แบบนี้ก็มีด้วย! Aquamation เผาศพด้วยน้ำ ทางเลือกใหม่ ไม่ง้อน้ำมัน เป็นมิตรต่อโลก
“เผาศพด้วยน้ำ” ฟังดูแปลก แต่กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ของโลก
รู้ไหมว่าวันนี้มีวิธีจัดการร่างผู้เสียชีวิตแบบใหม่ที่ไม่ต้องใช้ไฟเผาหรือน้ำมัน แต่ใช้น้ำแทน วิธีนี้เรียกว่า “Aquamation” หรือ “Water Cremation” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ โดยแทนที่จะใช้ความร้อนสูงจากเตาเผาแบบดั้งเดิม วิธีนี้กลับใช้ “น้ำ” ในการย่อยสลายแทน
เทคโนโลยีดังกล่าวมีชื่อว่า “Alkaline Hydrolysis” ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Aquamation Industries จากออสเตรเลีย เป็นกระบวนการย่อยสลายโดยใช้น้ำและสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ซึ่งเลียนแบบมาจากหลักการย่อยสลายตามธรรมชาติเหมือนกับการฝังศพ แต่แทนที่ต้องใช้เวลานานหลายปี กลับลดเหลือเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น
โดยกระบวนการทั้งหมดจะเกิดขึ้นในระบบปิดไม่ต่างกับการเผาด้วยเมรุ เริ่มจากนำร่างผู้วายชนม์เข้าสู่ถังโลหะที่มีน้ำผสมสารสะลายที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นใช้ความร้อน 90-150 องศาเซลเซียสภายใต้ความดันสูง ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเนื้อเยื่อทั้งหมดจะสูญสลายไปเหลือเพียงกระดูก ที่ต่อมาถูกนำมาผ่านกระบวนการบดให้เป็นผงสีขาว เพื่อให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีต่อไป
ข้อดีของวิธีการนี้ คือ ใช้พลังงานน้อยกว่าการเผาแบบดั้งเดิมราว 10% ไม่ก่อให้เกิดควันหรือมลพิษทางอากาศ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน, ฝุ่น PM 2.5 ไปจนถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 35%
แม้จะดูเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีนี้มีมาตั้งแต่ปี 1888 เดิมใช้กำจัดซากสัตว์ทดลอง ซากสัตว์ติดเชื้อ และร่างบริจาคเพื่อการศึกษา ก่อนถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมฌาปนกิจมนุษย์และสัตว์เลี้ยงในปี 2014
ปัจจุบันเริ่มมีให้บริการในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่ใช้กับสัตว์เลี้ยง และสกอตแลนด์ที่เพิ่งอนุญาตให้ใช้กับมนุษย์ได้ในปี 2026
นับเป็นอีกตัวอย่างของธุรกิจที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับแนวคิดรักษ์โลก และยังสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อโลกเปลี่ยนไป แม้แต่ “วิธีจากลา” ก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย
ที่มา : beartai, greenery, bcc
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี