกเต๋า ใส่ 3 เกลอ (รากผักชี, กระเทียม, พริกไทย) ไข่เป็ดจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความหนึบ เส้นไข่
จะไม่ร่นหลุด ได้อรรถรสของพริกหยวกสอดไส้จริง

“ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด” ต้องใช้ไข่ที่มีความมันสูงสุด มีความแน่นหนึบ เค็มนิดหน่อย มาตีและปั้นเป็นเม็ดพอดีคำ แล้วชุบแป้งที่มีส่วนผสมของไข่ขาวจากไข่เค็ม นำไปทอดให้ด้านนอกมีสีเหลืองทอง กรอบได้ใจ ด้านในให้ความนุ่มหนึบ

อีกไฮไลต์คือ “หมูฝอยผัดน้ำพริกมะขาม” สูตรอันเป็นเอกลักษณ์จะหลบหลีกจากกรอบการทำหมูฝอยธรรมดา ด้วยการนำหมูมาต้ม ฉีกเป็นฝอยแล้วคั่ว ผัดกับน้ำพริกมะขาม จะได้รสเข้มข้นสุด ๆ

“ปลายี่สนผัดหวาน” ใช้ปลากระเบนแห้งมาแช่น้ำให้เนื้อนิ่ม แล้วตำจนเนื้อนุ่มฟู ผัดกับส่วนผสมเครื่องปรุงรสจนเครื่องซึมเข้าเนื้อปลาจนแห้ง และเครื่องเคียงสุดท้าย “หัวไชโป๊วผัดหวาน” เมนูที่ดูเหมือนจะง่าย เพราะต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกหัวไชโป๊วที่ไม่เค็ม ล้างหลาย ๆ น้ำ นำมาหั่นเป็นเส้นฝอย แล้วผัดกับกระเทียม ปรุงด้วยน้ำตาลปี๊บ จะได้เส้นไชโป๊วที่มีความมันวาว หวานพอดี โรยกระเทียมเจียวหอม ๆ

วิธีรับประทานควรไล่ลำดับจากเครื่องเคียงรสคาวที่สุด จนถึงเครื่องเคียงรสหวานคือ ลูกกะปิ รับประทานคู่กับกระชายแกะดอกจำปี, หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง รับประทานคู่กับแตงกวา ต้นหอมม้วน, พริกหยวกสอดไส้ รับประทานคู่กับแตงกวา มะม่วง, ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่กับมะม่วงเปรี้ยว ต้นหอมม้วน,

หมูฝอยผัดน้ำพริกมะขาม รับประทานคู่กับแตงกวา, ปลายี่สนผัดหวาน รับประทานคู่กับมะม่วงเปรี้ยว ส่วนหัวไชโป๊วผัดหวาน รับประทานคู่กับแตงกวา ต้นหอมม้วน ทุก ๆ ครั้งที่รับประทานเครื่องเคียง ให้รับประทานข้าวแช่สลับกันไป เพื่อล้างปาก และรอรับรสสัมผัสคำต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...