โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องนโยบาย ‘การศึกษา’ แต่ละพรรคการเมือง | เตรียมพร้อมวัยเรียนก่อนลงสนามเลือกตั้งปี 66

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2566 เวลา 07.50 น. • DEK-D.com
ศึกษานโยบายการศึกษาของแต่ละพรรค เตรียมความพร้อมสำหรับเลือกตั้งปี 2566

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงของ ‘การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566’ซึ่งกำหนดการ D-Day ก็ได้เคาะออกมาแล้ว ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 2566 นั่นเองค่ะ

พี่ไนซ์เชื่อว่าน้องๆ หลายคนกำลังจะได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งต้องบอกว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะนโยบายต่างๆ นั้นล้วนส่งผลกับเราโดยตรง โดยเฉพาะวัยรุ่นวัยเรียน เห็นได้จากมีการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนก็ล้วนหยิบยกประเด็นเรื่อง “การศึกษา”มาพูดถึงและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ พร้อมนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขและพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ดีขึ้น อย่างช่วงนี้หลายพรรคก็เริ่มออกโนยบายด้านการศึกษามาแล้ว ว่าแต่จะมีหัวข้อไหนจากพรรคการเมืองใดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับเราทุกคนบ้าง ตามมาส่องกันเลยค่าา~

หมายเหตุ: บทความนี้ได้รวบรวมนโยบายและอัปเดตข้อมูลของแต่ละพรรคซึ่งได้ทำการประกาศออกมาจากช่องทางหลักและผ่านทางสำนักข่าว ณ วันที่ 6 ก.พ. 66

พรรคเพื่อไทย

เริ่มกันที่พรรคเพื่อไทย นำโดย คุณแพรทองธาร ชินวัตร ซึ่งประกาศนโยบายหลักออกมา และได้ชูประเด็นการศึกษาให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องการพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นคงและเกิดเท่าเทียมในสังคมโดยตัวอย่างนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา มีดังนี้

  • ภายในปี 2570 กระจายอำนาจการศึกษาอย่างประเทศที่เจริญ
  • มีโรงเรียนสองภาษาในทุกท้องถิ่น สอนภาษาต่างประเทศตั้งแต่ ป.1 เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน (มีครูต่างชาติมาสอนเสริมร่วมกับครูไทย)
  • จัดการเรียนให้อยู่ในรูปแบบห้องเรียนและออนไลน์
  • จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ให้ครบทุกจังหวัด
  • เงินเดือนของบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรี สตาร์ต 25,000 บาทขึ้นไป
  • ใช้ Soft Power ด้วยการจัดอบรมฟรีเพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างน้อย 1 คนในครอบครัวจนโดดเด่นและจะสนับสนุนทุนฝึกอบรมต่อในต่างประเทศ

พรรคประชาธิปัตย์

มาที่ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ชูนโยบาย ‘5 ฟรี’ ด้านการศึกษาที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทย

  • เรียนฟรี สานต่อนโยบายของพรรคที่เริ่มต้นทำเมื่อปี 2552 (สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี)
  • รักษาฟรี ให้เด็กและเยาวชนเข้ารับบริการและรักษาทางการแพทย์ฟรี
  • นมโรงเรียนฟรี 365 วัน
  • อาหารกลางวันฟรี (ปัจจุบันฟรีตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6)
  • สานต่อเงินสนับสนุนแม่ 600 บาท มอบให้ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 0-6 ขวบทุกคน

พรรคเสรีรวมไทย

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ผู้นำและหัวหน้าพรรค ได้พัฒนาและสานต่อนโยบายเดิมที่ทางพรรคจัดทำขึ้นจากการเลือกตั้งปี 2562 และเรื่องการศึกษายังคงอยู่ในนโยบายที่ได้รับการผลักดันจากพรรคเสรีรวมไทยต่อในปี 2566

  • เรียนฟรี จนจบระดับปริญญาตรี
  • ยกเลิกหนี้กยศ.

พรรคก้าวไกล

ด้านหัวหน้าพรรคก้าวไกล คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เปิดนโยบาย ‘การศึกษาไทยก้าวหน้า’ เพื่อสร้างระบบการศึกษาเกิดเสรีภาพ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้เรียนได้อย่างเท่าเทียม ด้วย 20 นโยบาย ดังนี้

  • เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง
  • ทุกโรงเรียนมีงบเพียงพอ
  • โรงเรียนโปร่งใส ปราศจากทุจริต
  • ส้วมสะอาด อาคารที่ปลอดภัย ซึมเศร้ามีที่ปรึกษา
  • กฎโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน
  • ครูละเมิดสิทธิ พักใบประกอบทันที
  • ยกเลิกการตั้งแถว ใช้เวลาอัปเดตเหตุการณ์บ้านเมือง
  • ออกแบบหลักสูตรใหม่ เน้นทักษะที่ใช้ได้จริง
  • ชั่วโมงเรียนดีมีคุณภาพ ลดคาบเรียน-การบ้าน-การสอบ
  • โรงเรียน 2 ภาษา นักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้
  • เปิดข้อสอบ TCAS ย้อนหลังทั้งหมดพร้อมเฉลยทันที
  • คืนครูให้นักเรียน เลิกนอนเวร ลดงานเอกสาร ยกเลิกพิธีรีตองในการประเมิน-รับแขก
  • นักเรียนประเมินครู ครูประเมิน ผอ.
  • งบอบรมให้ครู-โรงเรียน ตัดสินใจเองว่าจะเรียนรู้อะไร ด้านการศึกษาที่ไม่จำกัดอยู่ที่โรงเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • คูปองเปิดโลก สูงสุด 2,000 บาทต่อปี สำหรับเรียนรู้นอกห้องเรียน
  • เรียนฟรีอาชีวะถึง ปวส.จบแล้วมีงานทำ
  • แพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนฟรีไม่จำกัด รับรองคุณวุฒิพร้อมระบบจัดหางาน และด้านการศึกษาที่ใกล้ชิดผู้เรียน นักเรียน-ครู-ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ประกอบด้วย
  • กระจายอำนาจให้โรงเรียน เติบโตได้ภายใต้ท้องถิ่น
  • บอร์ดโรงเรียน ต้องมีตัวแทนนักเรียน
  • สภาเยาวชน มาจากการเลือกตั้ง เสนอกฎหมายไปที่สภาฯได้

พรรคชาติพัฒนากล้า

ด้านพรรคชาติพัฒนากล้า ซึ่งนำโดย คุณกรณ์ จาติกวณิช ก็ได้แถลง 12 นโยบายเพื่อสู่ศึกษาการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยหนึ่งในนั้นมีนโยบายที่ต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพตนเองภายใต้ระบบการศึกษา

  • สร้างเด็กไทย 3 ภาษา ไทย-ต่างประเทศ-Coding

พรรคเพื่อชาติ

พรรคเพื่อชาติ นำโดย คุณปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช ประกาศชู ‘12 นโยบายการศึกษา’ ที่มุ่งสร้างพื้นฐานระบบการศึกษาที่ดีและต้องการให้ความสำคัญต่อการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย

  • ผลักดันเงินเดือนอาชีวะ เทียบเท่าปริญญาตรี
  • ยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพ
  • ครูอัตราจ้างควรได้เงินเดือนตามวุฒิการศึกษา
  • ลดเด็กหลุดออกจากการศึกษาจากปัญหาเศรษฐกิจ
  • กยศ. ปลอดดอกเบี้ย จบแล้วมีงานทำ
  • ปฏิรูปกศน. สะสมหน่วยกิต เพิ่มโอกาส ต่อยอดสร้างอาชีพ
  • ยกระดับความสำคัญสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้เป็นกลไกยืนยันความเชี่ยวชาญวิชาชีพที่หลากหลายเพื่อตอบสนองอาชีพเกิดขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบัน
  • ปรับโครงสร้างอาชีวะ ทั้งงบประมาณและการจัดหลักสูตร
  • กระทรวงศึกษาธิการหาเงินได้ ความรู้คือทุน เน้นขายลิขสิทธ์วัตกรรมและสิทธิบัตรการศึกษา
  • โรงเรียนปลอดภัย กาย ใจ ลดระบบแพ้คัดออกระบบที่ทำร้ายจิตใจ และคุณค่าในตัวเด็ก เพราะทุกคนมีศักยภาพ ทุกคนสามารถทำเพื่อชาติได้ในแบบของตนเอง
  • Family Group Day Care สร้างพื้นฝากเลี้ยงลูกปลอดภัยในชุมชน
  • ยกเลิกชุดนักเรียน ปรับโรงเรียนละเมิดกฎกระทรวง และเพิ่มงบอาหารกลางวันทุกโรงเรียน

พรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งเน้นย้ำเรื่องความสำคัญเรื่องการลงทุนกับคน จึงได้ออก 'นโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพจนจบปริญญาตรี'มีจุดหมายในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและยกระดับคุณภาพการศึกษา

  • ลดเวลาเรียนในทุกช่วงการศึกษาอย่างน้อย 3 ปี (ระดับประถม มัธยม และปริญญาตรี) เพื่อให้สามารถจบปริญญาตรีได้ในช่วง 17-19 ปี
  • เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี และไม่มีหนี้กยศ.

* ณ วันที่อัปเดตข้อมูลล่าสุด (6 ก.พ. 66) พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ ยังไม่มีการประกาศนโยบายด้านการศึกษาอย่างเป็นทางการถ้าหากมีการแถลงนโยบายเพิ่มเติม ทางทีมงานจะอัปเดตข้อมูลให้อีกครั้ง

ต้องบอกเลยว่าหลายนโยบายน่าสนใจไม่น้อย และถ้าหากทำได้จริงก็จะช่วยผลักดันระบบการศึกษาและคุณภาพชีวิตของนักเรียนไทยไทยให้ดีขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามนโยบายด้านการศึกษาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแต่ละพรรคยังมีนโยบายอีกหลายด้านประกาศร่วมด้วย แนะนำว่าให้น้องๆ ลองศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางตัดสินใจในการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกกันค่ะ และที่สำคัญอย่าลืมเตรียมตัวเพื่อออกไปใช้สิทธิในวันที่กำหนดประจำปี 2566 นี้กันด้วยนะคะ ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...