พ่อน้ำตาล ชลิตา ขอพูดครั้งสุดท้าย วอนอดีตเมียยอมรับความจริง ยันไม่คิดเกาะกระแสลูก
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 ก.พ. 2566 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2566 เวลา 02.43 น. • The Bangkok Insightพ่อน้ำตาล ชลิตา ขอพูดครั้งสุดท้าย ไม่เคยทอดทิ้งลูกเมีย วอนอย่าใส่ร้ายตน ยันไม่คิดเกาะกระแสลูกและไม่รู้จะเกาะเพื่ออะไร
จากเรื่องราวชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร พ่อของ น้ำตาล ชลิตา อดีตหัวหน้าเขตมูลนิธิร่วมกตัญญูของจังหวัดนนทบุรี ที่เปิดเผยเรื่องราวตนเองอีกครั้ง หลังจากรายการโทรทัศน์หนึ่งได้ สัมภาษณ์ น้ำตาล ในรายการ ซึ่งคุณแม่ของน้ำตาลให้สัมภาษณ์ว่า อดีตสามี ทอดทิ้งภรรยาและลูก อย่างไม่เหลียวแล
- วงในพูดจริง! น็อต วิศรุต มองข้ามดราม่า โผล่เคลื่อนไหวกลางไอจี แทน ธนัชชา อีกครั้ง
- ลือหึ่ง! นางร้ายชื่อดัง ถูกผัวทำร้ายจริง ฝ่ายชายหลงหญิงใหม่ อื้อหือ..คอมเมนต์จัดเต็ม
- วงในชี้เป้า! ดีกรีนักร้องดัง แต่ดังได้ก็ดับได้ ผู้ใหญ่เตือนเอง ไม่ไหวกับพฤติกรรม
พ่อของ น้ำตาล เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าขณะที่ตนทำงานอาสา มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ได้กลับบ้าน ทำงานอุทิศให้สังคมจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำให้ภรรยาน้อยใจและโกรธเคืองตน จึงอุ้มลูกสาวคือ น้องน้ำตาล ในตอนนั้นมีอายุเพียง 2 ขวบหนีจากตนไป ทั้ง ๆ ที่เราอยู่กินกันมา 4 ปี ตนมีลูกชายอีก 1 คน เป็นพี่ชายต่างมารดาของน้องน้ำตาล ปัจจุบันอายุ 32 ปี
โดยวันนี้ได้นำ รูปถ่ายของน้องน้ำตาล ขณะอายุ 2 ขวบยืนถ่ายคู่กับพี่ชายต่างมารดาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมหยิบใบสูติบัตรของน้องน้ำตาล ซึ่งระบุว่าชื่อเด็กหญิงน้ำตาล โดยระบุชื่อบิดาคือตนเอง ตนยืนยันว่าตนรักภรรยาและลูกสาวมาก ทุกวันนี้ไม่เคยมีภรรยาใหม่ และยังเลี้ยงดูลูกชายซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของน้องน้ำตาลจนเติบใหญ่ ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งดูแลตนเองได้
ตนต้องการให้อดีตภรรยา แม่ของน้ำตาล ออกมายอมรับความจริง “ที่เขาพูดมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย ตนได้รับความเสียหายมาก ที่ตนต้องออกมาพูดเพราะอะไร ตนต้องการความถูกต้องจะไปพูดยังไงไม่เคยสนใจ ตอนนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจไม่ได้เป็นเหมือนที่แม่เขาพูด ตนอยู่ดีกินดี ไม่เดือดร้อนอะไร บ้านก็มี หลานก็มี ครองตัวโสด มาจนทุกวันนี้ ไม่คิดอะไรแล้ว ขออยู่แบบนี้กับหลานดีกว่า”
ส่วนเรื่องที่สังคมชอบคอมเมนต์ ว่าตนเกาะกระแสนั้น ตนแก่แล้ว จะเกาะกระแสไปเพื่ออะไร ที่ผ่านมาช่วยเหลือสังคมมาเยอะมาก คงไม่จำเป็นต้องไปเกาะกระแส ที่ออกมาเพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีปกป้องตัวเองและครอบครัว และตนไม่ได้โกรธอะไรลูกสาวเลย และขอให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะเบื่อมาก ทุกวันนี้ตนอยู่สุขสบายไม่ได้ลำบากอะไร
ขอบคุณที่มา โหนกระแส
อ่านข่าวเพิ่มเติม