ทลายคลังน้ำมันเถื่อนสะเดา! หลังพบกักตุนน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร ไม่มีใบอนุญาต
ทลายคลังน้ำมันเถื่อนสะเดา! หลังพบกักตุนน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร ไม่มีใบอนุญาต ขยายตรวจทุกโลจิสติกส์ใน อ.สะเดา–หาดใหญ่
วันที่ 4 เม.ย. 2569 ความคืบหน้ากรณีประชาชนใน อ.สะเดา จังหวัดสงขลา แจ้งเบาะแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีผู้ประกอบการขนส่งชาวมาเลเซียลักลอบกักตุนน้ำมันจำนวนมากในลานจอดรถเทรลเลอร์ริมถนนกาญจนวณิชย์ ซึ่งห่างจากที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจเพียง 1 กิโลเมตร การตรวจสอบครั้งแรกพบว่าบริษัทมีใบอนุญาตถูกต้อง จึงต้องถอนกำลังกลับไปก่อน
ล่าสุด นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด นายอำเภอสะเดา ผกก.สภ.สะเดา พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร สรรพสามิต และตำรวจชุดปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ปนม.ภ.9) เข้าตรวจสอบบริษัทอินเตอร์ เอเซียโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนชาวจีนมาเลเซียอีกครั้ง
จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบการกักเก็บน้ำมันดีเซลปริมาณรวมกว่า 100,000 ลิตร แบ่งเป็นถังใต้ดินขนาด 50,000 ลิตร และถังบนดินขนาด 1,000 ลิตรอีก 35 ถัง โดยผู้ดูแลสถานที่ไม่สามารถนำใบอนุญาตครอบครองน้ำมันหรือหลักฐานการจัดซื้อมายืนยันได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ปนม.ภ.9 แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ดูแลและเจ้าของบริษัท ได้แก่
1.ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 (สถานีบริการน้ำมันเพื่อใช้เอง) โดยไม่ได้รับอนุญาต
2.คุณภาพน้ำมันไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน (อยู่ระหว่างส่งตรวจตัวอย่าง)
จากการสืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวใช้วิธีให้รถหัวลากในเครือข่ายเติมน้ำมันจากประเทศมาเลเซียจนเต็มถังก่อนปรับขึ้นราคา แล้วนำมาถ่ายลงถังเก็บเพื่อกักตุนใช้ในกิจการขนส่งของตนเองเพื่อลดต้นทุน
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาเตรียมยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยสั่งการให้ตรวจสอบบริษัทโลจิสติกส์ทุกแห่งใน อ.สะเดา และ อ.หาดใหญ่ ที่มีพฤติการณ์คล้ายกัน เนื่องจากไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเรื่องการกักเก็บ แต่ยังเข้าข่ายความผิดข้อหาครอบครองน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง