โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตะลุย “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” แหล่งศึกษาครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2566 เวลา 09.21 น.
พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยทีเอ็มบีธนชาต

“ทราบหรือไม่ว่าแม้แต่ตอนเกิดองค์ครุฑก็บินมาส่งเราด้วย ดังที่เห็นได้จากใบสูติบัตรของเรา พอโตขึ้นมาหน่อยอยากมีสิ่งต่าง ๆ มีข้าวของเครื่องใช้ องค์ครุฑก็ต้องประทานมาให้ ในธนบัตร หรือเหรียญ พอโตขึ้นมาหน่อย อยากมีสามี ภรรยา ครอบครัว ครุฑก็มาเป็นสักขีพยาน แม้กระทั่งวาระสุดท้ายที่เราจากโลกนี้ไป ครุฑก็ต้องบินไปส่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครุฑอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้…” เป็นมุมมองของ ส.อ. อุตมะ ปภาภูธนะนันต์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ขณะพาชม “พิพิธภัณฑ์ครุฑ”

“ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์” มีโอกาสเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ครุฑ”แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียน โดยธนาคารทหารไทยธนชาต ที่เปิดมานานกว่า 10 ปี ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัด สมุทรปราการ ด้านในของพิพิธภัณฑ์เต็มไปด้วยความสวยงาม บรรยากาศชวนหวนเข้าไปสู่โลกวรรณกรรม ป่าหิมพานต์และอีกมากมาย ซึ่งทำให้เรารู้จัก “ครุฑ” มากกว่าเดิม

พิพิธภัณฑ์ครุฑ กำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 จากการก่อตั้งของ ธนาคารธนชาต ที่ควบรวมกิจการกับ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งสองธนาคารได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “ครุฑ” เนื่องจากมองว่าครุฑมีคุณค่าและความสำคัญต่อประเทศชาติ รวมถึงธนาคารนครหลวงไทยได้รับพระราชทานเครื่องหมายครุฑพ่าห์ หรือตราครุฑพระราชทาน จึงอัญเชิญเครื่องหมายดังกล่าวมาจัดแสดงให้คนไทยได้รู้จักครุฑมากยิ่งขึ้น

เพียงเดินเข้าไปในตัวอาคารก็จะพบรูปภาพบนผนัง ป่าหิมพานต์ที่ใครหลายคนเคยได้ยินชื่อ รวมทั้งรูปปั้นพญาครุฑน้อยใหญ่ ซึ่ง ส.อ. อุตมะ บอกว่า พื้นที่นี้คือ โซนแรก หรือ โถงต้อนรับและอธิบายคร่าว ๆ ว่า

“รอบข้างของเราคือป่าหิมพานต์…ซึ่งไฮไลต์ของโถงต้อนรับนี้คือ ‘ภาพวิจิตรหิมพานต์’ ซึ่งเป็นงานจิตรกรรมที่แสดงให้เห็นถึงจักรวาลวิทยาในเตภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง เชื่อกันว่าจุดศูนย์กลางโลกคือเขาพระสุเมรุ และมีความเชื่อเรื่องป่าหิมพานต์ และมหานทีสีทันดร…

สิ่งสำคัญในภาพนี้คือ ‘ครุฑ’ ซึ่งปรากฏอยู่ 2 องค์ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของศาสนา เพราะทางศาสนาพราหมณ์จะมีองค์ครุฑได้เพียงองค์เดียว แต่ถ้าพุทธจะมีได้หลากหลายองค์ แยกตามลักษณะ โดยองค์ครุฑจะจุติที่วิมานฉิมพลี หรือต้นงิ้ว”

เมื่อเล่าแล้ว ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำกับภาพอันวิจิตรอย่างจุใจ ทั้งยังแนะนำกิจกรรมร่วมสนุก นั่นคือผู้เข้าชมสามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกนผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ “AR” ซึ่งจะพาเราเข้าไปยังป่าหิมพานต์ได้ด้วยตัวเอง

จากนั้นพากันโยกย้ายไปชั้นที่ 2 หรือโซน “ครุฑพิมาน” รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลก และจักรวาล ไม่ว่าจะเป็น สระอโนดาต สระที่ไม่ได้รับแสงแดดให้เกิดความร้อน รวมถึงเป็น 1 ใน 7 สระในป่าหิมพานต์ ที่มีเขารายล้อมอยู่ 5 เขา ได้แก่ ยอดเขาสุทัสสนะ ยอดเขาจิตตะ ยอดเขากาฬะ ยอดเขาคันธมาทน์ และยอดเขาไกรลาส ไหนจะรูปปั้นสัตว์มงคลประจำสระดังกล่าว 4 ทิศ ที่ประดับประดาไว้รอบ ๆ ปากสระ ได้แก่ โค ม้า ช้าง ราชสีห์ รวมถึงสัตว์ป่าหิมพานต์มากมายที่อาศัยในดินแดนหิมพานต์ และจำลองต้นมักกะลีผลให้เราได้รับชมอีกด้วย

โซนต่อมา “นครนาคราช”นำเสนอเรื่องราวความเชื่อระหว่างนาคกับครุฑ ซึ่งใครที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ทั้งสองชนิดที่มีตำนานกล่าวขานมานานต้องไม่พลาดเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่อง“ครุฑยุดนาค”ซึ่งหลายคนน่าจะพอทราบ ดังที่ผู้นำชมเล่าให้ฟังว่า

“ครุฑกับนาคเดิมทีนั้นเป็นพี่น้องกัน ครุฑเป็นลูกนางวินตา ส่วนพญานาคเป็นลูกนางกัทรุ แต่เนื่องจากนางวินตาริษยานางกัทรุ จึงขอพรต่อพระกัศยปให้ลูกของตนเองสามารถกินนาคได้ และได้รับพรดั่งหวัง ต่อมานาคจึงเป็นอาหารของครุฑ

ทว่าวันหนึ่ง นาคกลับคิดกลอุบายเพื่อหาทางไม่ให้ครุฑโฉบลงมากินพวกเขา จึงกินก้อนหินไว้ให้ตัวหนัก ครุฑจึงไม่สามารถนำนาคมาเป็นอาหารได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ครุฑจึงได้ประชุมคิดหาทางแก้ แล้วก็ได้บทสรุปว่าควรไปล้วงความลับจากอาจารย์ที่เหล่านาคให้ความเคารพ เซ้าซี้กันอยู่พักใหญ่ท้ายที่สุดก็ได้คำตอบ เนื่องจากอาจารย์ไปล่อลวงถามนาคองค์หนึ่งให้เฉลยความลับ ทำให้ครุฑจับนาคกินได้สำเร็จดังเดิม

เรื่องราวดังกล่าวยังมีต่อ แต่หลายคนน่าจะไม่ทราบมาก่อน โดยผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ได้เล่าต่อว่า

“หลังจากครุฑจับนาคได้สำเร็จ นาคราชองค์นั้นเกิดอุทานด้วยความตกใจเป็นอรรถกถาว่า เราไม่น่าบอกสิ่งที่ไม่ควรบอกกับบุคคลที่ไม่ควรบอกเลย ภัยที่เกิดจากมิตร ย่อมร้ายกว่าภัยที่เกิดจากศัตรู เมื่อองค์พญาครุฑได้ทราบดังกล่าวจึงได้อุทานว่า ถ้าอย่างนั้น เท่ากับเราเป็นคนมีกลอุบาย งั้นเรากินท่านไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าจงมาเป็นลูกของเราเถิด ลูกมี 3 ลักษณะ คือ ลูกบุญธรรม, ลูกในท้อง, ลูกศิษย์ ท่านมาเป็นลูกศิษย์เราเถิด แล้วเราจะดูแลปกปักคุ้มครองรักษาท่าน นับแต่นั้นเป็นต้นมาที่ครุฑกับนาคได้กล่าวอรรถกถาเคารพธรรมซึ่งกันและกัน เรื่องราวก็ได้ยุติลง”

โซนที่ 4 หรือ “อมตะจ้าวเวหา”เป็นสถานที่ที่แตกต่างจาก 3 โซน เพราะภายในห้องคล้ายกับโรงหนังย่อม ๆ ที่ตกแต่งด้วยครุฑจากทุกแห่งหนถึง 24 องค์ รวมถึงเรื่องราวของครุฑที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และชีวิตของคนไทย

“องค์ครุฑมีความสำคัญต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างมาก อย่าง ศาสนา เห็นได้จากวัดวาอารามต่าง ๆ งานสถาปัตยกรรม ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามคติเทวราชาเชื่อว่าครุฑนั้นเป็นเหมือนพาหนะของพระนารายณ์ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์สมมติเทพของพระนารายณ์ อวตารลงมาปราบทุกข์เข็ญในโลกมนุษย์…ยิ่งไปกว่านั้น ครุฑยังปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในพระราชสัญลักษณ์ของรัชกาลที่ 2 และเป็นตราแผ่นดินไทย” อุตมะกล่าว

ก่อนจะเดินเพียงไม่กี่ก้าวมายังส่วนที่ 5“ล้นเกล้าจอมราชัน”บอกเล่าพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรไว้มากมาย ไม่ว่าจะเศรษฐกิจพอเพียง ฝนหลวง ฯลฯ ซึ่งยังประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ที่ใครแวะมาเยี่ยมเยียนไม่ควรพลาดคือ“ห้องจัดแสดงครุฑ” เพราะปกติแล้วเรามักจะเห็นองค์ครุฑตั้งตระง่านที่ตึกสูง แต่ที่นี่กลับนำมาไว้ให้เราได้เห็นใกล้ ๆ ความพิเศษของครุฑในห้องจัดแสดงนี้ก็มีมากมาย เช่น ครุฑ จาก ttb สาขาราชดำเนิน ซึ่งเป็นสาขาแรกที่มีการนำครุฑประดิษฐานไว้ที่ตึกของธนาคาร,ครุฑ จาก ttb สาขาเยาวราชที่แตกต่างจากครุฑองค์อื่น ๆ เพราะกายกำยำไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ และเอวคอดกิ่ว เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของกุลีในเยาวราช ขณะเดียวกันก็มีเหนียง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์

ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เสริมอีกว่า แต่เดิมครุฑเป็นการแกะสลักจากไม้ทั้งหมด แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การแกะสลักด้วยไม้นั้นยากขึ้นกว่าเดิม ด้วยช่างเองที่ค่อย ๆ ลดลงอย่างน่าใจหาย และครุฑที่แกะสลักจากไม้ชำรุดได้ง่าย ต่อมาจึงนิยมทำจากไฟเบอร์กลาส หรือพลาสติกชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่ธนาคารทหารไทยธนชาติได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ดี ๆ แห่งนี้ขึ้นมาด้วย

ชมความงดงามของ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” โดยธนาคารทหารไทยธนชาต ได้ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย A9 จังหวัด สมุทรปราการ เปิดบริการทุกวันศุกร์และเสาร์ วันละ 3 รอบ คือ 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 09 8882 3900

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 เมษายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...