โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

เปิดโผ 10 หนังแอ็กชันสุดระห่ำที่ประสบความสำเร็จบนเวทีออสการ์

BT Beartai

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 11.02 น.
เปิดโผ 10 หนังแอ็กชันสุดระห่ำที่ประสบความสำเร็จบนเวทีออสการ์

หากพูดถึงภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์หลายคนคงนึกถึงแต่หนังดรามาชวนซึ้ง หรือหนังอีพิคที่มีความอลังการดาวล้านดวงเป็นหลัก แต่จากประวัติศาสตร์ของเวทีออสการ์แล้วกลับมีอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์โดยเฉพาะแนวแอ็กชันและผจญภัยหลายเรื่องก็เคยทยอยกันมาเยือนเวทีรางวัลนี้แล้วทั้งนั้น Beartai Buzz เลยขอรวบรวมหนังแอ็กชัน ผจญภัย ที่เคยประสบความสำเร็จบนเวทีออสการ์มาให้ทุกท่านได้หามาชมกัน

1.The Adventures of Robin Hood (1938)

ผู้กำกับ : ไมเคิล เคอร์ติซ (Michael Curtiz) และ วิลเลียม ไคลีย์ (William Keighley)

นักแสดง : เออรอล ฟลินน์ (Errol Flynn), โอลิเวีย เดอ ฮาวิแลนด์ (Olivia de Havilland)

นับว่าเป็นหนังจากนิยายโรบินฮูดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเวอร์ชันหนึ่ง เรื่องเล่าของจอมโจรที่ปล้นเงินคนรวยเอามาจุนเจือแจกจ่ายคนจนและต่อสู้กับความอยุติธรรมในการปกครอง

หนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงถึง 4 สาขาในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 11 รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ในเวลานั้นยังใช้ชื่อว่าสาขาภาพยนตร์โดดเด่น (Outstanding Production) แต่หนังคว้าไป 3 สาขาที่เหลือได้แก่ กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยมและดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

2. The French Connection (1971)

ผู้กำกับ : วิลเลียม ฟรีดกิน (William Friedkin)

นักแสดง : จีน แฮคแมน (Gene Hackman)

เรื่องราวของยอดนักสืบสุดระห่ำ จิมมี ดอยล์ ฉายา ป๊อบอาย ที่ตามไล่ลาเจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวฝรั่งเศสที่ลักลอบขนยาเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหนึ่งในฉากจำของหนังคือฉากการขับรถไล่ล่าที่กล้องถูกวางไว้ให้ผู้ชมเหมือนนั่งรถไล่ล่าไปกับป๊อบอายด้วย และมันได้กลายเป็นต้นแบบให้กับฉากขับรถไล่ล่าในหนังแอ็กชันเรื่องอื่น ๆ และยังถูกใช้เป็นตัวอย่างในคลาสเรียนติดต่อของโรงเรียนสอนภาพยนตร์มากมาย

สำหรับบนเวทีออสการ์ครั้งที่ 44 ที่จัดในปี 1972 หนัง ‘The French Connection’ ได้ครองรางวัลใหญ่ถึง 5 สาขาทั้ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและตัดต่อยอดเยี่ยม

3. Raider of the Lost Ark (1981)

ผู้กำกับ : สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)

นักแสดง : แฮริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford)

ปฐมบทการผจญภัยของอินเดียนา โจนส์ที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจจากงานกำกับของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เมื่อนักโบราณคดีอย่างโจนส์ต้องออกตามล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าอย่างหีบเก็บพระคัมภีร์ งานนี้เขาต้องผจญภัยกับเหล่าทหารนาซีที่ต้องการครอบครองพลังเหนือธรรมชาติและคู่ปรับตลอดกาลอย่าง งู

หนังได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 54 ถึง 8 สาขา รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม แต่ได้รางวัลมาครอง 4 สาขาได้แก่ สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม.บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลพิเศษสำหรับทีมตัดต่อเสียงซาวด์เอฟเฟกต์ อีกด้วย

4. The Fugitive (1993)

ผู้กำกับ : แอนดริว เดวิส (Andrew Davis)

นักแสดง : แฮริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford), ทอมมี ลี โจนส์ (Tommy Lee Jones)

เจอหน้าปู่ฟอร์ดอีกแล้ว แน่นอนว่า ‘The Fugitive’ หรือชื่อไทย ‘ขึ้นทำเนียบจับตาย ที่เล่าถึงนายแพทย์ที่ถูกป้ายสีคดีฆาตกรรมภรรยาตัวเองแล้วต้องถูกตามล่าจากเจ้าหน้าที่ศาลตงฉินที่ทำทุกทางเพื่อจับกุมเขาให้ได้

ตัวหนังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 66 ถึง 7 สาขารวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่รางวัลที่ได้มาคือสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก ทอมมี ลี โจนส์ ได้บทเจ้าหน้าที่ศาลตงฉินที่ไล่ล่าสุดระห่ำพระเอกของเรานั่นเอง

5.Speed (1994)

ผู้กำกับ : ญาน เดอ บองต์ (Jan de Bont)

นักแสดง : คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves), แซนดรา บูลล็อค (Sandra Bullock), เดนนิส ฮอปเปอร์ (Danis Hopper)

หากให้ไล่รายชื่อหนังแอ็กชันยุค 90’s แน่นอนว่า ‘Speed’ ต้องไม่ตกขบวนแน่นอน โดยเฉพาะกระแส คีอานู รีฟส์ ที่สร้างปรากฎการณ์แห่ตัดผมทรงสกินเฮดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยพลอตหนังแอ็กชันที่โดนใจว่าด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดต้องต่อกรกับผู้ก่อการร้ายโรคจิตที่วางระเบิดรถบัสที่กำลังวิ่งอยู่ โดยกลไกของมันห้ามมิให้คนขับหยุดรถหรือถ่ายโอนผู้โดยสารโดยเด็ดขาด

สำหรับบทเวทีออสการ์ครั้งที่ 67 ‘Speed’ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้านเทคนิค 3 สาขา โดยสามารถคว้ามาได้ 2 สาขาได้แก่บันทึกเสียงยอดเยี่ยมและตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

6.Saving Private Ryan (1998)

ผู้กำกับ : สตีเวน สปีลเบิร์ก

นักแสดง : ทอม แฮงก์ส (Tom Hank), แมตต์ เดมอน (Matt Demon)

สปีลเบิร์กได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของคุณลุง จนเกิดเป็นหนังสงครามที่แสดงภาพความโหดร้ายของสงครามในภารกิจตามหาพลทหารไรอัน น้องคนสุดท้องของตระกูลที่สูญเสียลูกชายในสนามรบไปเกือบหมดแล้ว

หนังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 71 ไปถึง 11 สาขารวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และได้มา 5 สาขาได้แก่ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยมและตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

7. The Matrix (1999)

ผู้กำกับ : แอนดี และ แลร์รี วาชอว์สกี (Andy and Larry Wachowsky)

นักแสดง : คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves), ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น (Laurence Fishburne), แครี-แอน มอส (Carrie-Anne Moss)

หนังแอ็กชันไซไฟสุดล้ำที่พลิกโฉมวงการภาพยนตร์ไปตลอดกาล คีอานู รีฟส์ กลับมาตอกย้ำความเท่ในฐานะพระเอกหนังแอ็กชันยุค 90’s อีกครั้งในบทนีโอ แฮกเกอร์หนุ่มที่ถูกเลือกให้มาเป็นนักรบเพื่อต่อกรกับเหล่าจักรกลที่ยึดโลกและสร้างความจริงเสมือนมากักขังจิตวิญญาณมนุษย์เอาไว้ มีเพียงเขาที่จะปลดแอกมนุษยชาติได้

บทเวทีออสการ์ครั้งที่ 72 ‘The Matrix’ ได้รับรางวัลไป 4 สาขา ที่ได้เข้าชิงทั้งสาขาวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยนตร์, บันทึกเสียงยอดเยี่ยมและตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

8. U-571 (2000)

ผู้กำกับ : โจนาธาน มอสโทว (Jonathan Mostow)

นักแสดง : แมตธิว แมคคอนาเฮย์ (Mathiew MacConaughey), บิล แพ็กซ์ตัน (Bill Paxton)

เมื่อเหล่าทหารอเมริกันสวมรอยขับเรือดำน้ำของเยอรมัน ไปยังแดนข้าศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อถอดรหัสสัญญาณจากเครื่องอีนิกมา หวังยุติสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยทุกนาทีที่ผ่านไปคือความเป็นความตายที่อยู่ใต้ผิวน้ำ

หลังจากไม่มีหนังเกี่ยวกับเรือดำน้ำฉายมานานมาก ในที่สุด ‘U-571’ หนังเรือดำน้ำสุดระห่ำก็ออกฉายในปี 2000 และในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 73 ก็ได้ครอง 1 รางวัลได้แก่ ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

9. The Dark Knight (2008)

ผู้กำกับ : คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)

นักแสดง : คริสเตียน เบล (Christain Bale), ฮีธ เลดเจอร์ (Heath Ledger)

ในทึ่สุดหนังฮีโรก็ไม่ถูกออสการ์มองข้ามอีกต่อไปเมื่อมันสามารถผ่านด่านได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 81 ถึง 8 สาขาและได้มาครอง 2 สาขาได้แก่ สาขานักแสดงสมทบชายของ ฮีธ เลดเจอร์ ที่เจ้าตัวเสียชีวิตก่อนจะได้ขึ้นเวทีรับรางวัลและสาขาตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

10. Mad Max: Fury Road (2015)

ผู้กำกับ : จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller)

นักแสดง : ชาร์ลิซ เธอรอน (Charlize Theron), ทอม ฮาร์ดี (Tom Hardy)

ใครจะคิดว่าภาคต่อของหนังเกรดบีออสเตรเลียจะกลายมาเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จบนเวทีออสการ์ขนาดนี้ โดยเรื่องราวของหนังก็เป็นการเดินทางในบริบทต่อมาของแม็กซ์ชายหนุ่มที่ไร้อดีตไร้อนาคตที่ต้องมาต่อกรกับเจ้าแห่งเมืองเถื่อนที่เอาทรัพยากรเป็นเครื่องต่อรองความจงรักภักดี

โดยหนังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 ถึง 10 สาขารวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และได้มาครองถึง 6 สาขาได้แก่ ตัดต่อยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม , มิกซ์เสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...