เศรษฐกิจ-จากระยะเผาจริงจะนำไปสู่อะไร?
ภาพคำทำนายดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2569 ว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ ให้ไว้เมื่อปลายปี 2568
ผู้เขียนถือว่าตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกถล่มกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมัน-พลังงานทั่วโลกและไทยพุ่งกระฉูดขณะนี้คือระยะเผาจริงทางเศรษฐกิจของเมืองตามที่ทำนายไว้ก่อนหน้านี้
และนี่คือเหตุผลที่ได้ย้ำนักหนาว่าปีนี้เมืองต้องการทีมเศรษฐกิจมืออาชีพมารับมือพาประชาชนเถลือกไถลฝ่าวิกฤตไปให้รอด เพราะสถานการณ์ด้านลบทางเศรษฐกิจจะหนักมาก พร้อมกับหาทางพาเมืองหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางที่ติดมากว่าสามสิบปีแล้ว ไปสู่ประเทศรายได้สูงให้ได้ในประมาณกลางกรกฎาคม 2572
ทั้งนี้ด้วยทางชะตาเมืองเจอเหตุการณ์มาประกอบกันจนเมืองเข้าสู่ระยะเผาจริงด้วยราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดขณะนี้คือ
1.ระยะยาวเจ็ดปีตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2565-ต้นกรกฎาคม 2572 เมืองต้องตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก ไปพร้อมๆ กับต้องหาทางปฏิวัติเศรษฐกิจของประเทศเพื่อหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ภายในกรกฎาคม 2572
ประเด็นนี้เริ่มเด่นชัดตั้งแต่สหรัฐงัดมาตรการภาษีมาใช้กับประเทศต่างๆ
และเมื่อร่วมกับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่านแล้ว ในที่สุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาก็หลุดปากออกมาเองว่าทำเพราะต้องการน้ำมัน!!!
นี่ยังไม่นับรวมกับที่บุกจับตัวอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และขู่จะยึดเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก
2.เคราะห์หรือกรรมเก่าทางเศรษฐกิจของเมืองเอง รอบนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2568 ที่ก่อนหน้านี้กระตุ้นอย่างไรก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เช่น การแจกเงินหมื่น
ปรากฏการณ์นี้น่าจะจบสิ้นได้ภายใน 21 เมษายน 2569 เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล งัดตัวเลขอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาสสุดท้ายปี 2568 พ้นปากเหว แต่กลับมีภัยใหม่จากข้างนอกแทรกให้เป็นระยะเผาจริง หรือเรื่องลบซ้อนลบ คือ
3.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา เมืองเจอกรรมทางเศรษฐกิจใหม่จากศึกอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาปะทะกับอิหร่าน แทรกเข้ามาทำเดือดร้อนราคาน้ำมัน
ปรากฏการณ์เรื่องกรรมใหม่นี้ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ยอมรับความจริง เพราะเมืองจะเผชิญกับวิกฤตการณ์ใหญ่ราคาน้ำมันจะสูงอีกนาน
คุณวีระ ธีรภัทร เซียนเศรษฐกิจคนหนึ่งในวงการสื่อมวลชน พูดในรายการฟังหูไว้หูเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นั่งดูสถานการณ์แล้วคล้ายๆ ก่อนจะเกิดต้มยำกุ้ง และเกรงว่าจากวิกฤตราคาน้ำมันจะกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ (ทั้งของไทย-โลก)
ส่วนผู้เขียนซึ่งมีแต่ดวงชะตาเมืองปี 2569 นำทาง ก็ขอสรุปย้ำคำทำนายเดิมที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ในไทยโพสต์ คือ
ก.นับตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569-12 เมษายน 2571 เป็นเวลาเมืองจะเจอแรงกระแทกทางเศรษฐกิจเป็นระยะ ท้าทายการทำงานของทีมเศรษฐกิจเป็นระยะๆ
ในระยะสองปีครึ่งนี้ราคาพลังงานมีขึ้นมีลง แต่ราคาโดยรวมอยู่ในระดับสูง
ข.ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-21 เมษายน 2570 เคราะห์ทางพื้นฐานเศรษฐกิจเมืองจะลดลง แต่ระยะหนึ่งปีนี้ไม่ว่าเมืองจะทำอะไร แก้ปัญหาอะไร จะได้ผลไม่เต็มที่ หรือออกแนวได้ครึ่งเสียครึ่ง
ขอให้สังเกตว่าระหว่างวันเกิดเมืองหนึ่งปีนี้ สิ่งใดบวกตอนต้นมักจะลบบั้นปลาย หรือสิ่งใดลบตอนต้นจะพลิกบวกบั้นปลาย
ค.แทรกเข้ามาตั้งแต่ประมาณมิถุนายน-19 ตุลาคม 2569 ราคาที่ดินจะเพิ่มมากผิดปกติในบางพื้นที่ และเราจะได้เห็นการเริ่มขึ้นของโครงการลงทุนมหึมาในส่วนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่ต่อไปจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในเรื่องเศรษฐกิจ
ง.แม้จะยังติดเกณฑ์ได้ครึ่งเสียครึ่งอยู่ คาดว่าสิ่งที่รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจพาเมืองและประชาชนเถลือกไถลไปถึงปลายตุลาคม 2569 เศรษฐกิจจะออกแนวบวก เพราะ
ระหว่าง 20 ตุลาคม 2569-9 กุมภาพันธ์ 2570ตลาดหุ้นมีโอกาสทำสถิติใหม่ด้านใดด้านหนึ่งในแนวบวก
จ.ตั้งแต่ 21 เมษายน 2570 เป็นต้นไป เศรษฐกิจจะออกจากเกณฑ์ได้ครึ่งเสียครึ่งเข้าสู่การโงหัว
ครูโหรท่านหนึ่งที่ล่วงลับไปแล้วเคยเขียนไว้ว่า ดวงดาวบนฟ้าเป็นเพียงสิ่งบ่งบอก แต่การกระทำเป็นของมนุษย์
ขอให้กำลังใจทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกท่าน และคนไทยทั้งหลายที่จะฟันฝ่า เพราะพื้นเดิมของดวงเมืองรัตนโกสินทร์ยิ่งมีวิกฤตโอกาสก็จะตามมาทุกครั้ง.