ส่องนโยบาย ‘การศึกษา’ แต่ละพรรคการเมือง | เตรียมพร้อมวัยเรียนก่อนลงสนามเลือกตั้งปี 66
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงของ ‘การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566’ซึ่งกำหนดการ D-Day ก็ได้เคาะออกมาแล้ว ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 2566 นั่นเองค่ะ
พี่ไนซ์เชื่อว่าน้องๆ หลายคนกำลังจะได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งต้องบอกว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะนโยบายต่างๆ นั้นล้วนส่งผลกับเราโดยตรง โดยเฉพาะวัยรุ่นวัยเรียน เห็นได้จากมีการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนก็ล้วนหยิบยกประเด็นเรื่อง “การศึกษา”มาพูดถึงและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ พร้อมนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขและพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ดีขึ้น อย่างช่วงนี้หลายพรรคก็เริ่มออกโนยบายด้านการศึกษามาแล้ว ว่าแต่จะมีหัวข้อไหนจากพรรคการเมืองใดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับเราทุกคนบ้าง ตามมาส่องกันเลยค่าา~
หมายเหตุ: บทความนี้ได้รวบรวมนโยบายและอัปเดตข้อมูลของแต่ละพรรคซึ่งได้ทำการประกาศออกมาจากช่องทางหลักและผ่านทางสำนักข่าว ณ วันที่ 6 ก.พ. 66
พรรคเพื่อไทย
เริ่มกันที่พรรคเพื่อไทย นำโดย คุณแพรทองธาร ชินวัตร ซึ่งประกาศนโยบายหลักออกมา และได้ชูประเด็นการศึกษาให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องการพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นคงและเกิดเท่าเทียมในสังคมโดยตัวอย่างนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา มีดังนี้
- ภายในปี 2570 กระจายอำนาจการศึกษาอย่างประเทศที่เจริญ
- มีโรงเรียนสองภาษาในทุกท้องถิ่น สอนภาษาต่างประเทศตั้งแต่ ป.1 เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน (มีครูต่างชาติมาสอนเสริมร่วมกับครูไทย)
- จัดการเรียนให้อยู่ในรูปแบบห้องเรียนและออนไลน์
- จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ให้ครบทุกจังหวัด
- เงินเดือนของบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรี สตาร์ต 25,000 บาทขึ้นไป
- ใช้ Soft Power ด้วยการจัดอบรมฟรีเพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างน้อย 1 คนในครอบครัวจนโดดเด่นและจะสนับสนุนทุนฝึกอบรมต่อในต่างประเทศ
พรรคประชาธิปัตย์
มาที่ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ชูนโยบาย ‘5 ฟรี’ ด้านการศึกษาที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทย
- เรียนฟรี สานต่อนโยบายของพรรคที่เริ่มต้นทำเมื่อปี 2552 (สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี)
- รักษาฟรี ให้เด็กและเยาวชนเข้ารับบริการและรักษาทางการแพทย์ฟรี
- นมโรงเรียนฟรี 365 วัน
- อาหารกลางวันฟรี (ปัจจุบันฟรีตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6)
- สานต่อเงินสนับสนุนแม่ 600 บาท มอบให้ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 0-6 ขวบทุกคน
พรรคเสรีรวมไทย
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ผู้นำและหัวหน้าพรรค ได้พัฒนาและสานต่อนโยบายเดิมที่ทางพรรคจัดทำขึ้นจากการเลือกตั้งปี 2562 และเรื่องการศึกษายังคงอยู่ในนโยบายที่ได้รับการผลักดันจากพรรคเสรีรวมไทยต่อในปี 2566
- เรียนฟรี จนจบระดับปริญญาตรี
- ยกเลิกหนี้กยศ.
พรรคก้าวไกล
ด้านหัวหน้าพรรคก้าวไกล คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เปิดนโยบาย ‘การศึกษาไทยก้าวหน้า’ เพื่อสร้างระบบการศึกษาเกิดเสรีภาพ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้เรียนได้อย่างเท่าเทียม ด้วย 20 นโยบาย ดังนี้
- เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง
- ทุกโรงเรียนมีงบเพียงพอ
- โรงเรียนโปร่งใส ปราศจากทุจริต
- ส้วมสะอาด อาคารที่ปลอดภัย ซึมเศร้ามีที่ปรึกษา
- กฎโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน
- ครูละเมิดสิทธิ พักใบประกอบทันที
- ยกเลิกการตั้งแถว ใช้เวลาอัปเดตเหตุการณ์บ้านเมือง
- ออกแบบหลักสูตรใหม่ เน้นทักษะที่ใช้ได้จริง
- ชั่วโมงเรียนดีมีคุณภาพ ลดคาบเรียน-การบ้าน-การสอบ
- โรงเรียน 2 ภาษา นักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้
- เปิดข้อสอบ TCAS ย้อนหลังทั้งหมดพร้อมเฉลยทันที
- คืนครูให้นักเรียน เลิกนอนเวร ลดงานเอกสาร ยกเลิกพิธีรีตองในการประเมิน-รับแขก
- นักเรียนประเมินครู ครูประเมิน ผอ.
- งบอบรมให้ครู-โรงเรียน ตัดสินใจเองว่าจะเรียนรู้อะไร ด้านการศึกษาที่ไม่จำกัดอยู่ที่โรงเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- คูปองเปิดโลก สูงสุด 2,000 บาทต่อปี สำหรับเรียนรู้นอกห้องเรียน
- เรียนฟรีอาชีวะถึง ปวส.จบแล้วมีงานทำ
- แพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนฟรีไม่จำกัด รับรองคุณวุฒิพร้อมระบบจัดหางาน และด้านการศึกษาที่ใกล้ชิดผู้เรียน นักเรียน-ครู-ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ประกอบด้วย
- กระจายอำนาจให้โรงเรียน เติบโตได้ภายใต้ท้องถิ่น
- บอร์ดโรงเรียน ต้องมีตัวแทนนักเรียน
- สภาเยาวชน มาจากการเลือกตั้ง เสนอกฎหมายไปที่สภาฯได้
พรรคชาติพัฒนากล้า
ด้านพรรคชาติพัฒนากล้า ซึ่งนำโดย คุณกรณ์ จาติกวณิช ก็ได้แถลง 12 นโยบายเพื่อสู่ศึกษาการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยหนึ่งในนั้นมีนโยบายที่ต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพตนเองภายใต้ระบบการศึกษา
- สร้างเด็กไทย 3 ภาษา ไทย-ต่างประเทศ-Coding
พรรคเพื่อชาติ
พรรคเพื่อชาติ นำโดย คุณปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช ประกาศชู ‘12 นโยบายการศึกษา’ ที่มุ่งสร้างพื้นฐานระบบการศึกษาที่ดีและต้องการให้ความสำคัญต่อการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย
- ผลักดันเงินเดือนอาชีวะ เทียบเท่าปริญญาตรี
- ยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพ
- ครูอัตราจ้างควรได้เงินเดือนตามวุฒิการศึกษา
- ลดเด็กหลุดออกจากการศึกษาจากปัญหาเศรษฐกิจ
- กยศ. ปลอดดอกเบี้ย จบแล้วมีงานทำ
- ปฏิรูปกศน. สะสมหน่วยกิต เพิ่มโอกาส ต่อยอดสร้างอาชีพ
- ยกระดับความสำคัญสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้เป็นกลไกยืนยันความเชี่ยวชาญวิชาชีพที่หลากหลายเพื่อตอบสนองอาชีพเกิดขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบัน
- ปรับโครงสร้างอาชีวะ ทั้งงบประมาณและการจัดหลักสูตร
- กระทรวงศึกษาธิการหาเงินได้ ความรู้คือทุน เน้นขายลิขสิทธ์วัตกรรมและสิทธิบัตรการศึกษา
- โรงเรียนปลอดภัย กาย ใจ ลดระบบแพ้คัดออกระบบที่ทำร้ายจิตใจ และคุณค่าในตัวเด็ก เพราะทุกคนมีศักยภาพ ทุกคนสามารถทำเพื่อชาติได้ในแบบของตนเอง
- Family Group Day Care สร้างพื้นฝากเลี้ยงลูกปลอดภัยในชุมชน
- ยกเลิกชุดนักเรียน ปรับโรงเรียนละเมิดกฎกระทรวง และเพิ่มงบอาหารกลางวันทุกโรงเรียน
พรรคไทยสร้างไทย
พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งเน้นย้ำเรื่องความสำคัญเรื่องการลงทุนกับคน จึงได้ออก 'นโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพจนจบปริญญาตรี'มีจุดหมายในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและยกระดับคุณภาพการศึกษา
- ลดเวลาเรียนในทุกช่วงการศึกษาอย่างน้อย 3 ปี (ระดับประถม มัธยม และปริญญาตรี) เพื่อให้สามารถจบปริญญาตรีได้ในช่วง 17-19 ปี
- เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี และไม่มีหนี้กยศ.
* ณ วันที่อัปเดตข้อมูลล่าสุด (6 ก.พ. 66) พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ ยังไม่มีการประกาศนโยบายด้านการศึกษาอย่างเป็นทางการถ้าหากมีการแถลงนโยบายเพิ่มเติม ทางทีมงานจะอัปเดตข้อมูลให้อีกครั้ง
ต้องบอกเลยว่าหลายนโยบายน่าสนใจไม่น้อย และถ้าหากทำได้จริงก็จะช่วยผลักดันระบบการศึกษาและคุณภาพชีวิตของนักเรียนไทยไทยให้ดีขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามนโยบายด้านการศึกษาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแต่ละพรรคยังมีนโยบายอีกหลายด้านประกาศร่วมด้วย แนะนำว่าให้น้องๆ ลองศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางตัดสินใจในการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกกันค่ะ และที่สำคัญอย่าลืมเตรียมตัวเพื่อออกไปใช้สิทธิในวันที่กำหนดประจำปี 2566 นี้กันด้วยนะคะ ^^