โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่มา จุดยืน และนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2566:

The Structure

อัพเดต 03 พ.ค. 2566 เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2566 เวลา 10.06 น. • The Structure

พรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นจากการแยกตัวของ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” และนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่งที่เคยทำงานหรือมีความสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เช่น อนุทิน ชาญวีรกุล, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สุชาติ ตันเจริญ, อนุชา นาคาศัย, โสภณ ซารัมย์, ศุภชัย ใจสมุทร เป็นต้น โดยนักการเมืองบางคน ณ ที่นี้ ก็ได้ย้ายออกไปจากพรรคไปเข้าสังกัดอื่นแล้วในปัจจุบัน

ซึ่งได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 มีนายพิพัฒน์ พรมวราภรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และมีนายมงคล ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรค ต่อมา ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2552 ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีนางพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค และได้มีการย้ายที่ทำการพรรคจากจังหวัดนนทบุรี มาตั้งอยู่ ณ ที่ทำการเลขที่ 2159/11 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2552 และในปัจจุบัน อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ในส่วนของจุดยืนทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยนั้น ได้มี 3 องค์ประกอบหลักคือ

1.) ความเป็น “อนุรักษนิยม” ที่ให้ความสำคัญในการรักษาสถาบันหลักและรากเหง้าของประเทศ เช่น การแสดงจุดยืนว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอาญา มาตรา 112

2.) มีความเป็น “ท้องถิ่นนิยม” (regionalism) และให้ความสำคัญในการกระจายอำนาจ จากการเป็นพรรคที่ประกอบด้วยนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก ที่มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง

3.) มีนโยบายและการขับเคลื่อนทางการเมืองในเชิง “ประชานิยม” (populism) แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดยืนทางเศรษฐศาสตร์แบบทุนนิยมเสรี

รวมทั้งมีความเป็น “อิสระนิยม” (libertarianism) อยู่ในระดับหนึ่ง เห็นได้จากการเปิดกว้างในประเด็นต่าง ๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือการทำให้กัญชาไม่ผิดกฎหมาย เป็นต้น และมีจุดยืนทางการเมืองแบบ “กลาง-ขวา” (center-right) ที่เน้นเรื่องอิสระทางการเมืองการปกครอง (ในเรื่องส่วนกลาง-ท้องถิ่น และเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในบางประเด็น) และพยายามหาสมดุลระหว่างการแทรกแซงเศรษฐกิจด้วยสวัสดิการ และการปล่อยให้มีกิจการเสรี (laissez-faire, free enterprise)

โดยนโยบายการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ได้เน้นหนักไปที่การต่อยอดเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศออกสู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น ผ่านนโยบาย “สร้างเศรษฐกิจด้วยเทศกาล” และ “รักษาเมืองหลัก พักฟื้นเมืองรอง” ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดรับกับนโยบายเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

และภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของภูมิใจไทยคือ นโยบายกัญชาเสรี อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ ได้ถูกตั้งคำถามจากสังคมบางส่วนในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมมิให้ประชาชนถูกมอมเมาจากยาเสพติด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้นำเสนอนโยบายกัญชาเสรีอย่างชัดเจนมากนักในการเลือกตั้งครั้งนี้

อ้างอิง :

[1] ประวัติพรรคภูมิใจไทย

https://bhumjaithai.com/party/about

[2] ม้ามืดเป็นม้าเต็ง

http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=ม้ามืดเป็นม้าเต็ง

[3] นโยบายพรรคภูมิใจไทย

https://bhumjaithai.com/policy

[4] “พรรคภูมิใจไทย” ออกนโยบายล่าสุด “กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป” เป็นสวัสดิการใหม่ ที่รัฐบาลจะจัดให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคน

https://mgronline.com/politics/detail/9660000014680

[5] ช้อปดีมีคืนภาค 2 พรรคภูมิใจไทยชงลดหย่อน VAT สูงสุด 1.5 แสนบาท

https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1172754

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...