สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน นศ.ไทย ป.เอก “แพทย์แผนจีน-ตะวันตก” หวังใช้ความรู้สร้างประโยชน์
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหลานโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า น.ส.อรัญญา วีระเชียรโชติ หรือเวินหว่านหลิน เป็นนักศึกษาปริญญาเอกชั้นปีที่ 1 สาขาเวชศาสตร์คลินิกเชิงบูรณการการแพทย์แผนจีน-ตะวันตก มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู ในมณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่จีนมานานหลายปี และกำลังสานต่อเรื่องราวการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย ในด้านการแพทย์แผนจีนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มเปี่ยม
นักศึกษาชาวไทยคนนี้ได้รับคำชี้แนะจากคณาจารย์ชาวจีนอย่างเป็นระบบ พร้อมผสมผสานประสบการณ์ทางคลินิกจากตอนเรียนปริญญาโท ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและบำบัดรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน-ตะวันตกอย่างลึกซึ้ง โดยอรัญญารู้จักการแพทย์แผนจีนครั้งแรกตอนเรียนปริญญาตรี ต่อด้วยสั่งสมทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญตอนเรียนปริญญาโท และก้าวสู่การวิจัยทางคลินิกตอนเรียนปริญญาเอก
ความหลงใหลการแพทย์แผนจีนของอรัญญาเริ่มต้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของคนในครอบครัวที่ป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและพยายามรักษาด้วยหลายวิธีการ แต่ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้รักษาที่คลินิกแพทย์แผนจีนในไทยและอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธออยากศึกษาเล่าเรียนวิชาความรู้นี้ ซึ่งนำสู่การเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยพะเยาและได้ร่ำเรียนการแพทย์แผนจีนจากอาจารย์ชาวจีน
อรัญญากล่าวว่า การแพทย์แผนจีนค่อนข้างเป็นที่นิยมในไทย โรงพยาบาลหลายแห่งมีแผนกการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัย 9 แห่งเปิดสอนการแพทย์แผนจีน และมีคลินิกแพทย์แผนจีนทั่วไทยมากกว่า 400 แห่ง ขณะเดียวกัน ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนยังเป็นปัจจัยเกื้อหนุนความนิยมการแพทย์แผนจีนในไทย เนื่องจากชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนไม่น้อยเลือกการแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีน เป็นวิธีแรกในการรักษาและดูแลสุขภาพ
อนึ่ง มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซูเปิดรับนักศึกษาชาวต่างชาติตั้งแต่ปี 2558 เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการแพทย์แผนจีนในระดับนานาชาติ ทำให้มีนักศึกษาชาวต่างชาติจากไทย คีร์กีซสถาน อินโดนีเซีย รัสเซีย สเปน ลาว ไนจีเรีย และประเทศอื่น ๆ ทยอยเข้ามาศึกษาเล่าเรียนมากกว่า 300 คน ครอบคลุมระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ซึ่งอรัญญาเป็นหนึ่งในนักศึกษาชาวต่างชาติที่ได้รับโอกาสอันล้ำค่านี้
อรัญญาเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู สาขาการฝังเข็มและการนวด ซึ่งเน้นเส้นลมปราณ เทคนิควิธี และทำวิจัยเกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงอาการปวด ส่วนการเรียนปริญญาเอกเน้นอวัยวะม้ามและระบบช่องท้อง ทำวิจัยเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อยเรื้อรัง ลำไส้อักเสบเรื้อรัง และภาวะก่อนเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บภายในที่ต้องวินิจฉัยและบำบัดรักษาอย่างแม่นยำมากขึ้น
สำหรับอนาคตข้างหน้า อรัญญาหวังว่าจะได้ทำงานที่จีน เช่น สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยหรือรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพื่อสั่งสมประสบการณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสอนนักศึกษาและรักษาผู้ป่วยในไทยเมื่อเธอกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA