โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2023 จากคลื่นลูกใหม่ในความยั่งยืน สู่ Hay-cations และนิยามเที่ยวหรู

ONCE

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2566 เวลา 01.52 น.

365 วันที่โรคระบาดยังไม่จากเราไป แต่หลายอย่างก็เริ่มช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และภายในปี 2023 คาดว่าจะเติบโตเต็มที่จนถึงระดับก่อนการแพร่ระบาด

รายงานของ UNWTO ระบุว่าระหว่างเดือนม.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมามีนักนักท่องเที่ยวประมาณ 700 ล้านคนเดินทางไปต่างประเทศ มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2021 ถึงสองเท่า (+133%) และจะทะลุ 65% ของช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 ภายในสิ้นปีนี้

แน่นอนด้วยสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลต่อแง่มุมและวิธีการเดินทางที่เปลี่ยนไป เฉกเช่นเดียวกันกับปีหน้าที่การท่องเที่ยวจะถูกจินตนาการขึ้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นการก้าวสู่การโหยหาชีวิตที่ไม่คุ้นเคยจากการรวบรวมความต้องการของนักเดินทางส่วนใหญ่ของ Booking.com และ Expedia Group

และนี่คือเทรนด์การเดินทางยอดนิยมที่จะส่งผลในปี 2023

ภาพจาก-www.happiness.com

ความยั่งยืน…ยังอยู่

ในปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนถือเป็นเทรนด์มาแรงมาก และยังคงต่อเนื่องไปในปีหน้า เพราะนักท่องเที่ยวกำลังตระหนักถึงผลกระทบจากการเดินทางของพวกเขาที่มีต่อโลก โดย 72% ของผู้เดินทางทั่วโลกเชื่อว่าเรื่องนี้มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ได้เห็นการฟื้นตัวของธรรมชาติอย่างสวยงามเมื่อไม่ถูกรบกวนจากมนุษย์

ไม่เพียงแค่รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงประสบการณ์ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจ ตลอดจนการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วย

คลื่นลูกใหม่สายสุขภาพ

จะด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คนหลังเกิดโรคระบาดหรืออะไรก็ตาม แต่ที่น่าสนใจคือความต้องการเกี่ยวกับท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปี 2022 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยนักเดินทางทั่วโลกเกือบครึ่งเปิดรับ wellness tourism มากกว่าที่เคยเป็นมา

หากแต่ทางเลือกเพื่อสุขภาพในปีที่กำลังจะมาถึงนี้จะไม่ใช่กิจกรรมแบบเดิมๆ อย่าง กีฬา สปา โยคะ หรืออาหารเพื่อสุขภาพ แต่จะมองหากิจกรรมเพื่อสุขภาพที่แปลกใหม่ เช่น การอาบป่า ศาสตร์จักระบำบัด ค่ายฝึกทำอาหาร โยคะลูกสุนัข การบำบัดด้วยการหัวเราะ การบำบัดด้วยความเย็น (cryotherapy) และการเก็บเกี่ยวผลไม้

ภาพจาก-kumparan.com

Set-Jetter ตามรอยหนังดัง

ใครเคยอยากไปเมืองโพฮังเพื่อตามรอย Hometown Cha-Cha-Cha ซีรีย์เกาหลีสุดอบอุ่น หรือทะเลสาบเบรียนซ์ในสวิตเซอร์แลนด์จากเรื่อง Crash Landing on You กันบ้าง?

หากใช่…คุณคือ Set-Jetter คนหนึ่ง!

เอ็กซ์พีเดียรายงานว่า 44% ของกลุ่มนักเดินทางตัวอย่างได้รับอิทธิพลในการท่องเที่ยวจากภาพยนตร์และรายการทีวี แซงหน้าโซเชียลมีเดียอย่างน่าทึ่ง (15%) เพื่อเติมเต็มความรู้สึกร่วมจากสิ่งเหล่านั้น หลังจากได้เห็นพลัง soft power ของเกาหลีใต้ที่สอดแทรกอยู่ในภาพยนตร์และซีรีส์มาแล้ว โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมตามข้อมูลของเอ็กซ์พีเดีย ได้แก่ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ปารีส นิวยอร์ก และฮาวาย

ภาพจาก-www.brisbanesnews.com.au

Hay-cations ชนบทที่รัก

Staycation หลบไปเพราะปีหน้าเป็นคิวของคำว่า Hay-cations เมื่อสถานที่พักผ่อนสไตล์ชนบทกำลังได้รับความนิยม

นักเดินทางจำนวนไม่น้อยต้องการบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่มีพื้นที่มากมายและทิวทัศน์อันน่าทึ่ง หลีกหนีความวุ่นวายจากผู้คนพลุกพล่านในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปเพื่อสัมผัสชีวิตชนบทหรือประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคยอย่างแท้จริง เห็นได้จากฟาร์ม โรงนาหรือบ้านไร่ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวในชนบทของอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส ออสเตรเลียและเกาะอังกฤษได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อย่างเช่น Cambridgeshire Leicestershire และ Hertfordshire มีความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เป็นสัญญาณว่าเทรนด์การเดินทางแนวนี้จะมาแรงในปี 2023

ท้องถิ่นฮีลใจ

ไม่เพียงประสบการณ์สไตล์ชนบทเท่านั้นที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่น แต่ข้อมูลจากเอ็กซ์พีเดียยังบ่งบอกว่าเมืองที่อุดมด้วยวัฒนธรรม ศิลปะและงานเฉลิมฉลองมากมาย เช่น นิวยอร์ก เอดินเบิร์ก ลิสบอนและดับลิน จะกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากอีกครั้งในปี 2023

เพราะฉะนั้นหนึ่งในแม่เหล็กที่น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีหน้า คือการสร้างแคมเปญที่เน้นมรดกของเมือง วัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมแบบดั้งเดิม และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากนักเดินทางที่ต้องการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ภาพจาก-backpackertravel.org

ครอบครัวรวมตัวกัน

หลัง 3 ปีแห่งการถูกปิดกั้นและห่างเหินกัน นี่จะเป็นโอกาสในการชดเชยเวลาที่เสียไปและความสนุกของทั้งครอบครัว เพราะทุกคนตระหนักได้ว่าการใช้เวลากับคนที่เรารักเป็นสิ่งสำคัญและไม่ควรรอคอยหรือผลัดวันประกันพรุ่ง โดยคาดว่าการเดินทางแนวนี้จะเพิ่มขึ้นเกือบ 25% ต่อปี

นอกจากนี้ 90% ของผู้เดินทาง 24,000 คนที่ทำแบบสำรวจกับ Booking.com ยังสนใจสถานที่ท่องเที่ยวที่ชวนคิดถึงในอดีต เช่น สวนสนุก ประเพณีดั้งเดิม โรงเรียนหรือสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกัน

วิถี Off-Grid

ด้วยชีวิตปัจจุบันที่แทบจะผูกติดอยู่กับเทคโนโลยี โซเชียลและอุปกรณ์อีกมากมาย ทุกคนจึงมีเวลาอันน้อยนิดในการหลีกหนีจากโลกความเป็นจริง เป็นที่มาให้การท่องเที่ยววิถี Off-Grid ที่พร้อมจะตัดขาดจากอุปกรณ์ที่รบกวนสมาธิตลอดเวลาและใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ

เพราะสำหรับบางคน การพักผ่อนแบบไร้เทคโนโลยีมอบประสบการณ์วันหยุดที่แท้จริงได้มากขึ้น เปิดโอกาสเชื่อมต่อกับโลกและค้นพบตัวเองอีกครั้ง โดยนักท่องเที่ยวแนวนี้จะเน้นการพักผ่อนแบบไม่ใช้โทรศัพท์ หรือดิจิทัลดีท็อกซ์ หรือเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันเงียบสงบกับการตั้งแคมป์หรือนอนแกลมปิ้ง โดยมากกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจสนใจเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด เช่น การก่อไฟ หรือหาอาหาร ซึ่งจะส่งผลให้วงการแคมปิ้งยังคงคึกคักต่อเนื่อง

ภาพจาก-www.linney.com

หรูหราถูกตีค่าใหม่

หลังจากสถานการณ์คลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ผู้คนหลายล้านคนตั้งใจเก็บเงินสำหรับประสบการณ์ที่หรูหราอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพักที่รีสอร์ทที่สะดวกสบายรวมทุกอย่างไว้แล้ว เที่ยวสถานที่ในฝัน นั่งเครื่องบินเหมาลำ ล่องเรื่องยอร์ช หรือเพียงแค่พักในโรงแรมที่ดีกว่า และรับประทานอาหารในร้านอาหารดีๆ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่อง ‘ความหรูหรา’ ที่ว่านี้กำลังได้รับการนิยามใหม่ เพราะไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อความสะดวกสบายอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ในช่วงที่กำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจและวิกฤตค่าครองชีพ นักเดินทางจะพยายามหาประโยชน์สูงสุดในการใช้เงิน เช่น การวางแผนจองล่วงหน้า การเลือกเส้นทางต่อเครื่อง การเลือกจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าที่สุด

ภาพจาก-www.creativeboom.com

Digital NoMad ยังแรง

คำจำกัดความของ Digital Nomad คือคนที่ทำงานทางไกลโดยส่งงานผ่านออนไลน์และใช้ชีวิตแบบพเนจร หรือพูดง่ายๆ คือการผสมผสานระหว่างการทำงานและการเดินทางเพื่อการพักผ่อนควบคู่ไปด้วย เช่น นักเขียน โปรแกรมเมอร์ บล็อกเกอร์ หรือยูทูบเบอร์ทั้งหลาย

ประสบการณ์ WFH ในช่วงโควิดที่ผ่านมาทำให้หลายคนแฮปปี้กับการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น บวกกับหลายบริษัทเริ่มมีนโยบายทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำให้คนหันมามีอาชีพ Digital Nomad กันมากขึ้นท่ามกลางการสนับสนุนในประเทศต่างๆ ผ่านโครงการวีซ่า อาทิ จอร์เจีย โครเอเชีย ไอซ์แลนด์ เยอรมนี อินโดนีเซีย ที่ได้บังคับใช้กฎหมายสำหรับวีซ่า Digital Nomad แล้ว เช่นเดียวกับประเทศไทยที่เปิดตัว Long-Term Resident Visa (LTR Visa) สำหรับคนกลุ่มนี้เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา

จากรายงานของ Amadeus พบว่ามีการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับ Digital Nomad เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนก.ย.ปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2019 โดยจากซิดนีย์มากรุงเทพเพิ่มขึ้น 165% และเซาเปาโลไปลิสบอน เพิ่มขึ้น 74%

ภาพจาก-hospitality-on.com

Bleisure Travel ขององค์กร

แม้การทำงานจากระยะไกลจะมีข้อดีเรื่องความยืดหยุ่น แต่ก็สร้างความท้าทายต่อการเชื่อมความสัมพันธ์ในทีมและการทำงานร่วมกัน เพื่อลดปัญหาดังกล่าว บริษัทต่างๆ เลยจัดทริป Bleisure เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในทีม

เดิมทีเมื่อพูดถึง Bleisure Travel จะหมายถึงการเดินทางที่ผสานเรื่องธุรกิจไว้ด้วยกัน โดยอาจพาคนข้างกายหรือครอบครัวไปด้วยกันและขยายเวลาเพื่ออยู่ต่อสำหรับพักผ่อน แต่ต่อจากนี้อาจรวมไปถึงการทริปเที่ยวของบริษัทที่จากเดิมเคยมีกิจกรรม Outing ปีละครั้งก็หันมาส่งเสริมให้ทีมงานสามารถพบปะกันหลายครั้งต่อปี เพื่อสร้างพึงพอใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพิ่มความภักดีต่อบริษัทและปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ด้วยประสบการณ์ของพนักงาน

ที่มา
https://www.kambr.com/articles/2023-travel-trends
https://www.traveloffpath.com/top-5-travel-trends-for-2023
https://www.unwto.org/news/tourism-recovery-accelerates-to-reach-65
https://www.glamourmagazine.co.uk/article/travel-trends-2023
https://www.countryandtownhouse.com/travel/travel-trends

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...