โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BOI เผยไทยสุดเนื้อหอม ยอดขอส่งเสริมการลงทุนพุ่ง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 ก.พ. 2566 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2566 เวลา 06.52 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 14 ก.พ. – เลขาฯ BOI เผย ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนปี65 มูลค่าพุ่ง 6.6 แสนล้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 สูงที่สุดในรอบหลายปี เผย นักลงทุนจีนมาแรง อันดับ 1 ชี้โอกาสดีของนักลงทุน มองอุตสาหกรรมยานยนต์อีวี แปรรูปอาหารมาแรง

ในงานเสวนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน พลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่” ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการตลาดทุนพบภาครัฐ ครั้งที่ 1/2566 BOI พบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน”โดยมีดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดไทย FETCOและ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนBOI ร่วมพูดคุยกับนักลงทุนผ่านระบบออนไลน์

โดย นายนฤตม์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ในปี 2565 พบว่า เพิ่มสูงขึ้นในทุกขั้นตอนทั้งการขอรับการส่งเสริม, การขออนุมัติ และการออกบัตรส่งเสริม โดยการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในปี2565 มียอดรวมอยู่ที่ 2,119 โครงการ เงินลงทุน 664,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีการขอรับการส่งเสริม อยู่ที่ 1,499 โครงการ เงินลงทุน 478,952 ล้านบาท เป็นตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่สูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และสูงกว่าช่วงของการระบาดของโควิดในปี 2562 ที่มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ 1,487 โครงการ เงินลงทุน 579,813 ล้านบาทโดยมีนักลงทุนจากประเทศจีนเป็นอันดับ คิดเป็น 18 % ของมูลค่าทั้งหมด รองลงมาคือนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐ และไต้หวัน ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีที่นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

ส่วนการออกบัตรส่งเสริมการลงทุน ซึ่งหลังขอบัตรส่งเสริมแล้ว จะเกิดการลงทุนจริงภายใน 1-2 ปี มีอัตราเติบโตขึ้นประมาณร้อยละ 20 ทำให้มั่นใจว่าภายใน 1-2 ปีจากนี้ ประเทศไทยจะมีเม็ดเงินลงทุนจริงเกิดขึ้นในระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราต้องการส่งเสริม ทั้งในอุตสาหกรรม BCG อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล

สำหรับจุดแข็งของประเทศไทยในสายตาของนักลงทุน มองว่ามีหลายปัจจัย เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพบุคลากร และซัพพลายเชนจ์ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญป้อนอุตสาหกรรมหลักครบวงจรที่สุดในภูมิภาคนอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ที่จูงใจและสามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีจุดแข็งสำคัญคือการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทชั้นนำกำลังมองหา เพื่อเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน

ทั้งนี้ BOI ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมาแรงขณะนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะอีวี อุตสหกรรมการเกษตรและแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนอุตสาหกรรมใหม่ที่ BOI กำลังเร่งส่งเสริมคืออุตสาหกรรมดิจิทัลที่วางเป้าหมายให้เป็นนิวเอสเคิฟ รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...